สถานการณ์การค้าสินค้ากุ้งแช่เยือกแข็ง
กรุงเทพ--30 มิ.ย.--กรมการค้าต่างประเทศ นายประชา จารุตระกูลชัย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การค้าสินค้ากุ้งแช่เยือกแข็ง ในปี 2540 ซึ่งคาดว่าแนวโน้มการส่งออกจะใกล้เคียงกับปี 2539 ถึงแม้ว่าการส่งออกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2540 จะลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลาเดียวกันคิดเป็นร้อยละ 7.53 โดยตลาดนำเข้าที่สำคัญยังคงได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ส่วนการตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐเกาหลีเป็นตลาดที่มีลู่ทางจำหน่ายได้ดี นอกจากนี้ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งออกสินค้ากุ้งแช่เข็งที่มีมูลค่าตลาดลดลง ทั้งนี้ มีสาเหตุมาจากตลาดนำเข้าที่สำคัญ เช่น ญี่ปุ่นประสบภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศไม่ดี และลดจำนวนสต็อกกุ้งนำเข้าน้อยลง รวมทั้งเป็นตลาดนำเข้ากุ้งคุณภาพสูง ส่วนตลาดสหรัฐฯ มีปัญหาเรื่องการใช้เครื่องมือแยกเต่าทะเล ซึ่งผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งเพาะเลี้ยงด้วย สำหรับตลาดสหภาพยุโรปมีปัญหาเรื่องตัดสิทธิ GSP ตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีนแม้จะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นสูง แต่ผู้ส่งออกไทยยังมีปัญหาในการส่งกุ้งติดหัวทั้งตัวโดยจีนมีความต้องการสูง และตลาดสาธารณรัฐเกาหลีได้เปิดการค้ากุ้งกับไทยไม่นานยังมีปัญหาในทางปฏิบัติอยู่ อย่างไรก็ตามตลาดสหรัฐฯ จะเป็นตลาดที่สำคัญ โดยเฉพาะสินค้า Ready to eat และปีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กรมประมง สมาคมฯ จะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องการรองรับการใช้เครื่องมือแยกเต่าทะเล (TEDs) ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก โดยจะจัดให้มีการประชุมสัมมนาในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ตลาดญี่ปุ่นจะมีการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการลดการนำเข้าในปีที่แล้ว ทำให้สต็อกสินค้ากุ้งของญี่ปุ่นลดลง ตลอดจนกรมการค้าต่างประเทศจะได้แสวงหาและพัฒนาตลาดที่มีศักยภาพในการนำเพิ่มขึ้น เช่น แคนาดาหรือแหล่งวัตถุดิบสินค้าประมง เช่น โอมาน และอินเดีย ซึ่งเหล่า นี้จะทำให้การส่งออกกุ้งแช่เยือกแข็งมีโอกาสส่งออกได้เพิ่มขึ้น ส่วนประเทศคู่แข่งขันของไทย เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเม็กซิโก ยังประสบปัญหาการเพาะเลี้ยงและจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งการทำประมงกุ้งทะเลและยังประสบปัญหา ดังนั้น จะส่งผลทำให้ในปี 2540 ประเทศเหล่านี้ยังจะส่งออกในปริมาณไม่มากกว่าที่ผ่านมา--จบ--