ไทยพีบีเอส - ภาคีฯ จัด Policy Forum ชวนตรวจการบ้าน 1 ปี กฎหมายชาติพันธุ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ไทยพีบีเอส ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัด Policy Forum ตรวจการบ้าน 1 ปี กฎหมายชาติพันธุ์ ทบทวนความก้าวหน้า ปลดล็อกข้อจำกัด เดินหน้าสู่การคุ้มครองสิทธิ ต่อยอดภูมิปัญญา ทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ไทยพีบีเอส - ภาคีฯ จัด Policy Forum ชวนตรวจการบ้าน 1 ปี กฎหมายชาติพันธุ์

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) และภาคีเครือข่าย จัด Policy Forum: ตรวจการบ้าน 1 ปี บังคับใช้ - ไปต่อ กฎหมายชาติพันธุ์ เพื่อทบทวนความก้าวหน้า ปลดล็อกข้อจำกัด และร่วมกันปักหมุดหมายก้าวต่อไปในการคุ้มครอง ส่งเสริมศักยภาพ ต่อยอดภูมิปัญญา และต้นทุนทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ให้เกิดขึ้นจริง ณ ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ไทยพีบีเอส - ภาคีฯ จัด Policy Forum ชวนตรวจการบ้าน 1 ปี กฎหมายชาติพันธุ์

เกือบครบ 1 ปี ที่ประเทศไทยมี "กฎหมายคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์" ฉบับแรก ซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เพื่อคุ้มครองวิถีชีวิต ส่งเสริมศักยภาพ และสร้างความเสมอภาคบนความหลากหลาย ของกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 60 กลุ่ม คิดเป็น 10% ของประเทศไทย

นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่า หากให้ตรวจการบ้าน 1 ปี พบว่า มีกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 380,000 คน จาก 19 กลุ่มชาติพันธุ์ ยังมีปัญหาเรื่องสิทธิสถานะเป็นคนไทย ขณะที่ปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกร้องผ่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีมากกว่า 50 เรื่อง แต่ปัจจุบันแก้ปัญหาได้เพียง 1-2 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือ พื้นที่ถ้ำผาไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาที่มาจากความตื่นตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ และคนในพื้นที่

ด้าน ผศ.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน) ได้เปิดเผยถึงการทำงานในฝั่งนโยบายและโครงสร้างว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาว่า ได้เร่งวางรากฐานสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนกฎหมาย ทั้งการผลักดันจนได้รับการอนุมัติ "งบกลาง" เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อใช้นำร่องขับเคลื่อนงานชาติพันธุ์

นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำ "ศูนย์ข้อมูลชาติพันธุ์" ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยกร่างกฎหมายลูกกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการ "เลือกตั้งสภาชาติพันธุ์" ที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหลังจากนี้ศูนย์มานุษย์ฯ จะเดินหน้าพัฒนา "ศูนย์ข้อมูลชาติพันธุ์" ให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถนำข้อมูลเชิงวิชาการไปออกนโยบาย และแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาติพันธุ์ได้อย่างตอบโจทย์และตรงจุด รวมถึงจะประสานความร่วมมือไปยังองค์กรต่าง ๆ เพื่อขยายผลทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับพี่น้องชาติพันธุ์ให้สามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง ยกระดับการศึกษา โดยจะจับมือกับ PCF เพื่อพัฒนาการศึกษาของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ และจะยกระดับการสื่อสารเพื่อเปลี่ยนทัศนคติสังคม

รศ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมฯ วุฒิสภา กล่าวว่า จะทำอย่างไรให้การบังคับใช้ไม่เป็นเพียงกระดาษ แม้จะเป็นกระดาษออกมาแล้ว ยังต้องต่อรองในทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างแท้จริง

"ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่รู้ หรือไม่รู้กฎหมาย แต่จำเป็นต้องมี "กลไกบังคับ" ให้หน่วยงานรัฐปรับตัวตามกฎหมาย และดำเนินการได้ทันที กฎหมายฉบับนี้หากไม่ให้เป็นกระดาษ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการปรึกษาหารือ เปลี่ยนการอนุรักษ์ไม่ใช่แค่ การรวมศูนย์ฯ แต่ต้องนึกถึง ความหลากหลาย ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย" รศ.ประภาส กล่าว

ขณะเดียวกัน ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. ร่วมแสดงความยินดีกับการมีกฎหมายชาติพันธุ์ โดยชี้ว่า จุดเด่นสำคัญของกฎหมายฉบับนี้มี 2 ประการ ได้แก่ การกำหนดรูปธรรมของสิทธิ 7 ประการอย่างชัดเจน เช่น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การศึกษา สวัสดิการ สาธารณูปโภค และการมีส่วนร่วมเชิงนโยบาย รวมถึงข้อกำหนดว่า หากรัฐจะมีนโยบายใดที่อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ต้องแจ้งข้อมูลล่วงหน้า หากหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตาม อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และมีความผิดตามกฎหมาย

อีกประเด็นสำคัญคือ "ฐานข้อมูลวิชาการ" ที่กฎหมายรับรอง โดยข้อมูลชาติพันธุ์ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรจัดทำ ทั้งประวัติศาสตร์และผังเครือญาติ ถือเป็นฐานข้อมูลที่มีน้ำหนักทางวิชาการ และสามารถนำมาใช้อ้างอิงทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของชุมชนได้

ดร. นพ.โกมาตร เสนอ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การทำให้ "สิทธิ 7 ประการ" ในกฎหมายเกิดเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดทำรายงานข้อเท็จจริง สถานการณ์ และแนวทางแก้ปัญหา เสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการทำงาน, การสร้าง "รูปธรรมของพื้นที่คุ้มครอง", การสื่อสารเพื่อลดอคติและสร้างความเข้าใจต่อความหลากหลายทางชาติพันธุ์ตั้งแต่ระดับรากฐาน และการสร้างกลไกสันติภาพ โดยภาคีเครือข่ายชาติพันธุ์ต้องมีความเป็นเอกภาพ และใช้กลไกสภาคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมาจากตัวแทน 60 คน จาก 60 กลุ่มชาติพันธุ์ อย่างเต็มศักยภาพ

"เราต้องศึกษา 'สิทธิ 7 ประการ' นี้ให้ดี แล้วเร่งสร้าง 'รูปธรรมการใช้กฎหมาย' เพื่อสร้างบรรทัดฐาน และปิดช่องว่างไม่ให้ภาครัฐตีความกว้าง จนอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิทธิของพี่น้องชาติพันธุ์" ดร. นพ.โกมาตร กล่าวทิ้งท้าย

ภายในงานยังมีตัวแทนเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ 2 กลุ่ม ได้แก่ เครือข่ายเด็กและเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมือง (TKN) และเครือข่ายสตรีชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (IWNT) ร่วมกันแถลงประกาศเจตนารมณ์ผลักดันการบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยแต่ละภูมิภาคได้ร่วมสะท้อนปัญหา ความต้องการ และความหวังต่อการขับเคลื่อนกฎหมายชาติพันธุ์ในระยะต่อไป

และในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นี้ เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่อง ณ รัฐสภา โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ภายในงานมีเวทีเสวนาในหัวข้อ "กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง: กระแสโลกสู่สังคมไทย" และหัวข้อ "กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง: กระแสโลกสู่สังคมไทย" เพื่อเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สถานการณ์ และข้อเสนอ เพื่อผลักดันประเด็นสิทธิและการมีส่วนร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ Policy Watch - The Active ไทยพีบีเอส ได้นำข้อมูลและข้อเสนอจาก Policy Forum: ตรวจการบ้าน 1 ปี บังคับใช้ - ไปต่อ กฎหมายชาติพันธุ์ รวบรวมผ่านแพลตฟอร์ม "Policy Watch" เพื่อเป็นสื่อกลางในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เป็นเครื่องมือติดตาม ตรวจสอบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaipbs.or.th/PolicyWatch


ข่าวแห่งประเทศไทย+ไทยพีบีเอสวันนี้

ไทยพีบีเอส เปิดเส้นทางนักเขียนบทสู่มืออาชีพ ประกาศ 2 ผู้ผ่านคัดเลือก ร่วมพัฒนาบทซีรีส์ออกอากาศจริง

ไทยพีบีเอส ตอกย้ำบทบาทการสร้างคนเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อ ผ่านหลักสูตรเขียนบทซีรีส์ระดับมืออาชีพ "From Script to Series: Masterclass" ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 2 คน ร่วมทำงานจริง ต่อยอดผลงานสู่การผลิตและออกอากาศบนหน้าจอไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรเขียนบทซีรีส์ระดับมืออาชีพ "From Script to Series: Masterclass" พร้อมประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 2 คน เพื่อ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งปร... Thai PBS Verify เสริมสร้างทักษะ Fact-Checking รู้เท่าทันภัย Deepfake ให้กับเยาวชน — องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบี...

ไทยพีบีเอส ตอกย้ำบทบาทสื่อสาธารณะยกระดับก... ไทยพีบีเอส ร่วมเวที ก.พ.ร. - ม.ธรรมศาสตร์ ยกระดับ Fact-Checking ภาครัฐไทยในยุค AI — ไทยพีบีเอส ตอกย้ำบทบาทสื่อสาธารณะยกระดับการตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมเวที...

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งปร... ไทยพีบีเอส ร่วมวงประชุม Dengue-zero แนะ 8 กลยุทธ์การสื่อสาร ลดป่วย-ตายโรคไข้เลือดออกในไทย — องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ...

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งปร... ไทยพีบีเอสประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลักการ THAI PBS Model พร้อมแนวปฏิบัติ ย้ำ "คน" คือผู้ตรวจสอบ — องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ...

ไทยพีบีเอส ลงนามความร่วมมือกับกองทุนพัฒนา... ไทยพีบีเอส ผนึกกำลัง กองทุนพัฒนาสื่อฯ ลุยต่อยอดคอนเทนต์คุณภาพ - ขับเคลื่อนพัฒนาระบบสื่อ — ไทยพีบีเอส ลงนามความร่วมมือกับกองทุนพัฒนาสื่อฯ ลุยต่อยอดคอนเทนต์...

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งปร... ไทยพีบีเอสจับมือทีมไทบ้าน เปิด "Documentary Masterclass" ปั้นนักสร้างสารคดีไทยสู่เวทีสากล — องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ...

ไทยพีบีเอส ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการประยุกต... ไทยพีบีเอส ร่วมเวที Asia Journalism Forum 2026 แลกเปลี่ยนแนวทางใช้ AI ในห้องข่าวอย่างมีจริยธรรมกำกับ — ไทยพีบีเอส ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการประยุกต์ใช้ AI อย...