มติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ประจำเดือนมกราคม 2545 - newswit.com
กรุงเทพฯ--31 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์ฯ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ประจำเดือนมกราคม 2545 ในวันนี้ (วันที่ 30 มกราคม 2545) ว่าที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้มีมติอนุมัติวาระสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1) การกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมของสมาชิกใหม่ (Broker) 2) แต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาความผิดค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 3) จัดทำโครงการ Front Office Service Bureau 1. กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมในการรับสมาชิกใหม่ (Broker) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้มีมติอนุมัติให้กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมในการรับสมัครสมาชิกใหม่ และวิธีการรับสมาชิกในปี 2545 เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิกสามารถเข้าเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ได้มากที่สุด เช่น กำหนดให้ต้องมีทุนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท มีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท มีคณะกรรมการและผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้จัดการขึ้นไปหรือเทียบเท่าที่มีประสบการณ์ในธุรกิจ หลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 3 ปี มีเจ้าหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์ระดับปริญญาตรีขึ้นไปไม่น้อยกว่า 2 คน มีเจ้าหน้าที่การตลาดด้านตราสารทุนที่ได้รับอนุญาต จากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ไม่น้อยกว่า 2 คน เป็นต้น ทั้งนี้ จะเปิดให้บริษัทที่สนใจยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 31 มีนาคม 2545 โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่ยื่นใบสมัครก่อนจะได้รับการ พิจารณาคุณสมบัติในการเป็นสมาชิกตามขั้นตอนทันที โดยไม่ต้องรอพิจารณาพร้อมบริษัทอื่นเมื่อสิ้นสุดวันรับสมัคร สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ที่ผ่านการพิจารณา คาดว่าจะสามารถเริ่มเป็นสมาชิกและเริ่มส่งคำสั่งซื้อขายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2545 นี้เป็นต้นไป ส่วนบริษัทที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนสามารถยื่นข้อมูล เพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2545 สำหรับคุณสมบัติของการสมัครเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ปรากฏตามเอกสารแนบ 2. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาความผิดค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาความผิดค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วยอนุกรรมการจำนวน 5 ท่าน เพื่อทำหน้าที่พิจารณาความผิดและลงโทษกรณีที่สมาชิก บริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่เกี่ยวข้องฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดตามข้อบังคับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการเรียกค่าธรรมเนียมในการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อหรือขายหลักทรัพย์จด ทะเบียนและการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสมาชิก พ.ศ. 2545 โดยให้มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวระ 3 ปี นับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติแต่งตั้ง สำหรับรายชื่อของคณะอนุกรรมการประกอบด้วย 1. นายโยธิน อารี ประธานอนุกรรมการ 2. พ.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล อนุกรรมการ (ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย) 3. นายกอบเกียรติ บุญธีรวร อนุกรรมการ (ผู้แทนจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์) 4. ดร.จงรัก ระรวยทรง อนุกรรมการ 5. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อนุกรรมการ ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2545 ถึง วันที่ 13 มกราคม 2548 3. อนุมัติการจัดทำโครงการ Front Office Service Bureau คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้อนุมัติให้จัดทำโครงการ Front Office Service Bureau ขึ้น หลังจากที่ได้จัดตั้งศูนย์บริการปฏิบัติการ หลักทรัพย์หรือ Back Office Service Bureau ในปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้บริการด้านการจัดการแก่บริษัท หลักทรัพย์ ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนด้านการดำเนิน ธุรกรรมหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ นอกจากนี้ โครงการ Front Office Service Bureau ยังสามารถรองรับสินค้าได้หลายประเภท และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Internet Trading ที่ให้บริการโดยตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และยังเป็นการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการพัฒนาไปสู่ Integrated Market ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในอนาคต โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการในขอบเขตการทำงานที่ครอบคลุมการทำงานในปัจจุบันทั้งหมดแก่สมาชิกใหม่ได้ในราวเดือนเมษายน 2545 การจัดตั้ง Front Office Service Bureau เป็นการดำเนินการเพื่อสนับสนุนแผนแม่บทการพัฒนาตลาดทุนไทย ด้านการลดต้นทุนการทำ ธุรกรรมและการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทสมาชิกและบริษัทที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก ของตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตที่ต้องการลดต้นทุนภาระค่าใช้จ่ายด้านการปฏิบัติการ และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบงานเพิ่มเติม รวมทั้งการลงทุนด้าน เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวด้วย ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์จะได้ทำความเข้าใจกับบริษัทสมาชิกเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวต่อไป ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อส่วนประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร : ลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร.0-2229-2036 / กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร.0-2229-2037 / จิวัสสา ติปยานนท์ โทร.0-2229-2039 เอกสารประกอบข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยฉบับที่ 9/2545(30 มกราคม 2545) คุณสมบัติของบริษัทหลักทรัพย์ที่ต้องการเข้าเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ ปี 2545 คุณสมบัติเดิม คุณสมบัติเพิ่มเติม 1. เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ คงเดิม หลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายซื้อขายหลักทรัพย์ 2. มีฐานะการเงินและผลการดำเนินงานดีตามสภาพแห่งธุรกิจ 2.1. มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท 2.2. มีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท 2.3. มีเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ไม่น้อยกว่าเกณฑ์ที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ซึ่งปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 7 3. สมรรถภาพและความพร้อมในการประกอบธุรกิจ ด้านอุปกรณ์ - มี Investor Terminal ที่เป็นกรรมสิทธิของบริษัทไว้บริการ ลูกค้าไม่น้อยกว่า 2 เครื่องด้านบุคลากรท มีเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ หลักทรัพย์ที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ไม่น้อยกว่า 2 คนท มีเจ้าหน้าที่การตลาดด้านตราสารทุนที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะ กรรมการ ก.ล.ต. ไม่น้อยกว่า 2 คน - มีเจ้าหน้าที่รับอนุญาต (Trader) ที่ได้รับอนุญาตจากตลาด หลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 2 คน - มีเจ้าหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Officer) ไม่น้อยกว่า 1 คน 4. มีผู้บริหารที่มีความสามารถและมี ประสบการณ์ในธุรกิจหลักทรัพย์ 4.1. ต้องเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีความซื่อสัตย์และมีจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. 4.2. คณะกรรมการและผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ผู้ช่วยผู้จัดการขึ้นไป ต้องมีประสบการณ์ในธุรกิจหลักทรัพย์ ไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนวันยื่นใบสมัคร 4.3. ผู้อำนวยการฝ่ายหลักทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ และผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ ต้องมีประสบการณ์ ในธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจอื่นที่สามารถนำประสบการณ์มาใช้ ในหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนวันยื่นใบสมัคร 5. มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี - บริษัทมีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่กำหนด โดยหน่วยงานทางการและสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง การชำระค่าเข้าเป็นสมาชิก บริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกสามารถเลือกชำระค่าเข้าเป็นสมาชิกได้ 2 ทางเลือกคือ แนวทาง วิธีการชำระค่าธรรมเนียม ทางเลือกที่ 1 จ่ายค่าธรรมเนียมครั้งแรก 10 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมราย เดือนร้อยละ 0.025 ของมูลค่าการซื้อขายในแต่ละเดือนเป็นระยะ เวลา 3 ปี โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมครั้งแรกอย่างน้อย 5 วัน ทำการก่อนเริ่มส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามาในระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ ทางเลือกที่ 2 ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมครั้งแรก แต่จ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือนร้อยละ 0.04 ของมูลค่าการซื้อขายในแต่ละเดือนเป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้ การชำระค่าธรรมเนียมทั้งสองทางเลือกต้องไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท--จบ-- -อน-