ไทยเอ็นจีโอขอเชิญร่วมงานมหกรรม “เสียงจากป่าชุมชน” วันเสาร์ - อาทิตย์ที่ 17-18 สิงหาคม 2545 หอประชุม มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
กรุงเทพฯ--24 ก.ค.--ไทยเอ็นจีโอ ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มนุษย์ได้ใช้ทรัพยากรต่างๆจากป่า ทั้งทางตรงและทางอ้อม สิ่งที่สั่งสมมาจากความรู้ในการดำรงชีวิตร่วมกันระหว่างคนกับป่า ที่เรียกว่า ภูมิปัญญา หรือ องค์ความรู้ ของชุมชนในป่า ผ่านการเรียนรู้ลองผิดลองถูกมาเนิ่นนาน จนคนและชุมชนเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอย่างยั่งยืน กล่าวคือ ได้ทั้งอัตประโยชน์และไม่เป็นการทำลายล้างทรัพยากร ความรู้ต่างๆเหล่านี้ มีออกมาในรูปของยาสมุนไพร ซึ่งผู้ที่สืบทอดองค์ความรู้ในการใช้ยาสมุนไพรในป่าชุมชน ก็คือ *าพื้นบ้าน ซึ่งอาศัยการเรียนรู้ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นในชุมชน การเรียนรู้ความหลากหลายของชนิดพืชผักที่นำมาทำเป็นอาหารในท้องถิ่น เกิดจากภูมิปัญญาในการหาอยู่หากินของคนในชุมชน ความหลากหลายของพืชพันธุ์ต่างๆที่มนุษย์นำมาเพาะปลูก เกิดจากภูมิปัญญาในการคัดเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับท้องถิ่น ด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของพันธุ์พืชเหล่านั้นหลอมรวมเข้ากับความเข้าใจในธรรมชาติ ก่อเกิดเป็นภูมิปัญญาในการทำไร่หมุนเวียน มีการรักษาป่าต้นน้ำที่เกิดจากการเรียนรู้ว่า ป่าธรรมชาติเป็นแหล่งซึมซับน้ำและค่อยๆปล่อยลงมาเป็นลำธารที่หล่อเลี้ยงชุมชนและไร่นา จนเกิดเป็นองค์ความรู้และภูมิปัญญาในการจัดการน้ำ ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆเหล่านี้ ล้วนมีรากฐานมาจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับทรัพยากรป่า หากมีเพียงองค์ความรู้แต่ไม่มีการใช้ประโยชน์ องค์ความรู้ก็จะกลายเป็นเพียงความรู้ที่ตายแล้วและค่อยๆสูญหายไป ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปี ป่าที่เคยเป็นฐานทรัพยากรของชุมชน เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นทรัพยากรที่จัดการโดยรัฐ ซึ่งรัฐมีอำนาจในการจำแนกและแบ่งสรรพื้นที่ป่าเพื่อการค้าและเพื่อการอนุรักษ์ ป่าจึงกลายเป็นของที่ชุมชนแตะต้องมิได้ แต่กลับมีการให้สัมปทานทำไม้ การเช่าพื้นที่ป่าของนายทุนทั้งที่เป็นคนไทยและบริษัทต่างชาติ ซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ ด้วยการจัดการแบบแยกส่วน ที่มองป่าเป็นเพียงเนื้อไม้ เรื่อยมาจนถึงการมองความเปราะบางทางนิเวศวิทยาแบบแยกคนออกจากธรรมชาติ การอพยพคนออกจากป่า ความเชื่อมั่นในวิธีการรักษาป่าโดยรัฐ ซึ่งมีช่องโหว่และเปิดทางให้กับขบวนการทำลายล้างทรัพยากรป่า ที่เกิดขึ้นในหลายๆแห่งซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ ชุมชนถูกพรากจากฐานทรัพยากรของตนเองเข้ามาเป็นคนจนในเมือง สร้างปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมมากมาย จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวของชุมชนเพื่อปกป้องป่า จนถึงการร่วมศึกษาเรียนรู้และทำวิจัยภูมิปัญญาชุมชนกับการจัดการป่าของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รวมทั้งข้อจำกัดของกฎหมายป่าไม้ฉบับที่ผ่านมาทุกฉบับซึ่งไม่ยอมรับสิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากร นำมาสู่การร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชนฉบับประชาชน ซึ่งเป็นร่างกฎหมายฉบับแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เป็นมิติใหม่ในการร่วมจัดการ จัดสรรบทบาทหน้าที่ของทุกฝ่ายในสังคม ในรูปแบบพหุภาคี คือทั้งรัฐ ประชาชน และสังคม โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของผืนป่า ภูมิปัญญาและฐานทรัพยากรของคนทั่วประเทศ เครือข่ายป่าชุมชนประเทศไทย และ ชุมชนคนรักป่า จึงได้ร่วมกับ นักวิชาการ นักศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนศิลปิน นักเขียน นักดนตรี สื่อมวลชนแขนงต่างๆ จัดกิจกรรมรณรงค์ เผยแพร่ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม ที่เกี่ยวข้องกับป่าชุมชน อันเป็นกลไกสำคัญที่ดำรงรักษาทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นแหล่งอาหาร ต้นน้ำลำธาร และฐานทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของโลกและของประเทศ รวมทั้งร่วมสนับสนุนพระราชบัญญัติป่าชุมชนฉบับประชาชน เพื่อสร้างสรรค์การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรจากทุกๆฝ่ายในสังคม และรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และความผาสุขของชุมชนและประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จึงมีการ จัดกิจกรรมเผยแพร่และสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม และองค์ความรู้ในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า อันนำมาซึ่งความที่ยั่งยืนในการการพึ่งตนเองและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติแก่กลุ่มเป้าหมายต่างๆในสังคม สร้างความเข้าใจในปัญหาที่เกิดจากการจัดการทรัพยากรแบบแยกส่วนโดยรัฐ และพัฒนาการของการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน ซึ่งเป็นที่มาของการร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชนฉบับประชาชน สานความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างชุมชนผู้รักษาป่าทั่วประเทศกับคนเมือง ชนชั้นกลาง นักศึกษาเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการดูแลรักษาผืนป่า และทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ชุมชนชาวบ้าน นักวิชาการ นักธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ศิลปิน และบุคคลแวดวงต่างๆ ในสังคม เพื่อสนับสนุนพระราชบัญญัติป่าชุมชนฉบับประชาชน ที่รับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ? ผู้จัด - ศูนย์ศึกษาพัฒนาสังคม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - เครือข่ายป่าชุมชนประเทศไทย - ชุมชนคนรักป่า - มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม - เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม - รายการทุ่งแสงตะวัน บริษัทป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด - กลุ่มเด็กรักป่า จังหวัดสุรินทร์ - ชมรมศิษย์เก่าบูรณะชนบทและเพื่อน - มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน - โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ - คณะกรรมการเผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา - คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน - เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก - มูลนิธิเด็ก - สถาบันความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาไทย (BIOTHAI) - สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา - สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย - คณะกรรมการประสานงานชุมนุมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 16 สถาบัน - กลุ่มเพื่อนประชาชน - ผู้ประสานงาน - นางสาวรจเรข วัฒนพาณิชย์ ชุมชนคนรักป่า 77/1 หมู่ 5 ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ 50200 โทร.053-810-402 / 01-885-7751 - นางสาวสมคิด มหิศยา มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม 409 ซ.โรหิตสุข ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320 โทร.0-2641-0437-9 - นางสาวปาริชาติ ผลเพิ่ม กลุ่มดินสอสี 106 ซอยรามไมตรี ถนนพระราม 4 ป้อมปราบฯ กรุงเทพมหานคร 10100 โทร.0-2225-7348-9 / 0-2623-2838 กด 2 - นางสาวหทัยชนก อินทรกำแหง โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ 409 ซ.โรหิตสุข ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320 โทร.0-2691-0718 - 20 กำหนดการ มหกรรม “เสียงจากป่าชุมชน” วันเสาร์ - อาทิตย์ที่ 17-18 สิงหาคม 2545 หอประชุม มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง - จัดแสดงนิทรรศการ “ป่าชุมชน” - ออกร้านจำหน่ายหนังสือ และ ผลิตภัณฑ์ชาวบ้าน - กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กและครอบครัว โดย รายการทุ่งแสงตะวัน, กลุ่มเด็กรักป่า จังหวัดสุรินทร์, มูลนิธิเด็ก, ชุมชนคนรักป่า และนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร กำหนดการ มหกรรม “เสียงจากป่าชุมชน” วันเสาร์ - อาทิตย์ที่ 17-18 สิงหาคม 2545 หอประชุม มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง - จัดแสดงนิทรรศการ “ป่าชุมชน” - ออกร้านจำหน่ายหนังสือ และ ผลิตภัณฑ์ชาวบ้าน - กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กและครอบครัว โดย รายการทุ่งแสงตะวัน, กลุ่มเด็กรักป่า , มูลนิธิเด็ก, ชุมชนคนรักป่า และนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร หอประชุม เวทีเสวนาและศิลปวัฒนธรรม วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2545 14.00 น. กล่าวเปิดงาน โดย ตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากร 14.15 น. ปาฐกถานำ “ทำไมคนเมืองควรสนับสนุนชาวบ้านจัดการป่าชุมชน” โดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์ 15.00 น. ดนตรี “โฮปแฟมิลี่” 16.00 น. เสวนา “ป่าชุมชน-หนทางร่วมคนเมืองกับชาวบ้านรักษาป่า” โดย เตือนใจ ดีเทศน์ วุฒิสมาชิก พิศิษฐ์ ชาญเสนาะ สมาคมหยาดฝน ยศ สันตสมบัติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปรีดา เตียสุวรรณ์ เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม คำนูณ สิทธิสมาน สื่อมวลชน ดำเนินรายการโดย ศยามล ไกรยูรวงศ์ โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ 18.00 น. ดนตรี “คีตาญชลี และ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” 19.00 น. นิทานละคร “หน่อหมื่อเอ” โดย กลุ่มมะขามป้อม และ วัชพืชหลังเขาบรรเลงดนตรี 20.00 น. จบรายการ อาทิตย์ 18 สิงหาคม 2545 14.00 น. วิดีโอ “เส้นทางพ.ร.บ.ป่าชุมชน” 14.15 น. ละครหุ่น เพื่อป่าชุมชน โดย คณะละครหุ่นยายองุ่น และพระจันทร์เสี้ยวการละคร 15.00 น. ดนตรี “เจี๊ยบ | วรรธนา” และ “สุดสะแนน” พร้อมศิลปินรับเชิญ น้าต้อม สองวัย 16.00 น. เสวนาประกอบสไลด์ “ภูมิปัญญาจากป่าชุมชน-สวนของคนขี้เกียจและคนหว่านเมล็ดพันธุ์” โดย โสภณ สุภาพงษ์ วุฒิสมาชิก พะตี จอนิ โอ่โดเชา สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมฯ สุวิชานนท์ รัตนภิมล นักเขียนสารคดี รางวัลลูกโลกสีเขียว นิรมล เมธีสุวกุล รายการทุ่งแสงตะวัน ดำเนินรายการโดย รจเรข วัฒนพาณิชย์ ชุมชนคนรักป่า 18.00 น. คอนเสิร์ต โดย ศุ บุญเลี้ยง และเพื่อน--จบ-- -สส-