บทความเรื่อง ยุทธศาสตร์การแก้ไขและจัดการปัญหาความยากจนของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรุงเทพฯ--19 ส.ค.--สศก. เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์การแก้ไขและจัดการปัญหาความยากจนของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการให้เกิดผลในทางรูปธรรมให้มากที่สุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อจัดทำแนวทางการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์การแก้ไข และจัดการปัญหาความยากจนของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะทำงานปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์การแก้ไขและจัดการปัญหาความยากจนของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้น ซึ่งได้มีการจัดประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสมาชิก นักวิชาการ ผู้แทนสถาบันการศึกษา ผู้นำเกษตรกร ปราชญ์ชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน และเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดโดยนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาปรับปรุง ร่างยุทธศาสตร์ให้มีความสมบูรณ์ และเหมาะสม ในการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น สำหรับสาระร่างยุทธศาสตร์การแก้ไขและจัดการ ปัญหาความยากจนของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยยุทธศาสตร์หลัก 6 ด้าน ดังนี้1) ยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจและการพัฒนาภูมิภาค โดยสร้างความเชื่อมโยงการพัฒนาชนบทและเมืองให้สัมพันธ์อย่างเกื้อกูลบนพื้นฐานของศักยภาพและความต้องการในพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเป็นระบบครบวงจร ในการพัฒนาองค์ความรู้ การผลิต การแปรรูป การตลาด และแหล่งเงินทุน รวมทั้งการสนับสนุนด้านกฎหมาย ปรับโครงสร้างระบบการผลิตทางการเกษตรมาสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน จัดตั้งสถาบันการเงินในระดับท้องถิ่น สอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจชุมชน และส่งเสริมการระดมเงินออมภายในชุมชน2) ยุทธศาสตร์ด้านการเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง โดยเสริมสร้างระบบการเรียนรู้ของคนจนให้เกิดร่วมคิดร่วมแก้ไขปัญหา และพัฒนาขยายเป็นเครือข่าวการเรียนรู้ ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของแต่ละท้องถิ่น สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาความรู้ พัฒนาอาชีพ ให้มีสื่อที่บริหารและจัดการโดยองค์กรของคนจน ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยมในการดำรงชีวิตมาสู่ความพอประมาณ เพิ่มทักษะฝีมือแรงงานและระดับความรู้ 3) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการพัฒนา โดยผลักดันให้มีกฎหมายด้านเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการพัฒนา ปรับปรุงและยกร่างกฎหมายที่จะสร้างให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงและยกร่างกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน 4) ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมอย่างเป็นธรรม โดยพัฒนาระบบบริหารและสวัสดิการทางสังคมของรัฐ เช่น สาธารณสุข การศึกษา ให้เข้าถึงกลุ่มคนจน และผู้ด้อยโอกาสได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พัฒนาระบบสวัสดิการทางสังคมในระดับท้องถิ่น เพื่อให้การจัดสวัสดิการสังคมมีความสอดคล้องกับปัญหาและตรงความต้องการของคนจน5) ยุทธศาสตร์ด้านพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและปัจจัยการดำรงชีวิต โดยถ่ายโอนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับชุมชน จากหน่วยงานส่วนกลางทั้งในด้านระบบข้อมูล วิชาการ กฎหมาย และการบริหาร เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรและคนที่ยากจน ให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการแหล่งน้ำและระบบจัดการน้ำในระดับไร่นาและชุมชน ส่งเสริมการจัดการในรูปแบบป่าชุมชน ศึกษารวบรวมการใช้ภูมิปัญหาท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูทรัพยากร ธรรมชาติ และระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับปรุงระบบบริหารของภาครัฐ โดยปรับกระบวนทัศน์ของบุคลากรในภาครัฐ ให้เห็นความสำคัญของศักยภาพในการพัฒนาของคนจนและชุมชน เปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานเน้นการทำงานโดยกระบวนการมีส่วนร่วมแบบบูรณาการ จัดสรรงบประมาณลักษณะเงินอุดหนุนให้ชุมชนบริหารจัดการเอง การบริหารที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ มีการกำหนดตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม จัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความยากจนที่ชัดเจนต่อกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรชุมชนมีบทบาทในการวางแผน และใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชุมชน เป็นกลไกหลักของการดำเนินงานพัฒนาชนบทเพื่อเป็นการเปิดกว้างและได้นำเสนอร่างยุทธศาสตร์การแก้ไขและจัดการปัญหาความยากจนของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ปรับปรุงแล้ว ให้กับทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับนโยบายของชาติจนถึงระดับที่ยุทศาสตร์มีผลต่อชีวิตและการปรับปรุงคุณภาพชีวิต จึงจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคม 2545 ณ โรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบ พิจารณาข้อมูลตลอดจนแนวทางในการดำเนินการว่าเหมาะสมและสามารถนำไปปฏบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างไร โดยร่วมกันวางข้อกำหนดในการคัดเลือกจังหวัดนำร่อง และคัดเลือกจังหวัดนำร่องที่จะนำยุทธศาสตร์แปลงไปสู่แผนปฏิบัติการต่อไป ซึ่งข้อสรุปที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้จะนำเสนอเป็นแนวนโยบายในการดำเนินการแก้ไขและจัดการปัญหาความยากจนของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป--จบ-- -สส-

ข่าว โรงแรมเจริญธานี ล่าสุด