โรงเรียนรัศมีนานาชาติเปิดอาคารเรียนปฐมวัยสำหรับชั้นอนุบาล พร้อมแนะเทคนิคการเลี้ยงลูกในยุคโลกาภิวัฒน์

26 Nov 2002

กรุงเทพฯ--26 พ.ย.--แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์

ม.ล. ปริยดา ดิศกุล ประธานสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานในงานเปิดอาคารใหม่ อาคารเรียนปฐมวัย Early Years Centre (เออรี่ เยียร์ เซ็นเตอร์) สำหรับชั้นอนุบาลศึกษา ซึ่งจัดโดย อ. อาวีนันท์ กลีบบัว ผู้อำนวยการ โรงเรียนรัศมีนานาชาติ (Rasami - The Thai British International School) ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติที่ดำเนินการสอนด้วยหลักสูตรการศึกษาของประเทศอังกฤษ พร้อมให้ความสำคัญกับภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย ณ โรงเรียนรัศมีนานาชาติ

ภายในงานนอกจากมีพิธีเปิดอาคารเรียนปฐมวัยอย่างเป็นทางการแล้ว ยังได้จัดให้มีการสัมมนาพิเศษ ในหัวข้อ "การเลี้ยงลูกในยุคโลกาภิวัฒน์" โดยคุณแม่คนสวย สิเรียม ภักดีดำรงค์ฤทธิ์,

คุณแม่นวพรรณ แมร์คาโด และ คุณครูเคธี่ ลอง (Katie Long) เริ่มจากคุณแม่สิเรียม ได้กล่าวว่าถึงลูกสาวน้องนนนี่ ว่า "แอนเป็นคนเลี้ยงน้องนนนี่มาตั้งแก่เกิด จึงมีความใกล้ชิดกับลูกมาก เพราะคิดว่าเด็กต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่เนื่องจากแอนต้องทำงานด้วย จึงพยายามหากิจกรรมอื่นๆ มาทำร่วมกับลูก เพื่อให้ลูกเกิดความรู้สึกว่าเรายังใกล้ชิดกัน เช่น ทำอาหารร่วมกัน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสุนัข และคอยรับฟังเวลาที่ลูกเล่าสิ่งที่ได้เจอะเจอในโรงเรียน ส่วนเรื่องโรงเรียนนั้นต้องเลือกดีๆ เพราะโรงเรียนมีความสำคัญเป็นอันดับสอง รองจากครอบครัว ก่อนจะตัดสินใจเลือกโรงเรียนไหน แอนจะต้องดูหลายๆ เรื่อง ทั้งสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน สถานที่ตั้ง จำนวนนักเรียน จำนวนคุณครู ซึ่งแอนจะให้น้องนนนี่เข้าเรียนโรงเรียนที่เป็นอินเตอร์ในระดับประถม" สำหรับ นวพรรณ คุณแม่ลูกสอง ที่ผ่านประสบการณ์เป็นครูสอนภาษาอังกฤษมานาน 14 ปี ปัจจุบันลูกๆ ของเธอเรียนอยู่ในโรงเรียนรัศมีนานาชาติทั้งคู่ ให้ความคิดเห็นว่า เดิมลูกๆ ของเธอเรียนอยู่ในโรงเรียนที่สอนเป็นภาษาไทยทั้งคู่ ซึ่งมีจำนวนนักเรียนในแต่ละห้องเรียนเยอะมากเกินไป และสอนภาษาอังกฤษแบบแปลจากไทยเป็นอังกฤษ ซึ่งทำให้ช้ามาก ลูกๆ ของเธอก็ไม่ค่อยมีความสุข เธอจึงคิดที่จะทำโฮมสคูลกับลูก แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจส่งลูกมาเรียนที่โรงเรียนอินเตอร์ ที่มีจำนวนนักเรียนไม่เยอะมาก ครูเอาใจใสนักเรียนได้อย่างทั่วถึง ลูกๆ ของเธอจึงมีความสุขกันการเรียน นอกจากนี้คุณครูเคธี่ ได้กล่าวเสริมว่า "ถึงแม้ตัวเองจะยังไม่มีลูก แต่ด้วยประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองจำนวนมาก จะพบว่าเด็กในช่วง 5 ขวบปีแรกนั้นต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษจาก

พ่อแม่ และพ่อแม่จะเป็นแบบอย่างให้กับลูกในการปฏิบัติตามในทุกๆ ด้าน เพราะช่วงนี้เด็กจะเปรียบเสมือนฟองน้ำที่คอยซึมซับสิ่งที่เราปลูกฝังให้"

สำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ของ สิปาง บุญแต่ง ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ได้กล่าวถึงการเลี้ยงลูกของครอบครัวเธอว่า ครอบครัวเธอเลี้ยงลูกด้วยความรัก เลี้ยงลูกเอง และให้ความใกล้ชิดกับลูกมาก อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชม. ไม่มีพี่เลี้ยง เพราะต้องการให้ลูกได้ซึมซับและเรียนรู้แต่สิ่งที่ดีๆ จากเรา จะเห็นได้ว่าลูกมีนิสัย และอารมณ์ที่เหมือนแม่มาก ส่วนเรื่องการวางแผนการเรียนให้ลูกนั้น ต้องเลือกกันหลายด้าน ตั้งแต่หลักสูตรการศึกษาของโรงเรียน ครูที่สอน สภาพแวดล้อม ความสะอาด ความปลอดภัย ซึ่งคงให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์มากกว่าเพราะ โรงเรียนอินเตอร์นั้นส่วนมากจะมีโลกทัศน์ที่กว้าง และการสื่อสารในด้านภาษาอังกฤษนั้น ลูกเราจะได้เรียนกับเจ้าของภาษาโดยตรง

วัตถุประสงค์ในการก่อสร้างอาคารเรียนปฐมวัย (Early Years Centre) เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลศึกษา คือนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 2-6 ปี และเพิ่มความเป็นสัดส่วนในการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนักเรียนในระดับชั้นอนุบาลซึ่งต้องการการดูแลอย่างเป็นพิเศษ

เนื่องจากโรงเรียนรัศมีนานาชาติมีนักเรียนทั้งหมด 3 ระดับชั้น ได้แก่ อนุบาล ประถม และมัธยม อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับจำนวนนักเรียนที่จะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี

อาคารเรียนปฐมวัย (Early Years Centre) เป็นอาคารเรียน 2 ชั้น เชื่อมต่อกับอาคารเรือนไทย มีห้องเรียนจำนวน 5 ห้องเรียน ชั้นล่างจำนวน 3 ห้อง แบ่งเป็นห้องเรียนสำหรับนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล ถึงชั้นอนุบาล 2 ส่วนชั้นบนจำนวน 2 ห้อง แบ่งเป็นห้องเรียนสำหรับชั้นอนุบาล 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ส่วนบริเวณด้านนอกอาคารเรียนนั้น ยังได้จัดให้เป็นสถานที่สำหรับเสริมสร้างทักษะต่างๆ สำหรับนักเรียน อาทิ สระว่ายน้ำ, บ่อทราย, สนามเด็กเล่น, สนามสำหรับขี่จักรยานเด็ก เป็นต้น

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร. 0-2434-8300

สุจินดา, แสงนภา, วสาวดี, ระริน--จบ--

-ตม-