ปฏิรูประบบราชการใหม่ สธ.จับมือภาคธุรกิจประสานการทำงานร่วมกัน - newswit

กรุงเทพฯ--14 พ.ย.--อย. กระทรวงสาธารณสุข โดย อย.ร่วมกับสมาคมวิชาชีพ 12 แห่ง จัดประชุมแนวทางการประสานความร่วมมือระหว่าง อย.กับภาคธุรกิจ ภายใต้การปฏิรูปราชการใหม่ เพื่อพิจารณาแนวทางประสานการดำเนินงานร่วมกัน การแก้ไขปัญหาจากมุมมองของผู้ปฏิบัติงานไปยังผู้รับผิดชอบระดับนโยบาย รวมทั้งการเสนอแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการแนวทางประสานความร่วมมือระหว่าง อย.กับภาคธุรกิจภายใต้การปฏิรูประบบราชการใหม่ ว่า จากการที่กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้แก่ อาหาร ยา เครื่องสำอาง วัตถุอันตราย วัตถุเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว อย.และกลุ่มผู้ประกอบการจะต้องมีการประสานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ออกวางจำหน่ายตามท้องตลาดมีคุณภาพได้มาตรฐาน และปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งสามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกนำรายได้เข้าประเทศ ซึ่งตัวเลขมูลค่าการส่งออกในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพรวมแล้วหลายแสนล้านบาท หากสามารถขยายตลาดการส่งออกให้มากขึ้น จะสามารถเพิ่มรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล กลไกการกำกับดูแลของภาครัฐ และการติดต่อประสานร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อวานนี้ (13 พฤศจิกายน 2545) กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ร่วมกับสมาคมวิชาชีพ 12 แห่ง ได้แก่ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมอาหารเสริมสุขภาพ สมาคมผู้ผลิตสบู่ไทย สิ่งชำระล้างและผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย สมาคมผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์ สมาคมผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ไทย สมาคมการขายโดยตรง(ไทย) ชมรมเภสัชขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร และสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ "แนวทางการประสานความร่วมมือระหว่าง อย.กับภาคธุรกิจ ภายใต้การปฏิรูประบบราชการใหม่" เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับทราบนโยบายการดำเนินงานของ อย.ภายใต้การปฏิรูประบบราชการใหม่ และภาพรวมการประสานงานระหว่าง อย.กับหน่วยงานภาคธุรกิจ รวมทั้งเป็นเวทีนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการติดต่อประสานงาน การเสนอแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลที่เป็นปัญหา และข้อเสนอจากมุมมองของผู้ปฏิบัติงานและจัดส่งไปยังผู้รับผิดชอบระดับนโยบายของกระทรวง อันจะส่งผลให้การประสานงานร่วมกันเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในท้ายที่สุดประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประชาชนและประเทศชาติโดยรวม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพจะสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งจะต้องมาจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้กำกับดูแลยินดีให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่เน้นเฉพาะด้านการตรวจสอบหรือการจับผิดอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังยินดีรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไข ตลอดจนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่างๆ เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนแนวทางกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับทุกฝ่าย--จบ-- -กจ/นห-

ข่าว กระทรวงสาธารณ ล่าสุด