ภาครัฐและเอกชนรวมตัวเป็นภาคีชี้มาตรฐานรพ.

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพ--19 มี.ค.--สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ความร่วมมือในการรวมตัวก่อตั้ง "ภาคีพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล" สำเร็จแล้วนับเป็นความหวังใหม่ของประชาชนที่จะได้รับบริการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพจากโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะให้ความไว้วางใจโรงพยาบาลแห่งใด นายแพทย์ปรากรม วุฒิพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะนายกภาคีพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล เปิดเผยภายหลังการร่วมลงนามสัตยาบันความร่วมมือก่อตั้งภาคีพัฒนาและรับรอง คุณภาพโรงพยาบาลว่า วันนี้ได้มีการลงนามร่วมกันเพื่อก่อตั้งภาคีพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลขึ้น โดยผู้ร่วมลงนามในครั้งนี้ประกอบด้วยองค์กรต่าง ๆ ได้แก่ แพทยสภา ทันตแพทยสภา สภาเภสัชกรรม สภาการพยาบาล กลุ่มสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน สำนักงานประกันสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันต่าง ๆ คือ นายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา และศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ โดยภาคีชุดนี้มีหน้าที่กระตุ้นให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน มีการพัฒนาคุณภาพและมีระบบตรวจสอบตนเองด้วยความสมัครใจ และจะมีการประกาศรับรองคุณภาพของโรงพยาบาลเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ นายแพทย์ปรากรมกล่าวต่อว่า การรวมตัวก่อตั้งเป็นภาคีเพื่อพัฒนาในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากที่ผ่านมา พบว่าประชาชนผู้บริโภคขาดข้อมูลที่จะช่วยในการตัดสินใจเลือกใช้บริการด้านรักษาพยาบาล ประกอบกับข้อมูลของผู้บริโภคไม่สามารถประเมินคุณภาพของโรงพยาบาลในภาพรวมได้ และคนที่จะทำได้ดีที่สุดคือผู้ประกอบวิชาชีพด้วยกันเอง นอกจากนี้โรงพยาบาลแต่ละแห่งยังมีนโยบายและทิศทางในการพัฒนาคุณภาพแตกต่างกันไป ดังนั้นการกระตุ้นและการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลของภาคีฯ ชุดนี้จึงเป็นการเสริมหรือต่อยอดให้กับการตรวจสอบเพื่อออกใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ของกองประกอบโรคศิลปะ ซึ่งการออกใบอนุญาตนั้นเป็นสิ่งที่บังคับใช้กับสถานพยาบาลเอกชนทุกแห่ง แต่การรับรองคุณภาพนี้ไม่ได้เป็นการบังคับ แต่เป็นความสมัครใจที่สถานพยาบาลจะเปิดตัวให้ภาคี ซึ่งเป็นคนนอกเข้าไปดูวิธีการทำงานและความพยายามในการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล นายแพทย์ปรากรมกล่าวต่อไปว่า ข้อกำหนดที่จะต้องบรรลุนั้นจะสูงกว่าสิ่งที่อยู่ในกฏกระทรวงเพื่อขออนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล เช่น การมีองค์กรแพทย์มาดูแลมาตรฐาน และจริยธรรมของการทำงานของแพทย์ การบันทึกเวชระเบียนที่นำไปใช้ประเมินคุณภาพได้ การมีระบบประกันคุณภาพหรือการตรวจสอบตนเองในทุกหน่วยงาน มีระบบที่จะค้นหาความต้องการของผู้ป่วยการให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วย เป็นต้น โครงการนี้ประชาชนจะมีส่วนร่วมต่อการพัฒนามากขึ้น เพราะสามารถให้ข้อมูลแก่ภาคีได้ ในทางกลับกันข้อมูลการรับรองคุณภาพของโรงพยาบาลก็จะช่วยเป็นเครื่องชี้วัดในการตัดสินใจเลือกใช้บริการของโรงพยาบาลได้เช่นกัน ทางด้าน ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการโครงการนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนจำนวน 35 แห่ง เข้าร่วมทดลองนำมาตรฐานหรือข้อกำหนดไปปฏิบัติ ขณะนี้มีความก้าวหน้าไปพอสมควร คาดว่าจะเริ่มมีการรับรองคุณภาพได้ในต้นปี 2542 นี้--จบ--

ข่าวสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข+กระทรวงสาธารณสุขวันนี้

สวรส. และ แอสตร้าเซนเนก้า ลงนาม MOU ขับเคลื่อนการวิจัยทางคลินิกในโรงพยาบาล สธ. ทั่วประเทศ

เสริมสร้างความเปลี่ยนแปลงการวิจัยทางคลินิกในไทย! สวรส. และแอสตร้าเซนเนก้า ลงนาม MOU ขับเคลื่อนการวิจัยทางคลินิกในโรงพยาบาล สธ. ทั่วประเทศ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ลงนาม MOU โครงการขยายศูนย์วิจัยทางคลินิกในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ยกระดับศักยภาพของการวิจัยทางคลินิกประเทศไทย พร้อมสร้างระบบนิเวศการวิจัยทางคลินิกที่ยั่งยืน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า "สวรส. ในฐานะผู้นำด้านการขับ

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ร่วมกับ โรช ไทยแ... สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข จับมือ โรช ไทยแลนด์ ลงนาม MOU หนุนการพัฒนาระบบสุขภาพให้ชาวไทย — สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ร่วมกับ โรช ไทยแลนด์ ลงนาม MOU เพื่อการพ...

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ได้จัดเว... สวรส. ถกบทเรียนวิจัยแก้วิกฤตโควิดกับการขับเคลื่อนนโยบาย สู่มาตรการลดช่องว่างสังคมไทย — สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ได้จัดเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้...