สภากทม.แถลงผลงานที่ฝากไว้ในรอบ 4 ปี ก่อนหมดวาระ
กรุงเทพฯ--23 เม.ย.--กทม. สภากทม.แถลงอำลาก่อนจะหมดวาระ 25 เม.ย. 45 นี้ เผยผลงานเด่นที่ฝากไว้ในรอบ 4 ปี ในฐานะตัวแทน ประชาชนจากพื้นที่ ทำงานทั้งด้านนิติบัญญัติ พิจารณางบประมาณ ติดตามการทำงานของฝ่ายบริหารผ่านกฎหมายประกาศใช้แล้ว 36 เรื่อง เสนอญัตติให้ฝ่ายบริหารดำเนินการ 180 เรื่อง พร้อมแจงผลงานของคณะกรรมการสามัญ 10 คณะ มุ่งประโยชน์สูงสุดเพื่อกทม.และชาวกรุงเทพฯ เวลา 11.00 น. วันนี้(22 เม.ย.45) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ในกิจกรรม “พบกัน จันทร์ละหน คนกับข่าว” ครั้งที่ 42 สภากรุงเทพมหานครแถลงผลงานของสภากทม.ชุดปัจจุบัน ในโอกาสที่ดำรงตำแหน่งมาเป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2541-2545 โดยมีนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยสมาชิกสภากทม.จากเขตต่างๆ ในฐานะคณะกรรมการสภากทม. ร่วมแถลงข่าว ตรากฎหมาย 36 เรื่อง นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สภากทม.ชุดปัจจุบันจะทำงานครบวาระในวันที่ 25 เม.ย. 45 และสิ้นสุดวาระตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. 45 เป็นต้นไป โดยตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่อยู่ในวาระ สภากทม. ประกอบด้วย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) ซึ่งเป็นตัวแทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนทั้ง 50 เขต จำนวน 60 คน ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์กรนิติบัญญัติของกรุงเทพมหานคร โดยมีการผ่านความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติเพื่อตราเป็นข้อบัญญัติประกาศใช้ จำนวน 36 เรื่อง จากการพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ จำนวนทั้งสิ้น 50 เรื่อง มีร่างข้อบัญญัติที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน 5 เรื่อง ซึ่งจะมีการนำมาพิจารณาต่อในสภากทม.ชุดต่อไป สำหรับข้อบัญญัติฯที่ได้ผ่านความเห็นชอบไปทั้ง 36 เรื่องนั้น ขณะนี้ได้มีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งทุกเรื่องล้วนแต่เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาในการบริหารราชการ ปัญหาของเมือง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประชาชน เช่น ข้อบัญญัติฯ เรื่อง เงินสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม. ได้พ.ศ.2542 ที่ตราขึ้นมาเพื่อให้โรงเรียนเอกชนมีบทบาทในการดำเนินการร่วมกับกทม. ให้เด็กนักเรียนได้มีที่ศึกษาและได้รับสวัสดิการตามที่เด็กนักเรียนกทม.พึงได้อย่างทั่วถึงกัน รวมทั้งสภากทม.ชุดปัจจุบันยังได้ผ่านความเห็นชอบในร่างข้อบัญญัติฯ เกี่ยวกับการควบคุมอาคารและการก่อสร้าง ด้วยกันหลายเรื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการวางผังเมืองทั้งในพื้นที่เขตชั้นในและชั้นนอกของกรุงเทพฯ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น และในปี 2543 ได้ผ่านความเห็นชอบข้อบัญญัติฯ เรื่อง ค่าบริการ เพื่อจัดเก็บค่าบริการรักษาความสะอาดทางเท้าสาธารณะที่มีการตั้งแผงค้าขายในอัตราที่เหมาะสม ตลอดจนเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ผ่านความเห็นชอบข้อบัญญัติฯ เรื่อง การเลี้ยงและการปล่อยสัตว์ พ.ศ.2545 ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ไม่ให้เป็นสัตว์จรจัดไม่สร้างเหตุเดือดร้อนรำคาญและนำเชื้อโรคมาสู่คน เป็นต้น โดยการพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติแต่ละเรื่องนั้นสภากทม.จะคำนึงถึงประโยชน์ของกทม.และประชาชนเป็นหลัก กล่าวคือ ประชาชนได้รับประโยชน์จากกฎหมายที่ตราขึ้นอย่างเต็มที่ ขณะที่ กทม.เองก็ได้รับประโยชน์ในแง่ที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องในการบริหารจัดการ ตลอดจนพัฒนามาตรฐานการบริการให้เป็นที่พึงพอใจของประชาชนยิ่งขึ้น เสนอญัตติให้ฝ่ายบริหารดำเนินการ 180 เรื่องประธานสภากทม.กล่าวต่อไปว่า ภารกิจสำคัญอีกด้านหนึ่งของสภากทม.ชุดนี้คือ การควบคุมการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยมีการตั้งกระทู้ถามผู้ว่าราชการกทม.เพื่อขอทราบความชัดเจนในการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร จำนวนทั้งสิ้น 69 เรื่อง ารเสนอญัตติขอให้กทม.ดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนได้อย่างตรงจุดและ รวดเร็วยิ่งขึ้น จำนวน 215 ญัตติ และผ่านความเห็นชอบ จำนวน 180 ญัตติ นอกจากนี้ ยังมีการติดตาม ตรวจสอบ การทำงานของฝ่ายบริหาร ในรูปของคณะกรรมการสามัญ 10 คณะ รวมทั้งมีบทบาทในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกทม. ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2542-2545 เพื่อให้งบประมาณของ กทม.ที่มีค่อนข้างจำกัดมีการใช้จ่ายอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุดด้วย เนื่องจากการบริหารราชการของกทม.มีหน่วยงานซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการเป็นจำนวนมาก สภากทม.จึงแต่งตั้ง คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานของฝ่ายบริหารและกทม. จำนวน 10 ชุด แต่ละชุด ประกอบด้วย ส.ก. 9 คน มีบทบาทสำคัญในการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานและการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ประชุมสภาฯ 84 ครั้งในรอบ 4 ปี คณะกรรมการการตรวจรายงานการประชุมและเปิดเผยรายงานการประชุมลับ ได้ดำเนินการตรวจรายงานการประชุม ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งมีการประชุมสภาฯทั้งสมัย สามัญและสมัยวิสามัญ รวมทั้งสิ้น 17 สมัย รวมการประชุมสภา 84 ครั้ง จำแนกเป็นสมัยประชุมสมัยสามัญ 14 สมัย สมัยประชุมวิสามัญ 3 สมัย ขยายโอกาสทางการศึกษา-พัฒนาชุมชนและคนจนว่าที่ร.ต. ชนัตพล เหมวุฒิ ส.ก.เขตลาดพร้าว ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่าคณะกรรมการฯ ในสภาชุดนี้มีบทบาทสำคัญในการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานและการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในกรุงเทพฯ รวมทั้งการพัฒนาชุมชน รวมทั้งสิ้น 26 เรื่อง ในด้านการศึกษา มีการผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องหลายประการ อาทิ การติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันการแก้ไขปัญหาการใช้งบประมาณด้านการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียนกทม. โดยมีการเสนอญัตติเพื่อให้มีการกระจายอำนาจการจัดซื้อเบิกจ่ายงบด้านการศึกษาไปให้กับสำนักงานเขตมากยิ่งขึ้น เช่น งบการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเรียน งบการจัดซื้อนม ซึ่งทำให้นักเรียนได้บริโภคนมที่มีมาตรฐานคุณภาพและไม่มีปัญหาในเรื่องการจัดเก็บนม เป็นต้นการผลักดันโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาของโรงเรียนกทม. ซึ่งคณะกรรมการฯได้ ติดตามตรวจสอบการดำเนินโครงการให้เกิดความโปร่งใส มีการยื่นญัตติขอให้กทม.ยกเลิกการประกวดราคาในครั้งแรก และเปิดประกวดราคาใหม่ ซึ่งขณะนี้นักเรียน กว่า 3 แสนคน ในโรงเรียนกทม. จะได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนอย่างทั่วถึงทั้ง 431 โรงเรียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2545 ขณะเดียวกันคณะกรรมการฯ ได้มีส่วนในการพิจารณายกร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับปี 2542 ซึ่งเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาการศึกษาและการบริหารจัดการศึกษาท้องถิ่น รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณโครงการส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนในกิจกรรมต่างๆ และโครงการนักเรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้(Child Center) ตามมาตรฐานการศึกษาสากลด้วย สำหรับด้านการพัฒนาชุมชน คณะกรรมการฯได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาชุมชนและความยากจนของประชาชนในกรุงเทพฯ โดยตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา คณะกรรมการได้ติดตาม ตรวจสอบ การแก้ไขปัญหาคนจนเมือง ในภาวะวิกฤต (มิยาซาวา) ให้เกิดประสิทธิภาพ จนกระทั่งในปี 44 ได้เสนอญัตติผลักดันให้กทม.จัดจ้างครูตามโครงการมิยาซาวา ต่อจนสิ้นปีการศึกษา 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการฯได้ส่งเสริมให้มีโรงเรียนขยายโอกาสระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย ในโรงเรียนกทม.ทั่วทุกเขตด้วย นอกจากนี้ยังผลักดันให้มีการฝึกสอนวิชาชีพในโรงเรียนต่อเนื่องจนครบหลักสูตร และมีส่วนร่วมในการพิจารณา ติดตามการดำเนินโครงการธนาคารประชาชน โครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก้ประชาชนในชุมชนในการจัดทำโครงการเสนอขอจัดสรรเงินตามหลักเกณฑ์ของทางราชการได้อย่างถูกต้อง อีกด้วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง นางสุวัจนา สุทัศน์ ณ อยุธยา ส.ก.เขตพญาไท ในฐานะประธานคณะกรรมการการสาธารณสุข สวัสดิการสังคม และการกีฬา กล่าวว่า คณะกรรมการฯชุดปัจจุบัน ได้สร้างผลงานไว้ 15 ประการด้วยกัน โดยมีบทบาทสำคัญ ในการติดตาม ตรวจสอบ และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านต่างๆให้แก่ฝ่ายบริหารกทม. อาทิ แก้ไขปัญหาการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอาหารบนโต๊ะรับประทานอาหาร โดยเสนอร่างข้อบัญญัติฯ ควบคุมสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ.2543 ซึ่งได้ประกาศใช้แล้วในขณะนี้ ผลักดันเรื่องการจัดตั้งศูนย์บริการสาธารณสุข 63 สมาคมแต้จิ๋ว เร่งรัดติดตามให้สำนักงานเขตดำเนินการแก้ไขปัญหาร้านจำหน่ายอาหารที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณชายทะเลบางขุนเทียน ซึ่งขณะนี้ร้านจำหน่ายอาหารได้มีปรับปรุงให้ดีขึ้น การติดตามโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ของสำนักการแพทย์ ซึ่งมั่นใจว่ากทม.สามารถรองรับนโยบายของรัฐบาลได้โดยไม่ขาดทุน นอกจากนี้คณะกรรมการฯยังมีการสนับสนุนงบประมาณแปรญัตติเพื่อใช้ในการดำเนินงานด้านต่างๆ เช่น ใช้ในกิจการของสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด(บ้านพิชิตใจ) เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมี ประสิทธิภาพ เสนอแนะให้สำนักอนามัยควรมีการปรับปรุง เรื่องอาหาร อุปกรณ์เสริม สนับสนุนงบฯซ่อมแซมฟุตบาทอาคารสงเคราะห์ที่ทุ่งสองห้อง สนับสนุนงบประมาณฯจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องนอนและของใช้ที่จำเป็นให้กับนักกีฬาเขต 10 เป็นต้น มุ่งความมั่นคงเข้มแข็งของฐานะทางเศรษฐกิจและการคลัง นายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ก.เขตบางกอกน้อย ในฐานะประธานคณะกรรมการการเศรษฐกิจและการคลัง กล่าวว่าคณะกรรมการฯ มุ่งเน้นให้กทม.มีฐานะทางเศรษฐกิจและการคลังที่เข้มแข็งและมั่นคงพอที่จะบริหารจัดการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการศึกษาและเสนอแนะความเป็นไปได้ในการขยายสถาน ธนานุบาลกทม.โดยวิธีกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพราะกทม.สามารถกู้ได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ การดำเนินการขอกู้เงินสะดวกรวดเร็วเพราะกทม.เป็นหน่วยงานของรัฐ อีกทั้งเห็นว่าสถานธนานุบาลต้องพัฒนาการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพเพราะการกู้เงินอยู่บนพื้นฐานของกำไรจากการดำเนินการของสถานธนานุบาลเองศึกษาเรื่องการนำก๊าซธรรมชาติให้เป็นเชื้อเพลิง และเสนอแนะให้กทม.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ศึกษาและเสนอแนะให้กทม.จัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินจากโรงเรือนที่มีการติดตั้งเสารับส่งสัญญาณด้านสื่อสาร เพื่อให้กทม.มีรายได้เพิ่มขึ้น ศึกษาและเสนอแนะให้กทม.ทบทวนโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวม ระยะที่ 4 ในประเด็นที่เฉพาะกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งแรกมีสิทธิเข้าประกวดราคาในครั้งที่ 2 เป็นการดำเนินการขัดต่อข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง การพัสดุ พ.ศ. 2538 การศึกษาเรื่อง การยกฐานะของตลาดนัดให้เป็นการพาณิชย์ของกทม. ให้เกิดความชัดเจนและมีกระบวนการ ตลอดจนขั้นตอนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีซึ่งต้องมีการตราเป็นข้อบัญญัติและผ่านการพิจารณาของสภากทม. เป็นต้น นอกจากนี้คณะกรรมการฯยังได้ให้การสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยร่วมกับท้องถิ่นในการสำรวจและเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวกทม.จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่นำสินค้าในชุมชนมาจำหน่าย สร้างรายได้เข้าชุมชน ตลอดจนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยว และจัดอบรมประชาชนให้มีความรู้สามารถเป็นมัคคุเทศน์ในท้องถิ่นของตนเองได้ ปิดช่องโหว่โครงการให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพคณะกรรมการการจราจร ขนส่ง ผังเมืองและระบายน้ำ เป็นคณะกรรมการที่ตั้งแต่งขึ้นใหม่ในปี 2543 ได้มีการศึกษาและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาในงานด้านการจราจร ขนส่ง ผังเมือง และระบายน้ำ ในเรื่องหลักๆ 6 เรื่อง สำหรับด้านการจราจร ได้ศึกษาปัญหา เรื่องการก่อสร้างถนน ทางลอด ทางข้าม สะพานลอย สัญญาณไฟจราจร ฯลฯ เน้นในด้านการเชื่อมโยงโครงข่ายจราจร เช่น โครงการระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรเป็นพื้นที่ (ATC) ได้เสนอแนะ ว่า หากศึกษาแล้วโครงการดังกล่าวไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควรก็ไม่ควรมีการดำเนินการในระยะที่ 3 และ 4 โครงการทางยกระดับคลองภาษีเจริญและส่วนต่อเนื่อง ตอนที่ 2 ได้ศึกษาและเสนอแนะว่าควรมีการทบทวนเนื่องจากมีปัญหาหลายประการเช่นได้รับการคัดค้านจากกรมศิลปากร ไม่สามารถแก้ปัญหาจราจรได้เพราะมีแค่ 2 ช่องจราจร เป็นต้น ด้านการขนส่ง ได้ศึกษาปัญหาการขนส่งมวลชนของกทม. เช่นระบบ รถไฟลอยฟ้า รถไฟใต้ดิน รถไฟ รถเมล์ เรือ ความเชื่อมโยงของทุกระบบ พร้อมนำเสนอจุดด้อยและข้อปัญหาเพื่อพิจารณาหาทางแก้ไข รวมทั้งศึกษาทางเลือกอื่นๆ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานของขสมก.เพื่อเตรียมรองรับการโอนกิจการขสมก.มาอยู่ในความดูแลของกทม. ด้านการวางผังเมืองได้ศึกษาปัญหาในการวางผังเมือง การแก้ไข ข้อเสนอแนะ เช่น ปัญหาการดำเนินการทางผังเมืองล่าช้าได้เสนอแนะให้มีการแก้ไข โดยเมื่อมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ให้สำนักผังเมืองเสนอร่างข้อบัญญัติกำหนดบริเวณไปพร้อมกัน รวมทั้งให้สำนักผังเมืองประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงโครงการสะสมที่ดิน เพื่อการพัฒนาบริเวณศูนย์ พัฒนาคมนาคมกรุงเทพฯด้านใต้ (Land Bank) ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังได้เสนอแนะให้ดำเนินการเรื่องกรรมสิทธิที่ดิน ของโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมถนนพระราม 3 กับถนนสาธุประดิษฐ์ ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการ ก่อสร้าง เป็นต้น ส่วนด้านการระบายน้ำ ได้ติดตามปัญหาการสร้างเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ ทั้ง 2 ฝั่ง ระยะทาง 36.97 กม. ในปี 47 จากการตรวจสอบพื้นที่พบว่ามีปัญหา หลายประการที่สมควรแก้ไข เช่น ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนจากน้ำซึมเพราะมีรูรั่วท่อรวบรวมน้ำเสียยังก่อสร้างไม่ครบถ้วน ความสกปรกของแม่น้ำ ฯลฯ ผลักดันให้กรุงเทพฯ ปลอดปัญหาขยะ นายชัยวุฒิ จริยโรจน์สกุล รองประธานคณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า คณะกรรมการฯได้ สร้างผลงานสำคัญไว้ 15 เรื่อง โดยการติดตาม ตรวจสอบ ศึกษา และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม อาทิ ตรวจสอบโครงการขนย้ายภูเขาขยะที่หนองแขม เมื่อปี 41 จากการร้องเรียนเรื่องการทุจริต ซึ่งได้ข้อสรุปว่าไม่มีการทุจริตตามที่ร้องเรียน การผลักดันให้ดำเนินโครงการถนนโซนปลอดมลพิษอย่างต่อเนื่อง ตามแผนรณรงค์ลดมลพิษทางอากาศ ปี 42 ผลักดันให้มีการออกข้อบัญญัติฯเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมมูลฝอย รวมทั้งผลักดันการแก้ไขปัญหาขยะตกค้างและรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกก่อนทิ้ง รวมทั้งพิจารณาโครงการปรับปรุงรถเก็บขนมูลฝอยของกทม.ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ติดตามและพิจารณาการร้องเรียนกรณีการฝังกลบมูลฝอยที่ตำบลราชาเทวะ ในปี 2544 ซึ่งขณะนั้นพบว่าไม่ปรากฏกลิ่นเหม็นรุนแรง และคุณภาพน้ำไม่เป็นพิษติดตามความคืบหน้าการประมูลโครงการก่อสร้างโรงงานเผาขยะทั้ง 3 แห่ง (ท่าแร้ง อ่อนนุช หนองแขม) พร้อมทั้งศึกษาการดำเนินงานของโรงงานฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกสุขลักษณะว่า มีเทคโนโลยีแบบใดที่จะเหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาของกทม. และมีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างไร นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีการกำจัดขยะและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ อีกด้วย โครงการใหญ่รุดหน้าอย่างมีประสิทธิภาพนายพิพัฒน์ ลาภปรารถนา ประธานคณะกรรมการการโยธาและสาธารณูปโภค กล่าวว่า คณะกรรมการฯชุดปัจจุบันมีผลงานในการติดตาม ตรวจสอบ ผลักดัน และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการโยธาและสาธารณูปโภค จำนวน 16 เรื่อง โดยมีการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินโครงการด้านการก่อสร้างขนาดใหญ่ของกทม.ทุกโครงการ เช่น โครงการสะพานพระราม 8, โครงการบำบัดน้ำเสียหนองแขม สี่พระยา รัตนโกสินทร์ หนองแขม ภาษีเจริญ, โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกในถนนศรีนครินทร์ โครงการลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกทม., โครงการถนนเลียบทางรถไฟสายใต้, โครงการถนนพุทธมณฑลสาย 1, โครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนรามคำแหง(สุขาภิบาล3) พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแก่ฝ่ายบริหารเพื่อให้การดำเนินโครงการ มีประสิทธิภาพสมบูรณ์และเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ได้มีการศึกษาและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน โดยพิจารณาผู้รับจ้างที่มีคุณภาพมากกว่าผู้เสนอราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว ตลอดจนการติดตามแก้ไขปัญหา ข้อร้องเรียน เช่น เรื่องการบุกรุกที่สาธารณะบริเวณถนนชายทะเลบางขุนเทียนเป็นที่จอดรถของร้านอาหาร ทำให้ปิดกั้นทางระบายน้ำ ซึ่งคณะกรรมการฯได้ประสานสำนักงานเขตในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ทุกข์ของประชาชนไม่ถูกละเลย- เสริมกำลังต้านยาเสพติดในพื้นที่นายสมชาย สัจจะ ส.ก.เขตพระโขนง ประธานคณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนและข้าราชการ ในพื้นที่ 50 เขต โดยมีการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนได้แจ้งความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตู้ปณ. รับร้องทุกข์ทางไปรษณีย์ และเปิดเว็บไซต์ รับร้องทุกข์ทางอินเตอร์เน็ต นอกเหนือจากการรับเรื่องราวร้องทุกข์ในพื้นที่และทางโทรศัพท์ ตลอดจนติดตามแก้ปัญหาที่ได้รับ ร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก อาทิ ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตฝั่งตะวันออก ปัญหาเดือดร้อนรำคาญของประชาชน ติดตามแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย ปัญหาข้อร้องเรียนเรื่องการประพฤติมิชอบและการละเลยในหน้าที่ของข้าราชการ โดยมีการสอบสวนผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียนก่อนเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข นอกจากนี้ยังได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กทม.ให้เข้าไปร่วมรณรงค์และแก้ไขปัญหายาเสพติดและความไม่สงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา เร่งรัดโครงการเสร็จตามกำหนด และใช้งบประมาณให้ได้ประโยชน์สูงสุด คณะกรรมการนโยบายและติดตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีผลงานสำคัญในด้านนโยบายและการติดตาม งบประมาณรายจ่าย 14 เรื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้ใช้จ่ายเงินงบประมาณของกทม.ในแต่ละปีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยพยายามให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการทำงานภายในงวดงานและระยะเวลาที่กำหนด เช่น โครงการก่อสร้างระบบป้องกัน น้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคณะกรรมการได้ออกตรวจสอบพื้นที่และเร่งรัดโครงการให้เสร็จทัน ตามเวลา เพื่อให้ทันแก้ไขปัญหา น้ำท่วมในปี 45 ขณะเดียวกันก็ได้ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างของกทม.เพื่อให้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า มีการยื่นญัตติขอให้สำนักการโยธา สำนักการเขต และการเคหะแห่งชาติ มีการประสานกันก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างถนน ตรอกซอยใน พื้นที่กทม. เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน และ ใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน รวมทั้งเสนอให้การเคหะแห่งชาติปรับมาตรฐานการก่อสร้าง ถนน ตรอก ซอย ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับการก่อสร้างของกทม.ด้วย นอกจากนี้ยังได้ติดตามความคืบหน้าในการเบิกจ่ายงบประมาณแปรญัตติของส.ก.ประจำปี 44 และ 45 โดยงบประมาณ ปี 44 ได้บริหารจัดการไปตามแผนงานแล้วส่วนงบประมาณประจำปี 45 ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการเพื่อให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะ เร็วได้ พัฒนาความสัมพันธ์สภาบ้านพี่เมืองน้อง เตรียมจัดประชุมใหญ่สภามหานครอาเซียนปลายปีนี้ ด้านคณะกรรมการกิจการสภากทม. ในสภากทม.ชุดนี้ ได้ดำเนินการด้านการสร้างความสัมพันธ์กับสภามหานครของนานาประเทศตามโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้อง จนเห็นความก้าวหน้าอย่างชัดเจน โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงฯกับสภา มหานครจากประเทศต่างๆ หลายเมือง เช่น สภานครอูกานด้า สวีเดน สภาเมืองอูลานบาร์ตอ มองโกเลีย สภานครเซี้ยงไฮ้ สภาประชาชนนครปักกิ่ง ประเทศจีน และสร้างความสัมพันธ์กับสภานครโฮจิมินท์ และสภาประชาชนกรุงฮานอย เวียดนาม และสภานครคุณหมิง จีน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯได้เล็งเห็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เป็นความสัมพันธ์ที่ไร้พรมแดน และพึ่งพาอาศัยกันมากขึ้นโดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นกับท้องถิ่นจะก่อให้เกิดความร่วมมือของประชาชนและประชาคมท้องถิ่นให้พัฒนามากขึ้นซึ่งจากความสัมพันธ์ตามโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้องทำให้กทม.ได้มีการแลกเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขปัญหาของเมือง มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับเมืองอื่นในหลายด้าน อาทิ ครูสอนภาษาจีน และโค้ชฝึกสอนกีฬายิมนาสติกและปิงปอง จากประเทศจีน เป็นต้น นอกจากนี้ สภากทม.ชุดปัจจุบันยังได้สานต่อโครงการสภามหานครอาเซียน ที่สภากทม.ชุดก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการไว้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสภามหานครในประเทศอาเซียน 10 ประเทศ โดยในโอกาสที่ปีนี้เป็นปีแห่งการฉลองราชธานี 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์และครบรอบ 30 ปี การก่อตั้งสภากทม.สภากทม.จะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสภามหานครอาเซียน ระหว่างวันที่ 12-14 ธ.ค. 2545 นี้ด้วย คณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาข้าราชการกทม.ร่วมกับสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง จัดโครงการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ เสริมสร้างวิสัยทัศน์ และพัฒนาศักยภาพในการทำงานของส.ก. โดยการศึกษาดูงานจากประเทศที่พัฒนาแล้ว และอบรมหลักสูตร การจัดการมหานคร, การจัดการภาครัฐในแนวใหม่ และการปกครองท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาภาวะผู้นำของส.ก เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งจัดโครงการประชุมสัมพันธ์สภากทม.ทางสื่อต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักและสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของสภากทม.มากขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ สภากทม.ชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดวาระการทำงานตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 45 นี้ เป็นต้นไป โดยกรุงเทพมหานครได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่จะเข้ามาในสภากทม.ชุดใหม่ ในวันที่ 16 มิถุนายน 2545 และกำหนดวันรับสมัครพร้อมกันทั้ง 50 เขต ระหว่างวันที่ 13-17 พฤษภาคม 2545 นี้--จบ-- -สส-