พม.จัดสัมมนาอาเซมในการเสริมสร้างความช่วยเหลือและความร่วมมือนโยบายด้านสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ - newswit

กรุงเทพฯ--29 ส.ค.--กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย นางสุรภี วะสีนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ร่วมแถลงข่าว การจัดสัมมนาอาเซมในการเสริมสร้างความช่วยเหลือและความร่วมมือนโยบายด้านสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ (ASEM Seminar on enhancing support and cooperation for strengthening social policies to assist traffiked women and children) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการค้ามนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงและเด็กที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นับว่าเป็นสิ่งที่คุกคามต่อความ มั่นคงของมนุษย์ รวมถึงสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างยิ่ง และเป็นภารกิจโดยตรงของกระทรวงฯ ที่จะต้องดำเนินการ ทั้งภายในประเทศ รวมถึงการเข้าร่วมกับนานาประเทศในระดับทวิภาคี พหุภาคี และภูมิภาค ที่จะต้องทำให้การต่อต้านการค้ามนุษย์มีผลเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น กระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานพัฒนาเอกชน รวมทั้งกระทรวงที่เกี่ยวข้องจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหา ดังกล่าว ความร่วมมือที่เห็นชัดเป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งคือ ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อต่อต้านการค้าหญิงและเด็ก ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาครัฐ ภาครัฐกับเอกชน และภาคเอกชนกับภาคเอกชนด้วยกัน นอกจากนั้น ยังได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา สหภาพพม่า และสาธารณรัฐประชาชนจีน การจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการกรณีการค้าหญิงและเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดยในคู่มือดังกล่าว นอกจากจะระบุถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการช่วยเหลือ การส่งตัวกลับภูมิลำเนาเดิม การพัฒนาอาชีพของผู้ตกเป็นเหยื่อให้กลับคืนและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเดิมได้ เพื่อตัดวงจรไม่ให้ผู้เสียหายต้องกลับมาตกเป็นเหยื่อซ้ำอีกด้วย นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาการค้ามนุษย์ และจัดให้เป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อประสานการแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก ซึ่งมี ดร.สายสุรี จุติกุล เป็นประธาน อีกทั้งกระทรวงฯ ยังได้จัดทำนโยบายและแผนระดับชาติเรื่องการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการค้าเด็กและหญิงในประเทศและข้ามชาติ ระยะ 6 ปี (พ.ศ. 2545-2550) เพื่อให้มีนโยบายและกลไกทุกระดับในการป้องกัน ช่วยเหลือ คุ้มครอง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปราม การส่งกลับ การฟื้นฟูและการบูรณาการคืนสู่สังคม เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย อนุสัญญา พิธีการ และปฏิญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานด้วย นางสุรภี วะสีนนท์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึง เนื้อหา ความสำคัญ และความคาดหวังจากการสัมมนาอาเซมครั้งนี้ว่า เป็นกิจกรรมหนึ่ง ภายใต้แผนปฏิบัติการโครงการ ASEAM Action Plan to Combat Trafficking in Persons, Especially Women and Children มีวัตถุประสงค์ เพื่อแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศ ระหว่างหน่วยงานรัฐบาลและองค์การพัฒนาเอกชน ในกระบวนการฟื้นฟู การส่งตัวกลับประเทศ การปรับตัวคืนสู่สังคมของเหยื่อการค้ามนุษย์ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภูมิภาคเอเชียและยุโรป ในการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศสมาชิกอาเซมในการต่อต้านการค้าหญิงและเด็ก รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับมาตรการด้านกฎหมายต่อต้านการค้าหญิงและเด็ก โดยที่ปัญหาเรื่องการค้าหญิงและเด็กเป็นปัญหาที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การแสวงหาความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาครั้งนี้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงท่าทีและจุดยืนที่ชัดเจนของประเทศไทยที่จะร่วมต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงและเด็กในทุกรูปแบบ รวมถึงการแสดงบทบาทเป็นประเทศ ผู้นำของภูมิภาคนี้ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย ซึ่งเราคาดหวังว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีสำหรับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิกอาเซมทั้งจากยุโรปและเอเชียที่จะได้มีการนำเสนอตัวอย่างกรณีศึกษาที่ประสบผลสำเร็จแล้ว ยังจะเป็นการให้ข้อเสนอแนะแก่ประเทศสมาชิกอีกด้วย ซึ่งประเทศไทยก็จะสามารถนำข้อเสนอแนะจากที่ประชุมมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยให้ลดน้อยลง และหมดไปในที่สุด ทั้งนี้เพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ที่ประเทศไทยถูกมองจากสังคมโลกว่าเป็นประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และประเทศปลายทางของการค้าหญิงและเด็ก--จบ-- -สพ-

ข่าว วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ล่าสุด