SET9: ตลาดหลักทรัพย์แถลงมติคณะกรรมการฯ ฉบับที่ 18/2540

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพ--20 มี.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายสุวิชา มิ่งขวัญ โฆษกตลาดหลักทรัพย์ แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรม การตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2540 โดยที่ประชุมได้มีมติใน เรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. พิจารณาถอนหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์เอกเอเซีย จำกัด (มหาชน) จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้พิจารณาคำขอให้เพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน โดยสมัครใจของบริษัทหลักทรัพย์เอกเอเซีย จำกัด (มหาชน) (FAS) แล้วเห็นควรอนุมัติ การขอเพิกถอนหลักทรัพย์ของ FAS ได้ตามที่บริษัทขอมา โดยมีเงื่อนไขให้ FAS และผู้จัด ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จากผู้ถือหุ้นทั่วไปคือบริษัทหลักทรัพย์เอกธำรง จำกัด (มหาชน) (S-ONE) ต้องปฎิบัติก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์จะกำหนดวันเพิกถอนหลักทรัพย์ ดังนี้ 1. S-ONE ต้องได้รับการผ่อนผันจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ให้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้อีกครั้งภายในรอบระยะเวลา 1 ปี นับแต่วัน ที่พ้นกำหนดการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ FAS ครั้งก่อน (24 กรกฎาคม - 30 สิงหา คม 2539) ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามความใน ม.255 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 2. ให้ S-ONE ซึ่งจัดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จากผู้ถือหุ้นทั่วไปของ FAS ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด โดยมีระยะเวลารับซื้อหลักทรัพย์สูงสุดคือ 45 วันทำการ 3. ให้ FAS รายงานผลการเสนอซื้อหลักทรัพย์จากผู้ถือหุ้นทั่วไปของ FAS ภายใน 14 วันนับแต่วันปิดรับซื้อหุ้น 2. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์รับบริษัทที่มี ขนาดใหญ่ มีฐานะการเงินและผลการดำเนินงานดี มีสภาพคล่องในการซื้อขายเพียงพอ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้ 1. เกณฑ์ด้านขนาด ทุนชำระแล้ว มูลค่าตลาด หลักเกณฑ์เดิม 100 ลบ. 750 ลบ. หลักเกณฑ์ใหม่ - 3,000 ลบ. 2. เกณฑ์ด้านผลการดำเนินงาน 2.1 ด้านกำไรสุทธิ (ลบ.) ปีที่1 ปีที่2 ปีที่3 รวม หลักเกณฑ์เดิม >_5 >_20 >_30 >_80 หรือ + ---เฉลี่ย 40--- >_110 หรือ + + >_40 >_110 หลักเกณฑ์ใหม่ >_20 >_30 >_40 >_110 หรือ >_10 >_10 >_10 >_150 2.2 ความต่อเนื่องของการดำเนินงาน หลักเกณฑ์เดิม : บริษัทต้องมีการดำเนินงานภายใต้การจัดการของ ผู้บริหารส่วนใหญ่ชุดเดียวกันต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3 ปี หลักเกณฑ์ใหม่ : บริษัทต้องมีผลการดำเนินงานต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 5 ปี ภายใต้การจัดการของผู้บริหารส่วนใหญ่เป็น ชุดเดียวกันต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3 ปี 3. ยกเลิกหลักเกณฑ์การรับบริษัทจดทะเบียนภูมิภาคและบริษัทที่ยังไม่มี ผลการดำเนินงาน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายพัฒนาตลาดทุนของภาครัฐที่มุ่งให้ตลาด หลักทรัพย์รับบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีผลการดำเนินงานมาระยะหนึ่งแล้ว สำหรับบริษัทขนาด เล็กและบริษัทที่ไม่มีผลการดำเนินงานก็สามารถเข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์กรุงเทพ ได้ 4. กำหนดแนวทางการรับหลักทรัพย์ ให้ตลาดหลักทรัพย์สามารถผ่อนผัน หลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ บางประการได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์มี ความยืดหยุ่นในการรับบริษัทจดทะเบียนที่มีขนาดใหญ่ คุณภาพดีในอุตสาหกรรมที่เป็น อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศและเป็นที่สนใจของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามา จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้นซึ่งจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน ของตลาดหลักทรัพย์เทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาค และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ ลงทุน ทั้งนี้ ให้ข้อบังคับมีผลบังคับใช้ภายใน 60 วันนับแต่วันประกาศ โดย ตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างการจัดทำร่างแก้ไขข้อบังคับ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศใช้ต่อไป 3. กำหนดแนวทางดำเนินการสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างการปรับ ปรุงแก้ไขฐานะการเงินและผลการดำเนินงานเพื่อให้พ้นเกณฑ์อาจถูกเพิกถอนจากการเป็น หลักทรัพย์จดทะเบียน คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ได้พิจารณาแนวทางดำเนินการสำหรับบริษัทจด ทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนแล้วเห็นว่า เพื่อให้บริษัท จดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้นของบริษัทตลอดจนผู้ลงทุนทั่วไปได้ ทราบถึงแนวทางปฎิบัติที่ชัดเจนในการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ และขั้นตอนดำเนินการ เพื่อขอพ้นเหตุแห่งการเพิกถอนหรือปลดเครื่องหมาย C หรือ SP แล้วแต่กรณีดังนี้ 1. เกณฑ์ที่ใช้พิจารณาการพ้นเหตุแห่งการเพิกถอน 1.1 เกณฑ์เชิงปริมาณ ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานจะต้องมีตัวเลขไม่เข้าข่าย ตามเกณฑ์เพิกถอนหลักทรัพย์ทุกข้อ กล่าวคือ ก. ไม่ขาดทุนสุทธิ 2 ใน 3 ปีท้าย หรือมีสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ (NTA) มากกว่า 60 ล้านบาท และ ข. ไม่ขาดทุนสุทธิ 3 ใน 4 ปีท้าย หรือมีสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ (NTA) มากกว่า 120 ล้านบาท และ ค. มีสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ (NTA) มากกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว และ ง. ไม่ขาดทุนสุทธิต่อเนื่องกัน 5 ปี และ จ. ไม่มีผลขาดทุนสุทธิเป็นจำนวนที่มีนัยสำคัญจนไม่อาจดำรงอยู่ได้ 1.2 เกณฑ์เชิงคุณภาพ ก. ผลการดำเนินงานสอดคล้องกับแผนดำเนินงานตามที่เคยเสนอต่อ ตลาดหลักทรัพย์ หรือต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงเป็นไปตามประมาณการที่ แถลงไว้ โดยกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละไตรมาสต่ำกว่าประมาณการไม่เกิน 20% เว้น แต่จะมีเหตุที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ข. มีกำไรที่เกิดจากการดำเนินงานในธุรกิจหลัก และสามารถแสดง ได้ว่าจะมีแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีในอนาคต ค. ต้องสามารถแสดงได้ว่ามีฐานะการเงินมั่นคงและมีเงินทุนหมุน เวียนเพียงพอ ง. มีผู้บริหารที่มีความตั้งใจจริงในการปรับปรุงการดำเนินงานและ ฐานะการเงินเพื่อให้พ้นเหตุแห่งการเพิกถอนและมีการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง จ. ต้องเป็นที่มั่นใจว่าบริษัทจะไม่เข้าเกณฑ์อาจถูกเพิกถอนในระยะ เวลาอันสั้น โดยพิจารณาจากผลการดำเนินหลังจากบริษัทพ้นเกณฑ์เพิกถอนแล้ว 2 ไตรมาส ซึ่งบริษัทต้องแสดงกำไรจากการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพมีแนวโน้มในการเติบโต และไม่มี ปัจจัยที่แสดงความถดถอยของผลการดำเนินงาน 1.3 เหตุการณ์ดังต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการเพื่อให้พ้นเหตุแห่งการ เพิกถอน ก. การตีราคาทรัพย์สินเพิ่ม ข. การลดทุนเพื่อลดขาดทุนสะสม ค. วิธีการอื่นใดที่ส่งผลให้ยอดขาดทุนสะสมลดลงหรือ NTA (Net Tangible Assets) เพิ่มขึ้นในเชิงตัวเลขที่ปรากฎในงบการเงิน แต่มิได้เป็นการแก้ไข เหตุที่ทำให้ธุรกิจหลักของบริษัทประสบผลขาดทุน 2. ขั้นตอนและวิธีการพิจารณาและการกำหนดเงื่อนไข 2.1 ให้บริษัทจดทะเบียนทั้งที่ขึ้นเครื่องหมาย "C" หรือ "SP" มีหนังสือ ชี้แจง โดยแสดงเหตุผลหรือข้อมูลสนับสนุนที่บริษัทจดทะเบียนเห็นว่าฐานะการเงินและผลการ ดำเนินงานของบริษัทพ้นเกณฑ์อาจถูกเพิกถอน พร้อมนำส่งเอกสารที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด ได้แก่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ 69-1) ความเห็นผู้สอบบัญชี เกี่ยวกับการประเมินผลระบบการควบคุมภายในบริษัท 2.2 ในการพิจารณาพ้นเกณฑ์แห่งการเพิกถอนให้ตลาดหลักทรัพย์เสนอต่อ คณะอนุกรรมการพิจารณารับและเพิกถอนหลักทรัพย์ และนำเสนอความเห็นให้คณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์พิจารณาต่อไป โดยให้นำองค์ประกอบคุณสมบัติการลงคะแนนเสียง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาใช้โดยอนุโลม (ยังมีต่อ)

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

"SAPPE" ร่วมงาน Opp Day กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 15% เร่งดัน 'Mogu Mogu' สู่ Global Brand

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE นำโดย นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายอเนก ลาภสุขสถิต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,253 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 776 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก พร้อมกันนี้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกั... KFENFIX คว้า Morningstar Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงศรี — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) ได้รับรางวัลก...

พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั... ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท — พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั้น Idol Marketing ...

ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรั... ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร — ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับมาตรฐานองค์กรทุกมิติ ธรรมาภิบาล เพิ่มมูลค่าธุรกิจ...

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริ... SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว — นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเ...

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้า... L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ. — นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร...