ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศเกียรติคุณ 3 บริษัท บรรษัทภิบาลดีเด่นแห่งปี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--25 ธ.ค.--ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลาดหลักทรัพย์ ก.ล.ต. และทริส มอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ 3 บริษัท ที่ได้อันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีครั้งแรกของประเทศไทยในระดับ "ดีถึงดีมาก" เผยได้สิทธิประโยชน์ทั้งส่วนลดค่าธรรมเนียม ความสะดวกในการระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์และก.ล.ต. บริการพิเศษจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสิทธิพิเศษจากรมสรรพากร พร้อมมอบบัตรทองให้ในงานสัมมนาใหญ่กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2546 นายชวลิต ธนะชานันท์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสร้างความรู้ความเข้าใจและประชาสัมพันธ์การดำเนินการกำกับดูแลกิจการที่ดีในประเทศไทย เปิดเผยว่า "การส่งเสริมบรรษัทภิบาลในปีนี้เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากหน่วยงานในตลาดทุนหลายแห่ง ได้รณรงค์ส่งเสริมการสร้างบรรษัทภิบาลในหลายรูปแบบ ทั้งการออกแนวทางปฏิบัติที่ดีแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง การสร้างแรงจูงใจ การจัดอบรมและจัดทำสื่อให้ความรู้ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กรรมการบริษัทจดทะเบียนเข้ารับการอบรม ซึ่งมีบริษัทที่เข้าอบรมแล้วถึง 2 ใน 3 ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด" สำหรับโครงการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ไทยเรตติ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด (ทริส) โดยการสนับสนุนของก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์นี้ เป็นรูปแบบหนึ่งของการยกย่องส่งเสริมให้ผู้กระทำดีได้รับการสนับสนุนและการได้รับความเชื่อถือจากผู้ที่เกี่ยวข้องและสังคม โดยโครงการนำร่องที่จัดขึ้นในปี 2545 นี้ มีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งทั้ง 3 แห่งได้รับการจัดอันดับในระดับ "ดีถึงดีมาก" โดยได้คะแนนสูงกว่า 7 คะแนนจาก 10 คะแนน นายชวลิตกล่าวถึงการได้รับรางวัลของบริษัททั้ง 3 แห่งว่า "การสร้างบรรษัทภิบาลที่ดีในองค์กรจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผู้นำขององค์กรเห็นความสำคัญ ดังนั้น จึงถือได้ว่าบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับในครั้งนี้มีคณะผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล และยังเป็นผู้ที่มุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยรวม เป็นแบบอย่างอันดียิ่งสำหรับกิจการต่าง ๆ ที่จะนำบรรษัทภิบาลไปสร้างคุณค่าเพิ่มแก่กิจการ และที่สำคัญคือยังเป็นการช่วยยกระดับบรรษัทภิบาลที่ดีของประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วย" นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า "ผลของการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนแยกแยะบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีออกจากบริษัททั่วไป และจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนอื่นเร่งปรับปรุงการดำเนินการให้ดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ 4 หน่วยงานประกอบด้วย ตลาดหลักทรัพย์ ก.ล.ต. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมสรรพากร ได้มอบสิทธิประโยชน์แก่บริษัทที่ได้คะแนนจากการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการสูงกว่า 7 ขึ้นไป เช่น การได้รับความสะดวกในการระดมทุนและการได้รับลดหย่อนค่าธรรมเนียมการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียมรายปีร้อยละ 50 จาก ก.ล.ต. ได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมรายปีร้อยละ 50 เป็นเวลา 2 ปี จากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะเป็นอัตราที่ครอบคลุมค่าบริการในการจัดอันดับได้ โดยบริษัทจะต้องสมัครเข้ารับการจัดอันดับภายใน 31 ธ.ค.2546" นอกจากนี้ ยังจะได้รับความสะดวกและความรวดเร็วในการได้รับบริการเป็นกรณีพิเศษ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น การขอจดทะเบียนธุรกิจ การบริการด้านข้อมูลธุรกิจ และการขออนุญาตต่าง ๆ รวมถึง การได้รับสิทธิพิเศษจากกรมสรรพากร เช่น การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาคัดเลือกเป็นผู้ส่งออกที่ดี เพื่อประโยชน์ในการเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การสอบยันใบกำกับภาษีจากที่ต้องไปตรวจที่สถานประกอบการ เป็นจัดส่งข้อมูลมาให้กรมสรรพากรตรวจ รวมทั้ง ได้รับการผ่อนปรนหลักเกณฑ์การพิจารณาคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยใช้วิธีวิเคราะห์งบการเงินแทนการออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีด้วย นายประสาร กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2546 ในงานสัมมนาที่คณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติจะจัดขึ้น พร้อมทั้งจะมีการทำพิธีมอบบัตรทองให้แก่ทั้ง 3 บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ "ดีถึงดีมาก" ด้วย--จบ-- -ศน-

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

A5 เข้าร่วม JUMP+ ยกระดับศักยภาพองค์กร ขยายธุรกิจหลัก-ต่อยอดธุรกิจใหม่ ปักหมุดรายได้เติบโต 30% ในปี 71

A5 เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มุ่งยกระดับศักยภาพและเพิ่มมูลค่าบริษัทจดทะเบียน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ และการเติบโตระยะยาว โดยบริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนแผนธุรกิจ 3 ปี ตั้งเป้ารายได้เติบโตอย่างน้อย 30% พร้อมผลักดันกำไรสุทธิแตะ 500 ล้านบาท ภายในปี 2571 นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบและแนวสูงระดับลักชัวรี เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+

พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั... ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท — พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั้น Idol Marketing ...

ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรั... ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร — ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับมาตรฐานองค์กรทุกมิติ ธรรมาภิบาล เพิ่มมูลค่าธุรกิจ...

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริ... SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว — นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเ...

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้า... L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ. — นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร...

นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร (ขวา) ประธานเจ้า... "MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs — นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่สายบัญชีและการเงิน นา...