อย.จับบริษัทชื่อดังผลิตยาสัตว์เถื่อน - newswit

กรุงเทพฯ--10 มี.ค.--อย. อย.บุกจับบริษัท ศรีไทยเว็ตดรัก จำกัด ลักลอบผลิตยาสัตว์ผิดกฏหมาย ทั้ง ๆ ที่ สธ.ประกาศรณรงค์ห้ามใช้ยาสัตว์ต้องห้ามมาแล้วหลายเดือน ยังดื้อฝ่าฝืน ประกาศเปรี้ยง ฟ้นไม่เลี้ยงแน่! ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย น.พ.สถาพร วงษ์เจริญ, ภญ.สุบุญญา หุตังคบดี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และคณะผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า จากนโยบายรัฐบาลที่จะไม่ให้มียา รวมทั้งเคมีภัณฑ์ ซึ่งห้ามใช้ในสัตว์เพื่อบริโภคเหลืออยู่ในประเทศ เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาการตกค้างของสารเคมีในเนื้อสัตว์ เนื่องจากมีการนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศห้ามนำเข้ายาและเภสัชเคมีภัณฑ์ 16 ชนิด เข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับหนังสือรับรองจาก อย.ก่อน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2545 แล้ว อีกทั้งนายกรัฐมนตรีมีนโยบายต้องการประกาศให้อาหารที่มีอยู่ในท้องตลาดของประเทศเป็นอาหารที่ปลอดสารปนเปื้อน และมีมาตรฐานเดียวกับอาหารส่งออกให้ได้ภายใน 1 ปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลกล่าว ซึ่งรวมถึง อย.ด้วย โดยมาตรการหนึ่งที่ อย.ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น คือ การสืบหาข้อมูล ตรวจ และดำเนินการกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขายยาสำหรับสัตว์ที่ฝ่าฝืนกฏหมายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของ อย.เข้าไปสืบและตรวจจับได้ มีทั้งมาจากการสืบหาของ อย.เอง หรือจากการที่มีพลเมืองดีร้องเรียนและให้ข้อมูลแก่ อย. ในกรณีนี้ก็เช่นกัน มีผู้ร้องเรียนมายัง อย. ประกอบกับจากฐานข้อมูลที่ อย.มีอยู่ พบว่า บริษัทศรีไทยเว็ตดรัก จำกัด มีใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันเลขที่ จ.1/2540 มีนายอนันต์ จันทรานุกูล เป็นผู้ดำเนินกิจการ และได้รับเลขทะเบียนตำรับยาเพียง 1 รายการ คือ ยา Vitamins A-Mix Liquid (ไวตามินส์-เอ มิกส์ ลิกควิด) ทะเบียน 2D 9/42 จึงน่าสงสัยว่าอาจมีการผลิตยาอื่นๆอีก ดังนั้น เมื่อวานนี้ (5 มี.ค.46) ภญ.สุบุญญา หุตังคบดี รองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อย. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดปราจีนบุรี ได้ดำเนินการตรวจสอบที่ บริษัท ศรีไทยเว็ตดรัก จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 164 หมู่ 3 ถ.สุวรรณศร ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ผลการตรวจสอบคือ พบยาที่มีความผิดรวม 19 รายการ แบ่งเป็นยาไม่มีทะเบียนตำรับยา จำนวน 16 รายการ และวัตถุดิบที่เป็นเภสัชเคมีภัณฑ์ ที่ใช้ในการผลิตยา จำนวน 3 รายการ และฉลากยา Enroflox-12(เอนโรฟล็อก-12) จำนวน 46 กก. มูลค่าสิ่งของทั้งสิ้นประมาณ 400,000 บาท ซึ่งยากลุ่มที่พบเป็นยา Norfloxacin (นอร์ฟล็อกซาซิน) Enrofloxacin (เอ็นโรฟล็อกซาซิน), Colistin sulfate (โคลิสติน ซัลเฟท) ยาที่พบดังกล่าวข้างต้น มีอยู่ 3 รายการ ที่อยู่ในกล่องหีบห่อพร้อมจัดส่งให้ลูกค้า โดยมีการจ่าหน้าถึงผู้รับในหลายจังหวัด ซึ่ง อย.จะได้ติดตามตรวจสอบ และส่งเรื่องให้สำนักงานสาธารณสุขนั้นๆ ต่อไป ส่วนยาที่ไม่มีทะเบียนตำรับยาทั้ง 16 รายการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างส่งวิเคราะห์คุณภาพที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อยืนยันผล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า อย.จะได้ดำเนินคดีกับบริษัท ศรีไทยเว็ตดรัก จำกัด อย่างเคร่งครัด ในความผิดฐานผลิตและจำหน่ายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 72(4) มีบทลงโทษมาตรา 122 ต้องระวางโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและเนื่องจากบริษัทฯ เป็นสถานที่ผลิตยาที่ได้รับอนุญาต แต่กระทำการผลิตยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และนโยบายของรัฐบาลในการเข้มงวดเกี่ยวกับยาสัตว์และสารตกค้างในสัตว์ จึงได้ให้กองควบคุมยานำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการยา เพื่อขอให้พักใช้ใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันของบริษัทฯอีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อไม่นานนี้ ทีมเฉพาะกิจ อย.ยังได้ดำเนินการตรวจสอบสถานที่สงสัยว่าจะผลิตยาสัตว์เถื่อน ตามที่ได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ว่า ได้พบยาสำหรับสัตว์ปลอมที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และเป็นยาที่แสดงชื่อของผู้ผลิตหรือที่ตั้งของสถานที่ผลิตซึ่งมิใช่ความจริง ที่ร้านขายยาในจังหวัด คือ ยาแอนตี้แบค ฉลากแจ้งตัวยาสำคัญ Nitrofurantoin 10 gm. Lot 93126 Mfd.Date (วันที่ผลิต) 61236 ที่ฉลากแจ้งว่า ผลิตโดย บริษัท บุคคโลเทรดดิ้ง จำกัด กรุงเทพฯ จำหน่ายโดย บริษัท ยูนิคอร์ดฟีด จำกัด เลขที่ 41 หมู่ 6 ถนนธนบุรี-ปากท่อ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ผลการตรวจบริษัททั้ง 2 แห่ง ปรากฏว่า ที่ บริษัท บุคคโลเทรดดิ้ง จำกัด ไม่พบผลิตภัณฑ์ยาแอนตี้แบค รวมทั้งไม่พบฉลาก ภาชนะบรรจุของยาดังกล่าว และไม่พบเภสัชเคมีภัณฑ์ Nitrofurantoin แต่อย่างใด สำหรับการตรวจสอบบริษํท ยูนิคอร์ดฟีด จำกัด พบว่า บริษัทฯได้ปิดกิจการแล้ว ดังนั้น ยาแอนตี้แบคดังกล่าวจึงเป็นจัดเป็นยาปลอม กล่าวคือเป็นยาที่แสดงชื่อของผู้ผลิตหรือที่ตั้งของสถานที่ผลิตซึ่งมิใช่ความจริงและจัดเป็นยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรีจึงยึดของกลางคือยาแอนตี้แบคจากร้านที่จำหน่ายเพื่อดำเนินคดีต่อไป รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้เจ้าของฟาร์ม เกษตรกร และร้านค้าระวังยาปลอม อย่าสนับสนุนการซื้อยาสัตว์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจาก อย. และขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงในการใช้ยาโดยไม่ถูกต้องเป็นอันขาด เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งขอให้ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งเชื่อว่าปัญหายาสัตว์ไม่มีทะเบียนตำรับยา และปัญหาสารตกค้างในเนื้อสัตว์จะหมดไปได้ในที่สุดตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาหารปลอดภัยของโลก--จบ-- -ศน-

ข่าว กระทรวงสาธารณ ล่าสุด