อย.ปฏิบัติการตัดวงจรสารตกค้าง รุกตรวจตลาดยิ่งเจริญ

กรุงเทพฯ--4 เม.ย.--อย. อย.นำทีมปฏิบัติการรุกตรวจตลาดอย่างต่อเนื่องหลังพบสารปนเปื้อนในอาหาร คาดโทษหลัง 15 เม.ย. นี้ หากพบสารเร่งเนื้อแดงในหมู เจอจับ ปรับแน่ พร้อมขยายผลหาสารต้องห้ามตกค้างในอาหารทุกตลาดทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรองรับการเป็น "ครัวของโลก" คราวนี้ถึงคิวตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ ที่ตลาดสดยิ่งเจริญ วันนี้ (4 เม.ย.2546) เวลา 10.00 น. น.พ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมด้วยนายสุประพันธ์ วงษ์กระพันธ์ ผู้อำนวยการเขตบางเขน และนายปริญญา ธรรมวัฒนะประธานกรรมการบริหารตลาดยิ่งเจริญ ได้นำทีมเจ้าหน้าที่พร้อมรถตรวจสอบเคลื่อนที่ ไปตรวจสอบอาหารที่จำหน่ายในท้องตลาดว่ามีความปลอดภัย หรือมีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพตามนโยบายรัฐบาลในการดำเนินการคุ้มครองดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยของอาหารที่จะให้ประเทศไทยเป็น "ครัวของโลก" เลขาธิการฯ กล่าวว่า จากการดำเนินการตรวจตลาดที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง หลังพบผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และเนื้อสัตว์แปรรูปในท้องตลาด มีสารเร่งเนื้อแดง (ซาลบูตามอล) ในหมูจำนวนมากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรัฐบาลได้ให้นโยบายไว้ว่า จะต้องแก้ไขสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อหมูให้หมดไปโดยเร็วภายในวันที่ 15 เมษายน 2546 หลังจากนั้นหากพบหมูปนเปื้อน สารเร่งเนื้อแดง ไม่ว่าผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายจะต้องถูกจับ ปรับทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น มาตรการนี้กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการอย่างจริงจังสำหรับในช่วงแรก นอกจากจะเฝ้าระวังอาหารที่วางจำหน่ายในท้องตลาดไม่ให้มีสารเร่งเนื้อแดงปนเปื้อนแล้ว ยังเน้นตรวจหาสารบอแรกซ์ในอาหารต่างๆ เช่น เนื้อหมูชิ้น หมูบด ลูกชิ้น หมูยอ หอยจ๊อ เนื้อปลาขูด ขนมทับทิมกรอบ ผลไม้ดอง เป็นต้น และในเดือนต่อๆ ไป จะเน้นรณรงค์เฝ้าระวังสารต้องห้ามประเภทอื่นๆ เช่น สารฟอร์มาลิน สารฟอกขาว และกรดชาลิซิลิค หรือสารกันรา ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการเป็นนโยบายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทำการตรวจตลาดรวมทั้งซูเปอร์มาเก็ตทุกแห่ง ทั่วประเทศด้วยแล้ว สำหรับการตรวจตลาดยิ่งเจริญ ซึ่งถือเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ และเป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าตลอด 24 ชม. มีประชาชนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมาก จึงมาทำการรณรงค์ให้ผู้ค้าเลือกจำหน่ายเฉพาะหมูปลอดสารเร่งเนื้อแดง อีกทั้งมาให้ความรู้ถึงอันตรายของสารเร่งเนื้อแดงในอาหารและข้อแนะนำในการเลือกซื้อหมูที่ไม่ใส่สารดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้เก็บตัวอย่างอาหารเพื่อหาสารต้องห้ามปนเปื้อน โดยเก็บตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหมดจำนวน 82 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์พบ บอแรกซ์ 3 ตัวอย่าง ในเนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อปลาขูด พบฟอร์มาลินในเครื่องในวัว ได้แก่ ผ้าขี้ริ้ว 6 ตัวอย่าง น.พ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ เลขาธิการฯ กล่าวในต้อนท้ายว่า การมาตรวจอาหารที่จำหน่ายในท้องตลาดนี้ถือเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพของประชาชน หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน โดยพบครั้งแรกจะตักเตือนผู้จำหน่ายและระงับการจำหน่าย รวมทั้งสอบสวนและสืบให้ถึงผู้ผลิต ในกรณีที่มีการดำเนินคดี หากพบสารบอแรกซ์ ฟอร์มาลิน และกรดซาลิซิลิค จะถูกดำเนินคดี 2 ข้อหา คือ ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารฝ่าฝืนประกาศฯ โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ--จบ-- -ชต/พห-

ข่าว ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ ล่าสุด