สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดงานเสวนา "ก้าวต่อไปของตลาดทุนไทยในทศวรรษหน้า" ในโอกาสครบรอบก่อตั้ง 30 ปี โดยอดีตเลขาธิการ 6 ท่านร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น มุมมองและข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาตลาดทุนไทยในอนาคต เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "การพัฒนาตลาดทุนไทยเพื่อก้าวต่อไปในทศวรรษหน้า" โดย ก.ล.ต. พร้อมนำมุมมองและข้อเสนอแนะที่ได้รับไปใช้ในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาตลาดทุนไทยให้มั่นคงและยั่งยืน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า "ในปัจจุบันนอกจากตลาดเงินและตลาดทุนแล้ว ยังมีตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนเพิ่มจากบริบทเดิม เป็นสิ่งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ ก.ล.ต. หารือร่วมกันมาโดยตลอดถึงขอบเขตการกำกับดูแลภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ เพื่อปิดช่องว่างที่มีอยู่ ซึ่งต้องมีปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในบางประเด็น โดยกฎเกณฑ์ที่มีอยู่นั้น เป็นไปเพื่อส่งเสริมการทำธุรกิจของภาคเอกชน แต่ขณะเดียวกันจะต้องไม่เอาเปรียบประชาชน จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลในการรักษาสมดุลให้ได้ นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระดมทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ ในตลาดทุน รวมทั้งการดำเนินนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG) ของภาครัฐ"
นายเอกกมล คีรีวัฒน์ เลขาธิการ ก.ล.ต. (พ.ศ. 2535 - 2538) กล่าวว่า "ดีใจที่อยู่ถึงครบรอบ ก.ล.ต. 30 ปี ได้เห็น ก.ล.ต. ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยดีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในด้านตลาดทุนอย่างยั่งยืน และมองการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลนับเป็นความท้าทายของสำนักงาน ก.ล.ต. ระยะต่อไป เนื่องจากกฎเกณฑ์ ในการกำกับดูแลด้านนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เหมือนกฎเกณฑ์เดิม เพราะเราควบคุมต้นน้ำไม่ได้ จึงต้องมีการกำกับดูแลผ่านผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง เช่น ศูนย์ซื้อขาย ขณะที่การกำกับดูแลในแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน บางประเทศก็ไม่ยอมรับ บางประเทศก็จัดสินทรัพย์ดิจิทัลให้อยู่ในตลาดสินทรัพย์ทางเลือก บางประเทศธนาคารกลางต้องดูแล ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายที่สำคัญ แต่ผมเชื่อว่า หากวางกฎเกณฑ์กำกับดูแลที่ดีก็จะสามารถก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน"
นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา เลขาธิการ ก.ล.ต. (พ.ศ. 2538 - 2542) กล่าวว่า "ในอนาคตดิจิทัลเทคโนโลยีจะมีบทบาทต่อการพัฒนาตลาดทุนไทยมากขึ้น ก.ล.ต. ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ประสานงานให้มากขึ้นให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในพัฒนา โดยสิ่งที่อยากจะเน้นให้ ก.ล.ต. ดำเนินการต่อไป คือ การเพิ่มคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนเข้าเป็นแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนยึดการทำธุรกิจที่คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล สังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) เพิ่มบริษัทจดทะเบียนในอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจใหม่ ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมด้านผู้ลงทุน ทั้งผู้ลงทุนบุคคลและผู้ลงทุนสถาบัน"
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. (พ.ศ. 2542 - 2546) กล่าวว่า "ในทศวรรษหน้า ตลาดทุนไทยจะมีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินและการจัดสรรทรัพยากรทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนและทั่วถึงทุกภาคส่วน…แรงผลักดันเรื่องความยั่งยืนจากหลายภาคส่วนในตลาดทุน เช่น บริษัทจดทะเบียน ตัวกลางทางการเงิน นักลงทุนสถาบัน คนรุ่นใหม่ ภาคนโยบาย รัฐบาล และความร่วมมือระหว่างประเทศ จะเป็น market force ที่ขับเคลื่อนให้ตลาดทุนพัฒนาอย่างยั่งยืน"
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. (พ.ศ. 2546 - 2554) กล่าวว่า "ในปัจจุบันโลกมีความท้าทายจากเศรษฐกิจดิจิทัล 3 ด้าน ประกอบด้วยความพยายามของประเทศฝั่งตะวันออกที่จะเป็นอิสระจากการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ จีนจะเข้ามามีบทบาทในการค้าโลก ซึ่งจะทำให้ไทยอาจต้องพัฒนาระบบเพื่อรองรับดิจิทัลหยวน และการพัฒนาดิจิทัลเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลที่จะเข้ามามีบทบาทในการวางแผนและบริหารจัดการ รวมทั้งวางแผนรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต และสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลที่จะทำให้เกิดสมดุลระหว่างการพัฒนาเพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเก็งกำไร"
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. (พ.ศ. 2554 - 2558) กล่าวว่า "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้มีส่วนผลักดันในการพัฒนาตลาดเงินตลาดทุนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ภารกิจที่ ก.ล.ต. ต้องทำต่อไป คือ ต้องเป็นองค์กรที่พึ่งพาได้ ฝากอนาคตได้ในทุกภาคส่วน เป็นหุ้นส่วน (visionary and strategic partners) ในการทำงานด้วยกันร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน รวมถึงต้องสนับสนุนให้ผู้ลงทุนมีความรู้ทางด้านการเงินและการลงทุนเพื่อให้สามารถคุ้มครองตัวเองได้ รวมถึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต"
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. (พ.ศ. 2558 - 2562) กล่าวว่า "การพัฒนาตลาดทุนไทยในช่วงทศวรรษหน้าจะมีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพเศรษฐกิจและสังคม ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ว่าจะ ก.ล.ต. เอง ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลและส่งผ่านนโยบายที่สำคัญ ตัวกลางซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ให้บริการและคำแนะนำแก่ลูกค้า แต่ที่สำคัญที่สุด ก็คงเป็นการเตรียมตัวของนักลงทุนซึ่งจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องสินค้าที่จะนำเงินไปลงทุน รวมทั้งความเสี่ยงที่จะตามมาด้วย"
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า "ปีนี้เป็นปีพิเศษอย่างยิ่งที่ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการมาครบ 30 ปี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อดีตเลขาธิการ ก.ล.ต. ทั้ง 6 ท่าน ได้นำพา ก.ล.ต. ก้าวผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงความท้าทายจากภายในประเทศและต่างประเทศมาได้ และในวันนี้ทุกท่านได้ร่วมให้มุมมองและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของ ก.ล.ต. และการพัฒนาตลาดทุนไทย ภายใต้บริบท VUCA World Digital Disruption และโลกการเงินในอนาคต ซึ่ง ก.ล.ต. จะนำมุมมองและข้อเสนอแนะ ประกอบกับแนวนโยบายที่ได้รับจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในตลาดทุน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ไปเป็นพลังสำคัญในการร่วมพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความยั่งยืน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป เพราะตลาดทุนไทยเป็นของพวกเราทุกคน"
ทั้งนี้ งานเสวนา "ก้าวต่อไปของตลาดทุนไทยในทศวรรษหน้า" จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ และถ่ายทอดสดผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก "สำนักงาน กลต." โดยผู้สนใจสามารถรับชมงานเสวนาย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/sec.or.th/videos/1506108936516678
LINE ประเทศไทย จัดเวิร์กช็อป อัปสกิลดิจิทัล เสริมภูมิคุ้มกันให้ Gen Z ใช้ชีวิตในโลกออนไลน์แบบปลอดภัย เท่าทันมิจฉาชีพ
ก.ล.ต. เข้าร่วมการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก และภูมิภาคยุโรป
LINE Thailand ผนึกพันธมิตรภาครัฐ จัดอบรม Digital Literacy เสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้นักศึกษา
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ก.ล.ต. เข้าหารือ CIB และ บก.ปอศ. เพื่อการทำงานเชิงรุกร่วมกันในการป้องกันและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายกับกรณีเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดในตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง
GULF ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ ชูอันดับเครดิตเรตติ้งที่ AA- สะท้อนธุรกิจที่แข็งแกร่งและผลประกอบการโดดเด่น เตรียมเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่