กรุงเทพฯ--14 มี.ค.--เวเบอร์ แชนด์วิค
ในปี 2002 ธุรกิจสนามบินลงทุนไปมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระบบ IT เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
ในปี 2002 ซีต้าได้ทำสัญญาปรับระบบ Common Use Terminal Equipment (CUTE ) ในสนามบิน 112 แห่งทั่วโลก เพื่อให้เป็นระบบที่สามารถใช้งานแบบ IP (Internet Protocal) ได้ โดยใช้ จาวา (Java) รุ่นล่าสุดเป็นพื้นฐาน ผลที่ได้คือเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการปฏิบัติงานอัจฉริยะ (intelligent workstations-IWS) เกือบ 16,000 เครื่อง สามารถใช้งานได้กับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะช่วยให้สนามบินและสายการบินต่าง ๆ ลดค่าใช้จ่ายได้ เพิ่มความคล่องตัว สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มี เพื่อช่วยการไหลเวียนของผู้โดยสารให้มากขึ้น การลงทุนดังกล่าวนี้เป็นเงินมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในธุรกิจการบินนี้ ได้แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงความมุ่งมั่น ในการเพิ่มประสิทธิผล ของการบริการแก่ผู้โดยสาร และเพิ่มความพึงพอใจให้กับนักเดินทาง
นางแคเทอรีน เมเยอร์ รองประธานฝ่ายบริการสนามบินของซีต้า กล่าวว่า "ระดับของการลงทุนที่สนามบินและสายการบินต่างๆ ได้ใช้ไปเมื่อปีที่แล้วสำหรับเทคโนโลยี CUTE นับว่าเป็นกรณีพิเศษอย่างยิ่ง และการเปลี่ยนมาสู่ระบบไอพีนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง สนามบินต่างๆ และผู้ใช้ระบบมีความเชื่อมั่นในระบบ common use systems และได้ยึดกันเป็นมาตรฐาน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า สามารถช่วยในการบริหารลูกค้าอย่างมี ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ซีต้ามีความภูมิใจที่ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ และปัจจุบันสนามบินทั่วโลก ก็ได้ตระหนักถึงประโยชน์ทางธุรกิจที่ระบบสามารถมอบให้ ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะกล่าวว่าในปี 2003 นี้ ซีต้าจะได้เริ่มการพัฒนาในขั้นต่อไปที่เกี่ยวเนื่องกับระบบ CUTE ที่เราได้เสนอไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสนามบินมีความคล่องตัว และสามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ในขณะที่ต้องพยายามต่อสู้เพื่อความสำเร็จในอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องนี้"
เทคโนโลยี CUTE ของซิต้าสามารถใช้ได้กับมาตรฐานของระบบไอพีรุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นการเตรียมสนามบินให้พร้อมสำหรับการเช็คอินในรูปแบบเว็ป (web-based check-in applications) ซึ่งกำลังมีการใช้งานกันเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆในหมู่บริษัทสายการบินต่างๆ แพลทฟอร์ม CUTE ของซีต้า จะทำให้สายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถสร้างแอพพลิเคชั่นที่ทำงานร่วมกับระบบ CUTE (CUTE-compliant) ของตัวเอง สำหรับใช้งานกับ Window NT, 3.1 และจาวา ได้ จึงเป็นการเพิ่มจำนวนของแอพพลิเคชั่นที่ใช้กับสนามบินให้สามารถใช้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบ CUTE
ได้ - ไม่ว่าจะใหม่หรือเก่า - ทั้งหมดจะทำงานบนระบบใช้งานร่วม (common use system) ที่ครอบคลุมที่สุด เสถียรที่สุด และขยายเพิ่มได้มากที่สุดเท่าที่มีอยู่
นางเมเยอร์ กล่าวว่า "ในปี 2002 เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานโดยตรงกับสนามบินหลายแห่ง เช่น ชิคาโก เดนเวอร์ ไมอามี โตรอนโต อิสตันบูล และโอซากา และเรายังเล็งเห็นถึงคุณค่าของความสัมพันธ์ที่มีกับสายการบินต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของ CUTE Local User Boards (CLUBs) เช่น แอตแลนต้า โอ้คแลนด์ ปักกิ่ง แฟรงค์เฟริ์ท ฮ่องกง โจฮันเนสเบิร์ก ซิดนีย์ และ กรุงเทพฯ เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสายการบินต่างๆ ให้สามารถเอาชนะอุปสรรคความท้าทายที่กำลังเผชิญอยู่ และเราเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีไอพี จะเป็นตัวที่นำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดสำหรับระบบบริหารผู้โดยสารในอนาคต รวมทั้งกระบวนการบริหารจัดการทางธุรกิจต่างๆ"
ระบบ CUTE ของซีต้า เป็นระบบที่ใช้จาวาเป็นพื้นฐาน (Java-based) การต่อเชื่อมไอพีแบบ end-to-end จากเครื่องหลัก (Host) ไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สนามบิน ซึ่งช่วยทำให้สายการบินต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับระบบของตัวเองโดยผ่านเครือข่ายแบบเปิด (open platform) แต่ละเวิร์คสเตชั่นของระบบ CUTE จะใช้ pre-integrated browser และต่อเชื่อมผ่านระบบไอพี เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของแต่ละสายการบิน ปัจจุบันเวิร์คสเตชั่นของระบบ CUTE ของซีต้า มีสายการบินและลูกค้าใช้งานอยู่ประมาณ 285 ราย ในสนามบินมากกว่า 200 แห่งทั่วโลก สามารถให้บริการเช็คอินแก่ผู้โดยสารมากกว่า 580 ล้านคนในแต่ละปี
ข้อมูลเกี่ยวกับซีต้า
ซีต้า เป็นผู้นำระดับโลกที่ให้บริการโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูลและสื่อสารโทรคมนาคม (integrated information and telecommunications solutions) สำหรับธุรกิจการบิน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 50 ปี ปัจจุบันซีต้ามีสมาชิกราว 740 ราย และลูกค้าอีกราว 1,800 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย สายการบิน, สนามบิน, บริษัทจัดจำหน่าย (travel distribution) และ ผู้ให้บริการจองตั๋วด้วยระบบคอมพิวตอร์ (CRS, computer reservation systems), หน่วยงานภาครัฐ , หน่วยงานด้านการบินและอวกาศ และบริษัทขนส่งทางอากาศ ซีต้ามีผลประกอบการด้านรายได้มากกว่า 1,611 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2001
ข้อมูลเพิ่มเติมค้นหาได้ที่ www.sita.aero
ข้อมูลบริษัท
บริษัทในกลุ่มซีต้า (SITA) ประกอบด้วยกลุ่มหลัก 2 กลุ่ม คือ SITA SC และ SITA INC ซึ่งแต่ละกลุ่มมีบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบที่แยกจากกันโดยชัดเจน
SITA SC (Societe Internationale de Telecommunications A?ronautiques, Societe Cooperative) เป็นองค์กรหลัก ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 ในรูปแบบสหกรณ์ ภายใต้กฎหมายของประเทศเบลเยี่ยม โดยเริ่มจากการรวมตัวกันของบริษัทสายการบิน 11 แห่ง วัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของ SITA SC คือเป็นองค์กรที่ไม่มุ่งหวังกำไร (non-for-profit) และมีการกระจายภาระค่าใช้จ่ายการดำเนินงานให้กับบริษัทสมาชิกตามสัดส่วนการใช้บริการของแต่ละกิจการ
SITA SC ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ให้บริการด้านการสื่อสารกับสมาชิกผู้ประกอบการด้านการขนส่งทางอากาศ (Air Transport Community) ในรูปแบบสหกรณ์ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความเท่าเทียมกันในการใช้บริการ และมีการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายรวมกัน
เมื่อเวลาผ่านไป ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจการบิน (Air Transport Community) เริ่มมีความต้องการเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นมาช่วยในการแก้ปัญหา และแนวโน้มนี้ได้ทำให้ต้องมีการหาทางออกให้กับปัญหาเฉพาะเรื่อง (customised solutions) มากขึ้น เป็นการพัฒนาระบบสำหรับลูกค้าเฉพาะราย
ผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพตลาด ทำให้เห็นว่าการพัฒนาที่จำเป็นที่จะช่วยให้สามารถสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้ จะไม่เหมาะสมสำหรับองค์กรที่ดำเนินงานโดยไม่มุ่งหวังกำไรและเป็นรูปแบบสหกรณ์ ดังนั้น เพื่อให้สามารถตอบรับความท้าทายของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีการปรับวางโครงสร้างองค์กรใหม่ ให้มีการแบ่งงานออกเป็นสองส่วนแต่ยังคงเกี่ยวเนื่องกัน
ด้วยเหตุนี้ SITA Information Networking Computing (จดทะเบียนบริษัทเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2542) จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็นธุรกิจที่สามารถสร้างกำไร ซึ่งจะช่วยเสริมในส่วนของวัตถุประสงค์เชิงธุรกิจและกลยุทธ์ พร้อมกับให้บริการที่มีมูลค่าเพิ่มกับสมาชิกผู้ประกอบการด้านการขนส่งทางอากาศ ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอีกด้วย นอกจากนั้น การที่บริษัทจะสามารถไปเป็นหุ้นส่วนและร่วมทุนกับบริษัทอื่น ๆ ยังหมายความว่า SITA NIC จะสามารถขยายงานและเพิ่มความสามารถในการพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ได้อีกด้วยกลุ่มธุรกิจที่เป็นเอกภาพ SITA INC จะให้ความสนใจกับการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ โดยมุ่งเน้นที่การรวมและการแก้ปัญหาระบบโดยเชื่อมโยงกับโครงข่ายที่มีการใช้งานอยู่แล้ว SITA SC จะยังคงให้บริการด้านโครงข่าย (network services) สำหรับระบบที่ใช้งานร่วมกัน (shared community basis)
ขณะนี้ การแบ่งส่วนองค์กรกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย และการก่อตั้ง SITA INC ได้ทำให้บริษัทสามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของตลาดในธุรกิจโทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่าย (network infrastructure) และธุรกิจบนระบบอิเล็คทรอนิค (E-business) ที่ถูกผลักดันจากการปฏิวัติระบบอินเตอร์เน็ต (internet revolution) ความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการหาทางออกให้กับปัญหาเฉพาะเรื่องและเป็นบูรณาการมากขึ้น ขณะที่บริษัทเองพยายามหาทางเพิ่มความสามารถในการตอบรับพันธมิตรและหุ้นส่วนทางธุรกิจ หรือการร่วมทุน
อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้า การติดต่อกับซีต้าหรือกลุ่มบริษัทซีต้าจะยังคงราบรื่นและไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด คนที่ติดต่อด้วยและวิธีการติดต่อคงเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ SITA SC และ SITA INC จะยังคงเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดต่อไป ด้วยเพราะมีกลยุทธ์ธุรกิจที่เกื้อหนุนกัน มีเจ้าของซึ่งอยู่ใน Air Transport Community และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเหมือนกัน มีฝ่ายสนับสนุนงานบริหารและงานธุรการร่วมกัน
ซีต้าเป็นผู้นำระดับโลกในการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและโทรคมนาคมระดับโลก (global information and telecommunications solutions) ให้กับธุรกิจการบิน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 50 ปี ซีต้าได้ให้บริการแบบครบวงจร (total service) แก่สมาชิกในธุรกิจการบินราว 740 ราย และมีลูกค้าราว 1,800 รายในมากกว่า 220 ประเทศและอาณาเขตพื้นที่ (territories)
ธุรกิจการบินได้ประเมินไว้ว่า จะให้บริการกับผู้ที่เดินทางทางอากาศจำนวนมากกว่า สองพันล้านคนในปี พ.ศ. 2549 - หากขาดซีต้า นักเดินทางเหล่านี้จะไม่สามารถไปถึงจุดหมายการเดินทางได้เลยด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้บริการกับอุตสาหกรรมและทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด ภารกิจของ SITA คือ "เป็นผู้ร่วมงานคนแรกท??เลือกสำหรับ solutions ของระบบข้อมูลและโทรคมนาคม
ซึ่งครอบคลุมไปทั่วโลก" สำหรับธุรกิจการบิน และรวมถึงการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานแบบเบ็ดเสร็จด้านระบบสารสนเทศน์ระดับโลก (complete global IT infrastructure) สำหรับองค์กรด้านการขนส่งทางอากาศ ปัจจุบันเราได้รับความไว้วางใจให้มีส่วนร่วมและให้บริการกับบริษัทสายการบินเกือบทุกแห่ง บริษัทท่องเที่ยวและบริษัทจัดจำหน่ายทั่วโลก รวมทั้งการท่าอากาศยานหลายแห่ง บริษัทการบินอวกาศ บริษัทขนส่งสินค้าทางอากาศ และหน่วยงานภาครัฐ
การจ้างพนักงานของซีต้า จะเป็นการจ้างคนในพื้นที่ที่มีความรู้เกี่ยวกับถิ่นนั้น ๆ โดยมีพนักงานมากกว่า 3,800 คนจากหลากหลายเชื้อชาติทั่วโลก การเป็นบริษัทระดับโลก ที่เป็นกลาง และมีความเป็นเจ้าของในอุตสาหกรรมมีความสำคัญกับลูกค้ามากพอ ๆ กับการบริการและการสนับสนุนที่ครอบคลุม รวมทั้งความเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมด้วย
ซีต้าได้ดำเนินกิจการในประเทศไทยมามากกว่าสี่สิบปี ลูกค้าของซีต้าที่มีฐานอยู่ในประเทศไทยรวมถึง บริษัทการบินไทย ,Thai Airports Ground Services , Airports of Thailand , Bangkok Airways, Orient Thai Airways , PB Airs, Phuket Airs และสายการบินขนาดเล็กอื่น ๆ ซีต้ายังได้ให้บริการกับสายการบินอีกราวแปดสิบแห่งที่บินเข้ามายังสนามบินดอนเมือง รวมถึงสายการบินขนาดใหญ่ของแต่ละประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และ ออสเตรเลีย
บทบาทหลักของซีต้าในสนามบินดอนเมืองคือ การให้บริการระบบเช็ค-อินผู้โดยสาร โดยระบบของ CUTE ซึ่งมีมากกว่า 400 จุดในบริเวณห้องผู้โดยสารขาออก ทั้ง terminal 1 และ terminal 2 ซึ่งเป็นบริการสนับสนุนการดำเนินงานแบบตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด (full supported "7*24" operation) ระบบ CUTE นี้ได้ถูกติดตั้งและใช้งานโดยสายการบินมากกว่า แปดสิบสายการบินมา หลายปีแล้ว
รวมทั้ง การบินไทย และ TAGS และเป็นระบบ CUTE เเบบเดียวกับที่ได้รับการคัดเลือกและใช้งานโดยการบินไทยที่ภูเก็ต สิงค์โปร ฮ่องกง ลอสแองเจลิส ไทเป ซิดนีย์ จาการ์ตา บาหลี รวมทั้งอีกหลายแห่งทั่วโลก--จบ--
-ศน-