กรุงเทพฯ--11 มี.ค.--กทม.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 มี.ค. 41 ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางไปกรมตำรวจเพื่อเข้าพบ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อธิบดีกรมตำรวจ และยื่นหนังสือขอให้ดำเนินคดีกับกรรมการผู้มีอำนาจและผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) คือนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท กับพวก จากกรณีเกิดเหตุคานเหล็กรองรับรางรถไฟฟ้าตกลงมาทับรถยนต์จำนวน 4 คัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บที่บริเวณถนนสุขุมวิท โดยในหนังสือระบุว่า กทม. เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ได้กระทำการโดยประมาท ปราศจากความระมัดระวัง ดังนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าวควรต้องรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้พิจารณาดำเนินคดีบุคคลดังกล่าวในความผิดฐานร่วมกันกระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส รวมทั้งความผิดฐานอื่นด้วย
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจมากและถือเป็นความรับผิดชอบของกทม. ซึ่งผู้บริหารของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ให้ผู้รับเหมาหรือวิศวกรเป็นผู้รับผิดชอบเท่านั้น ผู้บริหารและกรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทต้องรับผิดชอบด้วย ที่ผ่านมากทม. ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ทองหล่อ แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก โดยมีเพียงวิศวกร 2 คน คือ นายณรงค์ โหรี และนายพงษ์อนันต์ พันธุ์เพ็ง ได้เข้ามอบตัวเมื่อเช้าวันที่ 10 มี.ค. 41 และขอประกันตัวไปแล้วภายในวันเดียวกัน ตนจึงต้องให้ พล.ต.ประชา พรหมนอก อธิบดีกรมตำรวจ ช่วยเร่งรัดคดีโดยเฉพาะการเอาผิดกับผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทยด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้กทม. ได้สั่งระงับการก่อสร้างโครงการในทุกจุดแล้วจกกว่าบริษัทอิตาเลียนไทยจะส่งแผนการก่อสร้าง รวมทั้งแผนป้องกันและมาตราการความปลอดภัยในการก่อสร้างในอนาคตมาให้ กมท.พิจารณา ซึ่งกทม.ได้มีคณะกรรมการชุดหนึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากสำนักการโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นกรรมการผู้พิจารณา
สำหรับจุดล่อแหลมที่อาจเกิดอันตรายขณะนี้มีทั้งหมด 4 จุด คือ บริเวณถนนสุขุมวิท หน้าห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ถนนพระราม 1 บริเวณสยามสแควร์ และสี่แยกราชประสงค์ รวมถึงบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้านคลองสามเสน ช่วงที่ตัดกับทางด่วน อย่างไรก็ตามกทม. จะควบคุมการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด สำหรับบริษัทอิตาเลียนไทยได้ถูกกทม. แจ้งความดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง แต่หากเกิดปัญหาอีกก็จะแจ้งความอีก
อธิบดีกรมตำรวจ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มาขอให้ดำเนินคดีกับกรรมการผู้มีอำนาจและผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ซึ่งตนจะเร่งดำเนินการสอบสวนหลายๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ด้านพล.ต.ต.อรรถพงษ์ มงคลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอาญา ทางตำรวจต้องดำเนินการอยู่แล้ว แม้จะไม่มีผู้แจ้งก็ตาม แต่ถือเป็นเรื่องดีที่ผู้ว่ากทม. มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อจะได้รวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้รับเหมา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาหารอีกคดีหนึ่ง--จบ--