อย.จัดประชุมหาข้อมูลสนับสนุนการขึ้นทะเบียนตำรับยาสมุนไพรสำหรับสัตว์
กรุงเทพฯ--23 พ.ค.--อย. อย.จับมือ ผู้ประกอบธุรกิจด้านยาสัตว์ จัดประชุมวิชาการ "สมุนไพรที่ใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์กับการขึ้นทะเบียนตำรับยาในประเทศไทย เพื่อหาข้อมูลสนับสนุนการขึ้นทะเบียนตำรับยาสมุนไพรสำหรับสัตว์ เตรียมส่งเสริมให้เกษตรผู้เลี้ยงสัตว์ใช้ยาจากสมุนไพรแทนยาปฏิชีวนะ แก้ปัญหายาตกค้างในเนื้อสัตว์ ให้มีความปลอดภัยต่อการบริโภค และประโยชน์ด้านการส่งออก น.พ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาและบรรยายพิเศษ "อย.กับการส่งเสริมยาจากสมุนไพรสำหรับสัตว์" ว่าปัจจุบันการที่เกษตรกรใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ จนก่อให้เกิดปัญหายาตกค้างในเนื้อสัตว์ ซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และเกิดผลกระทบต่อการส่งเนื้อสัตว์ไปยังต่างประเทศ ทำให้ภาครัฐควบคุมการจำหน่ายยาปฏิชีวนะอย่างเข้มงวด เกษตรกรจึงหันมาใช้ยาจากสมุนไพรในการเลี้ยงสัตว์ แต่ก็ยังพบปัญหาผู้ประกอบธุรกิจด้านยาไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสมุนไพรที่ใช้ในสัตว์ได้ เนื่องจากขาดข้อมูลทางวิชาการที่จะมาสนับสนุนสรรพคุณ ขนาด และวิธีใช้ของยาจากสมุนไพร ในคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยา นอกจากนี้การใช้ยาในสัตว์จะใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ซึ่งยังไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบที่ตามมา และอาจมีการโฆษณา แสดงสรรพคุณโอ้อวดเกินความจริง ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่เกษตรกร ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ประสานความร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์สำหรับสัตว์ และสมาคมการค้าปัจจัยผลิตสัตว์น้ำไทย จัดการประชุมวิชาการเรื่อง "สมุนไพรที่ใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์กับการขึ้นทะเบียนตำรับยาในประเทศไทย" ขึ้น โดยเชิญผู้ประกอบธุรกิจด้านยาสำหรับสัตว์ นักวิชาการจากหน่วยงานต่างๆ เจ้าหน้าที่จากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับยาที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ คณะอนุกรรมการพิจารณาตำรับยาแผนโบราณและยาจากสมุนไพรที่ใช้ในสัตว์เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ทราบนโยบายของอย.ในการส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรในการเลี้ยงสัตว์ และแนวทาง หรือหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต ขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสมุนไพรที่ใช้สำหรับสัตว์ ที่สำคัญ คือให้มีการแสดงนำเสนอข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับยาจากสมุนไพรที่ใช้สำหรับสัตว์ซึ่งจะนำไปใช้อ้างอิงในการพิจารณาทะเบียนตำรับสมุนไพรสำหรับสัตว์ เลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลงแล้ว อย.ก็นำผลสรุปในการประชุมวันนี้มาใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับสนับสนุนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาตำรับยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่ใช้ในสัตว์ เป็นแนวทางการขึ้นทะเบียนตำรับยาให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น เพื่อความสะดวกของผู้ประกอบการในการขอขึ้นทะเบียนยา ส่งผลให้มียาสมุนไพรสำหรับสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาอย่างถูกต้อง และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์หันมาใช้ยาจากสมุนไพรแทนยาปฏิชีวนะแก้ไขปัญหายาตกค้างในเนื้อสัตว์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัย และประโยชน์ด้านการส่งออก--จบ-- -นค/พห-