ผู้ว่าฯ กทม. ตรวจวัดมลพิษของเรือในคลองแสนแสบ
กรุงเทพ--23 ม.ค.--กทม. วันที่ 22 ม.ค. 41 ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้นำเจ้าหน้าที่ของกองอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กทม. เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า และตัวแทนจากกรมควบคุมมลพิษตรวจวัดระดับเสียงและมลพิษจากการเดินเรือ ณ บริเวณท่าเรือวัดศรีบุญเรือง เขตบางกะปิ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมสังเกตการณ์ในการตรวจวัดครั้งนี้ด้วย ดร.พิจิตต กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร ประสงค์ที่จะให้มีการเดินเรือในคลองเพื่อลดปัญหาความแออัดของการจราจรบนท้องถนน รวมทั้งร่วมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเดินเรือในคลอง ซึ่งเป็นภาระหน้าที่โดยตรงของกทม. กรมควบคุมมลพิษ และกรมเจ้าท่า และจาการตรวจวัดมลพิษในวันนี้ พบว่า บางส่วนยังมีปัญหา บางส่วนกำลังได้รับการแก้ไขปัญหา และบางส่วนยังไม่มีการแก้ไข กทม. จึงได้ทำการตกลงกับเจ้าของผู้ประกอบการเดินเรือในคลอง คือ บริษัทครอบครัวขนส่ง ขอให้เร่งแก้ไขปรับปรุงทั้งสามส่วนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะให้ขับเรือช้าๆ บริเวณหน้าวัดกลาง สุเหร่าบ้านดอนบ้านครัว ชุมชนวัดใหม่ช่องลม และในระยะยาวให้มีการควบคุมห้องเครื่องให้มีเสียงดังน้อยที่สุด นอกจากนั้นทางกรมควบคุมมลพิษยังได้ตกลงกับประชาชนสองฝั่งคลองว่า จะติดตั้งเครื่องวัดเสียงตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณริมคลอง ส่วนในเรื่องของปัญหาคลื่นคงแก้ไขยาก เนื่องจากคลองแสนแสบเป็นคลองที่แคบ แต่หากมีการขับเรือชลอเครื่องให้ช้าลง จะแก้ปัญหาของคลื่นได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามจะต้องเข้าไปตรวจการเดินเรือในคลองลาดพร้าวด้วย เพราะได้รับการ้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทางด้าน นพ.วันชาติ กล่าวว่า จากการตรวจวัดระดับเสียงและมลพิษในคลองแสนแสบ ยังพบว่า เรือบางลำมีเสียงดังเกินมาตรฐาน คือ เกิน 100 เดซิเบล รวมทั้งในวันนี้ได้มีประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองแสนแสบเข้าร้องเรียนว่า เรือวิ่งเร็วในบริเวณที่เป็นจุดชุมชน ทำให้รับความเดือดร้อนรำคาญ และเรือส่งเสียงดัง มีควันดำ คลื่นซัดเข้าบ้านเรือน ซึ่งในการนี้ทางเจ้าของผู้ประกอบการรับปากว่าจะแก้ไขปรับปรุงในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะให้เรือวิ่งช้าลงในบริเวณที่เป็นจุดชุมนุม อย่างไรก็ตามทางกทม. จะร่วมมือกับกรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ ตรวจวัดมลพิษจากการเดินเรือไปเรื่อยๆ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2541 จะเริ่มใช้มาตรการจับปรับเรือที่ผ่าฝืน โดยอาศัย พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม และ พ.ร.บ. สาธารณสุข ซึ่งเรือที่เสียงดังเกินมาตรฐานจะถูกรับครั้งละ 200 บาท หากยังไม่มีการแก้ไขปรับปรุงจะปรับเพิ่มเป็น 10 เท่า หรือ 2,000.- บาท และหากยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน จะสั่งให้หยุดประกอบการเดินเรือทันที อนึ่ง จากการตรวจสอบซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันอาหารส่วนใหญ่สด ถูกสุขลักษณะและเมื่อไปตรวจสอบซ้ำอีก ก็พบว่า ได้มีการปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ ซึ่งเชื่อว่าได้มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีจิตสำนึกในการจำหน่ายสินค้าของตน พยายามปรับปรุงให้ได้มาตรฐานมากขึ้น และจะมีผลทำให้ผู้บริโภค ได้รับประทานอาหารทีดี่มีคุณภาพ--จบ--