บางจากฯ ไตรมาสแรกปี 2545 มีรายได้ 1.15 หมื่นล้านบาท กำไร 306.59 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--13 มิ.ย.--บางจาก ไตรมาสแรกปี 2545 บางจากฯ มีกำไรสุทธิ 306.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทั้งเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย ทำให้ผลการดำเนินงานดีขึ้นมาก นายณรงค์ บุณยสงวน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ (มหาชน) เปิดเผยถึงผลดำเนินงานตามงบกำไรขาดทุนของบริษัทฯในไตรมาสแรกของปี 2545 หลังสอบทานโดยสำนักตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าบริษัทฯ มีรายได้รวม 11,500 ล้านบาท รายจ่าย 11,162ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 306.59 ล้านบาท ผลกำไรที่เกิดขึ้นมาจากค่าการกลั่นได้ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ บางจากฯ ได้ปรับปรุงการผลิตและลดพลังงานโดยมีผลในการลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย อีกประมาณ 20% คาดว่าทั้งปีจะลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ส่วนหนึ่งมาจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ และการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบ "ช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ปรับตัวในทุกด้าน ทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมันและการตลาด พนักงานทุกคนในบริษัทฯ อาสาเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงสถานีบริการ เพื่อขยายฐานลูกค้าและดึงลูกค้าให้กลับมาใช้บริการอีก โดยมุ่งอำนวยความสะดวก และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าบางจากฯ ไม่เคยหยุดนิ่ง พยายามปรับตัวตลอดเวลา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าภายในสถานีบริการน้ำมันในรูปลักษณ์ใหม่ เป็นร้านค้าเพื่อชุมชน (COMMUNITY STORE) ให้มีความสะดวก สะอาด เพิ่มสินค้าและบริการอย่างครบครันสอดคล้องกับวิถีชีวิตครอบครัวปัจจุบัน" นายณรงค์ กล่าว นอกจากนี้ บริษัท บางจากฯ ยังได้เร่งขยายฐานลูกค้าในตลาดอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมันเตาและน้ำมันหล่อลื่น โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นในอัตรา 10% และ 45% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสสอง ปี 2545 นายณรงค์กล่าวว่า หากผลจากค่าการกลั่นยังคงดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และความนิยมในสินค้าไทยของคนไทยที่ส่งผลดีต่อยอดขายน้ำมันบางจาก คาดว่าผลประกอบการในไตรมาสที่สอง น่าจะดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่บริษัทฯ มีผลกำไร 306.59 ล้านบาท--จบ-- -สส-

ข่าวการบริหารจัดการ+ณรงค์ บุณยสงวนวันนี้

ผู้นำธนาคารทั่วโลกชี้ AI Agents คือช่องโหว่ความเสี่ยงอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมการเงิน เผย 'ไทย' อาจเผชิญความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญความกังวลต่อภัยคุกคามจากการฉ้อโกงที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยผู้บริหารในภาคธนาคารของประเทศไทยรายงานว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงและความเสียหายทางการเงินจากการฉ้อโกงในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ผลสำรวจผู้บริหารด้านการบริหารจัดการการทุจริต การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) และบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแล จำนวน 1,440 คน จาก 25 ประเทศ ทั้ง 5 ทวีปทั่วโลกซึ่งจัดทำโดย BioCatch ผู้นำด้านการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการ

ยกระดับองค์กรสู่ความมั่นคงปลอดภัยและการบร... MCC ร่วมมือ IBM และ DataOne Asia จัดงาน "Data Resilience & Observability-D1 featuring IBM FlashSystem & Instana" — ยกระดับองค์กรสู่ความมั่นคงปลอดภ...

บริษัท ไนท คลับ แคปปิตอล โฮลดิ้ง จำกัด (ม... ไนท คลับ แคปปิตอล ติดโผหุ้นกลุ่ม ESG Emerging ปี 69 — บริษัท ไนท คลับ แคปปิตอล โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (KCC) ผู้นำด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและ...

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บ... เอ็มจี ยืนยันความพร้อมการผลิต NEW MG URBAN รองรับการส่งมอบลูกค้าชาวไทยทันทีหลังเปิดตัว — บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเ...