กระทรวงพาณิชย์เสนอมาตรการคุ้มครองอุตสาหกรรมภายใน
กรุงเทพ--15 ก.ค.--กรมการค้าต่างประเทศ นายประชา จารุตระกูลชัย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากประเทศคู่ค้า จึงได้เสนอพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุตหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 ซึ่งขณะนี้พระราชบัญญัติดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการ ขั้นตอนต่าง ๆ เรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2542 เป็นต้นไป การออกพระราชบัญญัติฉบับนี้มาใช้ก็เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ และวิธีการในการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่มาจำหน่ายในราคาที่ไม่เป็นธรรม หากอุตสาหกรรมภายในประเทศเห็นว่ามีการนำสินค้าเข้ามาทุ่มตลาดหรือสินค้านำเข้าได้รับการอุดหนุนจากต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมโดยตรงก็สามารถใช้พระราบัญญัตินี้ ดำเนินการตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่ไม่เป็นธรรมได้ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการกำหนดมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. 2542 เพื่อช่วยปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศกรณีที่เห็นว่ามีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศเช่นกัน ประกาศกระทรวงฯ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2542 อย่างไรก็ตามมาตรการคุ้มครองกลุ่มอุตสาหกรรมภายในประเทศของไทยที่นำมาใช้คือ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน และมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นซึ่งมาตรการดังกล่าวมีหลายประเทศได้นำมาใช้แล้ว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน อินเดีย มาเลเซีย บราซิล สาธารณรัฐตรินิแดดและโตเบโก เป็นต้น สำหรับมาตรการที่นำมาใช้ดังกล่าวต้องมีความโปร่งใส ชัดเจน และเป็นธรรม รวมถึงต้องให้มีความสอดคล้องกับข้อตกลงขององค์การการค้าโลกที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย อนึ่ง กรมการค้าต่างประเทศจะจัดให้มีการอภิปรายเรื่อง พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม 2542 ที่พัทยาจังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นการเผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงกฎระเบียบ มาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นผลดีต่อการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศให้สามารถแข่งขันทางการค้าได้ นอกจากนี้หากอุตสาหรกรมภายในประเทศต้องการทราบข้อมูลและขั้นตอนในการดำเนินการในเรื่องนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 2251315-29 และ 5474738-40--จบ--