กรมทางหลวงวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 - newswit
กรุงเทพฯ--23 พ.ค.--ศูนย์ ปชส.กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงพร้อมก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 ที่จังหวัดเชียงราย เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศไทย และสหภาพพม่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2546 ที่ผ่านมา นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมพิธีลงนามกับพลเอก ขิ่น ยุ้น เลขาธิการ 1 สภาสันติภาพ และการพัฒนาแห่งรัฐแห่งสหภาพพม่าในความตกลงว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 และประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์งานก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 โดยมี นายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ อธิบดีกรมทงหลวง ได้ให้การต้อนรับและและกล่าวรายงานถึงรายละเอียดของโครงการ โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 เป็นหนึ่งในโครงการที่สืบเนื่องมาจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและสหภาพพม่า โดยมีวัตถุเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งระหว่างสองประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเมืองชายแดน ส่งเสริมการค้าขายและการท่องเที่ยวอีกทั้งยังเป็นการลดปัญหาการจราจรติดขัดจากสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งแรก ที่มีเขตทางแคบและอยู่ในย่านชุมชน ทำให้ไม่สามารถขยายสะพานเพื่อเพิ่มช่องจราจรได้ สำหรับจุดที่ตั้งของสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 นี้ ตั้งอยู่บริเวณบ้านผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งตรงข้ามกับบ้านแม่ขาว เมืองท่าขี้เหล็ก ของสหภาพพม่า และห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งแรก ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยสพานดังกล่าว รวมระยะทางทั้งสิ้น 1.48 กิโลเมตร ในวงเงินค่าก่อสร้าง 38 ล้านบาท การก่อสร้างจะประกอบด้วยงาน 2 ส่วน คือ 1. งานสะพาน ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก รวมราวสะพาน กว้าง 14.70 เมตร ประกอบด้วยทางรถขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 9.00 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.75 เมตร มีความยาวประมาณ 90 เมตร ดำเนินการโดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 จังหวัดพิจิตร ของกรมทางหลวง 2. งานถนน ดำเนินการโดยศูนย์สร้างทางลำปาง สำนักก่อสร้างทางที่ 1 ของกรมทางหลวงได้แบ่งงานออกเป็น 2 ส่วน คือ ฝั่งไทย มีการปรับปรุงทางบริเวณพรมแดน พร้อมที่จอดรถ ระยะทาง 1 กิโลเมตร และฝั่งสหภาพพม่า มีการก่อสร้างทางลาดยาง ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 6.00 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.00 เมตร มีความยาวประมาณ 390 เมตร เมื่อโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 แล้วเสร็จ นอกจากจะช่วยให้การสัญจรไปมาระหว่างประเทศไทยและสหภาพพม่าเป็นไปด้วยความสะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วแล้ว ยังจะช่วยเสริมสร้างสัมพันธภาพอันดี และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหภาคอีกด้วย--จบ-- -สก/พห-