15 ปีเอ็มเทคกับการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุของประเทศ

กรุงเทพฯ--7 ส.ค.--เอ็มเทค เอ็มเทคแถลงนโยบาย มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุ 5 สาขา ลดการนำเข้าเทคโนโลยี พิจารณาอนุมัติทุนวิจัยควบคู่กับโอกาสเชิงพาณิชย์ แม้งบประมาณปรับลด เตรียมหารายได้ 30%ของรายจ่ายด้านบุคลากร ก้าวสู่ปี 46 โดยปรับเครือข่ายเอ็มเทคในมหาวิทยาลัย ให้เป็นหน่วยเทคโนโลยีเฉพาะทาง เพื่อเจาะลึกด้านเทคโนโลยี เพิ่มงบวิจัยเป็น 50%ของงบทั้งหมด รุกเอสเอ็มอีโดยการถ่ายทอดงานวิจัย ให้คำปรึกษา ฝึกอบรม และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยในงานประชุมวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวัสดุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 ว่า สวทช. มีนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุใน 5 สาขา คือ เทคโนโลยีวัสดุเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรภายในประเทศ, เทคโนโลยีวัสดุเพื่อการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์, เทคโนโลยีวัสดุเพื่อพลังงานรูปแบบใหม่, เทคโนโลยีวัสดุทางการแพทย์เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน และเทคโนโลยีวัสดุเพื่อส่งเสริมการเกษตร "เทคโนโลยีโลหะและวัสดุเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะและสร้างประโยชน์ในเรื่องการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การพัฒนาสมรรถนะการใช้งานวัสดุ และการค้นหาวัสดุใหม่เพื่อทดแทนวัสดุเดิม หากมีการสนับสนุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออนาคตของประเทศได้ด้วย" ดร. ไพรัชกล่าว ด้าน รศ.ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวในการแถลงข่าว "15 ปีเอ็มเทคกับการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุของประเทศ" ว่า ภายหลังจากเอ็มเทคได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีวัสดุมาเป็นเวลา 15 ปี ขณะนี้เอ็มเทคเตรียมผลักดันให้มีการวิจัยที่สามารถนำไปใช้พัฒนากระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุนและลดการนำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น โดยในการอนุมัติหัวข้อวิจัยจะต้องมีการศึกษาถึงโอกาสในเชิงพาณิชย์ประกอบกันด้วย รศ.ดร.ปริทรรศน์กล่าวถึงนโยบายในปี 2546 ว่าเอ็มเทคจะมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนา ออกแบบ และวิศวกรรม โดยจะจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 ของงบประมาณทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2545 ที่มีเพียงร้อยละ 20 ส่วนงบประมาณที่เหลือจะจัดสรรให้แก่พันธกิจด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ เอ็มเทคได้ปรับเปลี่ยน หน่วยปฏิบัติการเครือข่าย ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาภาครัฐที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2539 รวมจำนวน 19 หน่วย ให้เป็น หน่วยเทคโนโลยีเฉพาะทาง ซึ่งถือเป็นการก้าวไปอีกขั้น คือพัฒนาจากการสร้างเครือข่ายกำลังคนด้านเทคโนโลยีวัสดุ ปรับสู่การเจาะลึกทางด้านเทคโนโลยี โดยระบบนี้จะเอื้อต่อการวิจัยในมหาวิทยาลัยที่จะออกนอกระบบ ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2545 เอ็มเทคได้พิจารณาอนุมัติหน่วยเทคโนโลยีเฉพาะทางไปแล้ว 5 หน่วย โดยแต่ละหน่วยมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี (ระยะเวลาต่อเนื่อง 5 ปี) งบประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี คาดว่าภายใน 3 ปี จะมีหน่วยเทคโนโลยีเฉพาะทางจำนวน 12-15 หน่วย นอกจากนี้เอ็มเทคยังจะมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามนโยบายของรัฐบาล ด้วยการฝึกอบรมและให้ทุนสนับสนุนการอบรมแก่บุคลากรภาคผลิต ให้บริการปรึกษาทางเทคโนโลยีและแก้ปัญหาทางเทคนิคแก่ภาคเอกชน และถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยนำงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ ตัวอย่างโครงการเพื่อพัฒนาธุรกิจ SMEs ที่เอ็มเทคกำลังดำเนินการอยู่ปัจจุบัน เช่น การจัดการและปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมเซรามิกส์ (SAL) ซึ่งเอ็มเทคร่วมกับกระทรวงอุตสาห-กรรม และกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิกส์ สภาอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาปรับโครงสร้างกระบวนการผลิตให้มีต้นทุนและการส่งมอบสินค้าที่แข่งขันได้ พัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรมให้มีความรู้และเทคโนโลยีด้านการบริหารอุต-สาหกรรมและการจัดการกระบวนการผลิตสมัยใหม่ และสนับสนุนการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม โดยจัดให้มีบริการปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และศูนย์เทคโนโลยีการออกแบบและการผลิต ซึ่งเป็นโครงการพิเศษภายใต้เอ็มเทคยังมีการวิจัยเพื่อสนับสนุนด้าน Design & Engineering ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการทั้งสิ้น 12 โครงการ รศ.ดร.ปริทรรศน์กล่าวอีกว่า แม้เอ็มเทคจะเป็นองค์กรที่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล แต่เนื่องจากการปฏิรูประบบราชการที่ทำให้เกิดกระทรวงทบวงใหม่ เป็นผลให้มีการแบ่งงบประมาณจากหน่วยงานเดิมไปส่วนหนึ่ง ทำให้เอ็มเทคต้องปรับนโยบายเพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น โดยในปี 2546 เอ็มเทคได้ตั้งเป้านำระบบศูนย์ต้นทุน (Cost Center) มาประยุกต์ใช้ในระดับหน่วยงานปฏิบัติการ และหารายได้รวมของศูนย์ให้ได้ร้อยละ 30 ของรายจ่ายด้านบุคลากร รวมทั้งจะทดลองแยกหน่วยงานที่มีความพร้อมให้มีระบบการบริหารงานเป็นอิสระจากองค์กร อนึ่งภารกิจยุคแรกของเอ็มเทคนับตั้งแต่เป็นโครงการภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน (ชื่อในขณะนั้น) คือการวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านกำลังคน เครื่องมืออุปกรณ์ และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีวัสดุให้แก่ประชาชน โดยเริ่มจากการให้ทุนการศึกษาด้านเทคโนโลยีวัสดุ และให้ทุนวิจัยแก่สถาบันภายในประเทศ ต่อมาในปี 2534 เอ็มเทคได้ย้ายมาสังกัดกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และเมื่อนักวิจัยรุ่นแรกของเอ็มเทคได้จบการศึกษาจากต่างประเทศในช่วงปี 2538 - 2539 เอ็มเทคจึงเริ่มดำเนินการวิจัยภายใน จากนั้นในปี 2542 ได้ตั้งหน่วยงานประสานอุตสากรรมเพื่อนำงานวิจัยออกสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันเอ็มเทคมีนักวิจัยระดับปริญญาเอกประมาณ 50 คน ฝ่ายนิเทศสัมพันธ์ เอ็มเทค โทร. 0-2564-6500 ต่อ 4519, 4523 e-mail : [email protected] จบ-- -ศน-

ข่าว ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ ล่าสุด