SET9: ตลท.แจงนโยบายรองรับอินเทอร์เน็ต เทรดดิ้ง เน้นเปิดกว้างช่องทางซื้อขาย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพ--3 ก.ย.--ตลท. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตระหนักในความสำคัญของเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสารอินเทอร์เน็ต เชื่อมั่นช่วยเปิดช่องทางการซื้อขายหลักทรัพย์กว้างขวางและเข้าถึงผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ดีขึ้นย้ำจำเป็นต้องนำมาใช้กับธุรกิจหลักทรัพย์ไทยแต่ควรมีแนวทางปฏิบัติอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อประโยชน์ทุกฝ่าย นายสุรัตน์ พลาลิขิต รองผู้จัดการ ผู้ทำการแทนผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานสัมมนา "อินเทอร์เน็ต เทรดดิ้ง" ที่จัดให้แก่บริษัทสมาชิก และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ วานนี้ (2 ก.ย. 2542) ว่า การนำเทคโนโลยีความก้าวหน้าของระบบเครือข่ายสื่อสารอินเทอร์เน็ตมาใช้ในธุรกิจหลักทรัพย์ นับเป็นการ "เปิดช่องทาง" ทางธุรกิจที่ให้ประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำแก่ผู้เกี่ยวข้องในการเข้าถึงผู้ลงทุน และตลาดหลักทรัพย์กำหนดนโยบายและแนวทางปฎิบัติเพื่อรองรับพัฒนาการใหม่นี้ ภายใต้กรอบแนวคิด 3 ประการ คือ การพัฒนาตลาดและสินค้าในตลาดหลักทรัพย์การจัดการระบบข้อมูล และ เทคโนโลยี่ระบบเครือข่ายการสื่อสาร "สำหรับตลาดและสินค้าในตลาดหลักทรัพย์ เป็นเรื่องที่ชัดเจนแล้วว่าเราจะต้องพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ของเราให้มีความน่าสนใจต่อการลงทุน และ ความพร้อมเพื่อรองรับการซื้อขายตราสารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ตราสารทุน ตราสารหนี้ และ ตราสารอนุพันธ์ โดยต้องจัดให้มีเครื่องมือเพื่อสนองการลงทุนที่ครบถ้วน ทั้งสำหรับโบรกเกอร์และผู้ลงทุน ด้านการจัดการระบบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์นอกจากความชัดเจน ถูกต้อง และ ครบถ้วนของข้อมูลแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ยังมีเป้าหมายสำคัญ ที่จะพยายามนำเสนอข่าวสารแก่ผู้ลงทุนอย่างรวดเร็ว และทันท่วงทีเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนตามกลยุทธ์ของตน และกรอบแนวคิดที่สามเรื่องเทคโนโลยีระบบเครือข่ายการสื่อสาร ซึ่งมีอยู่ 3 ระดับในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายภายในองค์กรของตลาดเครือข่ายเชื่อมโยงกับบริษัทสมาชิก หรือเครือข่ายสื่อสารสากลระบบอินเทอร์เน็ตทั้งหมด นับเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะอำนวยโอกาสให้นักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศเข้าถึงตลาดหลักทรัพย์ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น และตลาดหลักทรัพย์เองสามารถให้บริการแก่สมาชิก และผู้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ" นายสุรัตน์กล่าว อย่างไรก็ตาม รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าแม้ว่าบทบาทและความสำคัญของอินเทอร์เน็ต จะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป และตลาดหลักทรัพย์เองก็ตระหนักดีในประเด็นนี้ แต่การนำเทคโนโลยี่อินเทอร์เน็ตมาใช้ในธุรกิจหลักทรัพย์ไทย จำเป็นต้องใช้ความรอบคอบระมัดระวัง "ผมเชื่อว่านโยบายที่เหมาะสมที่สุดคือการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้เพื่อเปิดให้มีช่องทางการซื้อขายหลักทรัพย์ที่กว้างขวางขึ้น (Open Accessbility) นโยบายนี้ มิได้ถูกกำหนดขึ้นเพียงเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ปัจจัยอื่นเช่นการรวมตัวกันของตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลก และการซื้อขายหลักทรัพย์ข้ามประเทศ ก็เป็นอิทธิพลสำคัญที่เรามิอาจมองข้ามได้" ส่วนแนวทางในการดำเนินนโยบายดังกล่าวรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ได้เสนอให้จัดทำเป็น 2 ระยะ โดยในระยะแรกอาจจำเป็นต้องมีกลไกควบคุมที่เหมาะสมบางประการ เพื่อให้มั่นใจว่าการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยอินเทอร์เน็ตดำเนินไปอย่างราบรื่น มีมาตรฐานความปลอดภัย และในระยะต่อไปจึงขยายขอบเขตบริการให้กว้างขวางขึ้น ซึ่งในระยะนี้ ระเบียบข้อกำหนด หรือกลไกควบคุมต่าง ๆ อาจถูกยกเลิกไป ซึ่งตลาดหลักทรัพย์เชื่อว่าแนวทางการดำเนินนโยบาย ทั้ง 2 ระยะนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และ พัฒนาให้การซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างมั่นคงเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนและผู้ประกอบการ อนึ่ง การสัมมนาเรื่อง "อินเทอร์เน็ต เทรดดิ้ง" ที่ตลาดหลักทรัพย์จัดขึ้นในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้บริษัทหลักทรัพย์และผู้เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยี่การซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยอินเทอร์เน็ต โดยได้เชิญวิทยากรชั้นนำจากบริษัทหลักทรัพย์จากต่างประเทศที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต เทรดดิ้ง เช่น จากประเทศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง มาแลกเปลี่ยนความรู้ถ่ายทอดประสบการณ์ และให้ข้อคิดที่น่าสนใจที่จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมรองรับการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยอินเทอร์เน็ต ในประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสาธิตอุปกรณ์ และซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำหลายรายอีกด้วย สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ฝ่ายสารนิเทศ โทร. 229-2046 หรือ 229-2040-3--จบ--

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

"SAPPE" ร่วมงาน Opp Day กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 15% เร่งดัน 'Mogu Mogu' สู่ Global Brand

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE นำโดย นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายอเนก ลาภสุขสถิต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,253 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 776 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก พร้อมกันนี้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกั... KFENFIX คว้า Morningstar Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงศรี — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) ได้รับรางวัลก...

พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั... ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท — พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั้น Idol Marketing ...

ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรั... ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร — ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับมาตรฐานองค์กรทุกมิติ ธรรมาภิบาล เพิ่มมูลค่าธุรกิจ...

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริ... SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว — นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเ...

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้า... L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ. — นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร...