(ต่อ2) ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2546 - newswit

กรุงเทพฯ--8 ต.ค.--ศูนย์ปชส. กระทรวงคมนาคม 3. เรื่อง การส่งเสริมให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นศูนย์กลางการบินและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานผลการศึกษาการส่งเสริมให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นศูนย์กลางการบินและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามมาตรการส่งเสริม ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ กระทรวงคมนาคมรายงานว่า ได้แต่งตั้งคณะทำงานฯ ขึ้นดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15พฤษภาคม 2544 2 คณะ คือ คณะทำงานเพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและกำหนดมาตรการส่งเสริมให้สนามบินเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และคณะทำงานเพื่อทำการศึกษาการส่งเสริมให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการบินไปยังจีนตอนใต้และตะวันตก ซึ่งคณะทำงานฯ ทั้ง 2 คณะ ได้ดำเนินงานแล้ว โดยมีผลการพิจารณาและแนวทางการส่งเสริมให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นศูนย์กลางการบิน และสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดังนี้ 1. ท่าอากาศยานภูมิภาคที่มีศักยภาพเหมาะสมในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการบิน โดยภาคเหนือ ได้แก่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภาคใต้ ได้แก่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ท่าอากาศยานอุบลราชธานี 2. ปัญหาและอุปสรรคที่จะมีผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการบินของท่าอากาศยานฯ ได้แก่ ปัญหาของสายการบิน เช่น ค่าใช้จ่ายในการประกอบการบินมายังประเทศไทยสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ และปัญหาความไม่สะดวกของนักท่องเที่ยว/ผู้โดยสาร ในการเดินทางระหว่างท่าอากาศยานกับตัวเมือง หรือสถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง 3. แนวทางและมาตรการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการบินของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภูเก็ต และอุบลราชธานี ดังนี้ 3.1 มาตรการระยะสั้น ให้ทุกหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวก และจูงใจสายการบิน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ดังนี้ การอำนวยความสะดวกด้านการบิน 1) ท่าอากาศยานที่ประสบปัญหาการจัดสรรเวลาหลุมจอดและสมรรถนะของท่าอากาศยานอาจพิจารณาใช้มาตรการส่งเสริม เช่น กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินให้แตกต่างกันระหว่างช่วงเวลาที่มีการขึ้น/ลงสูง(Peak Hour) กับช่วงเวลาที่มีความต้องการขึ้น/ลงต่ำ เพื่อจูงใจให้สายการบินเปลี่ยนเวลาไปใช้ในช่วงเวลาที่มีความต้องการขึ้น - ลงน้อย ทำให้มีพื้นที่จอดมากขึ้น หรืออาจใช้นโยบายราคาจูงใจให้สายการบินไปใช้บริการสนามบินใกล้เคียงที่ยังสามารถรองรับได้ ควรให้กรมการขนส่งทางอากาศ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รับไปพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมและจำเป็น 2) ท่าอากาศยานภูเก็ตควรพิจารณาให้สายการบิน/เครื่องบินที่ต้องการจอดพักค้างระยะยาวเปลี่ยนเส้นทางไปขึ้น/ลงที่ท่าอากาศยานกระบี่แทน และขยายพื้นที่ลานจอดอากาศยานให้สามารถจอดได้หลายลำพร้อมกันโดยให้กรมการขนส่งทางอากาศและบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันพิจารณาดำเนินการตามความจำเป็น 3) เพิ่มประสิทธิภาพของบริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น และปรับลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต เชียงใหม่ และอุบลราชธานี ให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยรับเรื่องนี้ไปพิจารณา 4) ให้มีการเจรจาหารือในระดับผู้นำกับประเทศจีนและประเทศพม่า เพื่อขอปรับปรุงเส้นทางบินให้สามารถทำการบินตรงผ่านพม่าไปยังจีนได้ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศรับไปดำเนินการร่วมกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด การอำนวยความสะดวกในการเพิ่มเที่ยวบิน ดังนี้ 1) ให้ท่าอากาศยานกรุงเทพเป็นเครือข่ายหลักและเครือข่ายเชื่อมโยงของท่าอาศยานเชียงใหม่ภูเก็ต และอุบลราชธานี และส่งเสริมให้ท่าอากาศยานทั้ง 3 ดังกล่าว มีการบินในลักษณะควบคู่ (Twin - Hub) กับท่าอากาศยานอื่นในภูมิภาค โดยพิจารณาตามสภาพภูมิศาสตร์และความเป็นไปได้ เช่น กระบี่ - ภูเก็ต อุบลราชธานี -ขอนแก่น และเชียงใหม่ - เชียงราย โดยให้กรมการขนส่งทางอากาศรับไปดำเนินการร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสายการบินเอกชนไทย 2) ส่งเสริมและสนับสนุนให้สายการบินของไทยเป็นสายการบินหลักในการทำการบิน และใช้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภูเก็ต และอุบลราชธานี เป็นฐานการบิน และเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค โดยให้กรมการขนส่งทางอากาศรับไปดำเนินการร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)และสายการบินเอกชนไทย 3) ปรับลดค่าธรรมเนียมและค่าบริการต่าง ๆ ทางด้านการบินให้เหมาะสมและแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพื่อจูงใจให้สายการบินแวะจอดและใช้ท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 3 แห่งเพิ่มมากขึ้น 4) ให้สายการบินต่างประเทศสามารถทำการบินแวะลง 2 จุดในประเทศไทยได้ และให้สิทธิรับขนผู้โดยสารพักค้างของตนเองได้ โดยให้กรมการขนส่งทางอากาศพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม 5) ส่งเสริมให้มีเที่ยวบินแบบเช่าเหมาของแต่ละประเทศทั้งจากในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจากประเทศจีนและจากต่างภูมิภาค ทำการบินมายังท่าอากาศยานภูมิภาคได้โดยตรง โดยกำหนดไว้ในความตกลงด้านการบินกับประเทศต่าง ๆ ด้วย โดยให้กรมการขนส่งทางอากาศพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม 6) เชิญชวนสายการบินต่างประเทศทำการบินมายัง/ไปจากจุดต่าง ๆ ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยให้คณะกรรมการผู้แทนรัฐบาลเจรจาสิทธิการบินร่วมกับกรมการขนส่งทางอากาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรับไปดำเนินการ การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้โดยสาร ดังนี้ 1) สายการบิน สมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ และสมาคมโรงแรม ควรร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการจัดกิจกรรมและโปรแกรมการท่องเที่ยวเดินทางภายในประเทศ รวมทั้งการเชิญบริษัทนำเที่ยวขนาดใหญ่ในตลาดเป้าหมายเดินทางมาดูพื้นที่ หรือจัด Package Tour เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของคนไทยและชาวต่างประเทศ และ/หรือจูงใจสายการบินให้เข้ามาให้บริการมากขึ้น โดยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรับไปดำเนินการร่วมกับสายการบิน สมาคมท่องเที่ยว และสมาคมโรงแรม 2) จัดให้มีบริการขนส่งสาธารณะอย่างเพียงพอ สะดวก และเป็นบริการที่มีคุณภาพให้บริการระหว่างท่าอากาศยานกับตัวเมืองและสถานที่สำคัญภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งบริการพิเศษ เช่น บริการรถไฟขบวนพิเศษให้บริการจากท่าอากาศยานต่อไปยังเมืองที่มีประชากรหนาแน่น หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เพื่อให้สามารถจัดรายการนำเที่ยวที่รวมเข้ากับการเดินทางทางอากาศในราคาและในระยะเวลาที่เหมาะสมได้ โดยให้กรมการขนส่งทางบก การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท ขนส่ง จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดอุบลราชธานีพิจารณาดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบตามความเหมาะสม 3) ให้มีการขอตรวจลงตรา ณ ท่าอากาศยานภูมิภาค (VISA on Arrival) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จีนโดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ 4) ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกการออก VISA ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยจัดเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลไปดำเนินการออก VISA ณ เมืองใหญ่ ๆ ทางตอนใต้และตะวันตกของจีนเป็นครั้งคราว โดยให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ 3.2 มาตรการระยะยาว เพื่อให้แนวทางและมาตรการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการบินของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภูเก็ต และอุบลราชธานี ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ 1) จัดทำแผนงาน/โครงการลงทุนและพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภูเก็ต และอุบลราชธานี ให้เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระดับในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อบริการผู้โดยสารและสินค้า 2) เปิดเสรีบริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานภูมิภาค โดยให้มีผู้ให้บริการมากกว่า 1 ราย ณ ท่าอากาศยานแต่ละแห่ง 3) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกด้านการบิน 4. แผนปฏิบัติการ เพื่อให้มาตรการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการบินของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภูเก็ตและอุบลราชธานี มีผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการบินของท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 3 แห่ง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อไป ดังนี้ 4.1 จัดทีมทำ Road Show 4.2 จัดกิจกรรมท่องเที่ยว 3 Towns Thai : ภูเก็ต เชียงใหม่ อุบลราชธานี 4.3 ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับเข้าเมืองและการออก 4.4 ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการขนส่งสินค้า การส่งเสริมให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นศูนย์กลางการบินและสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 4.5 ปรับปรุง/ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าจอดเครื่องบินให้เหมาะสม/จูงใจ 4.6 ลดค่าธรรมเนียม ATC ให้เหมาะสม/จูงใจ 4.7 ลดค่าธรรมเนียมบริการภาคพื้น/ผู้โดยสาร 4.8 ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินและเพิ่มประสิทธิภาพการเติมน้ำมันเครื่องบิน โดยเปิดเสรีการขาย และการให้บริการน้ำมันอากาศยาน ณ สนามบินภูเก็ต เชียงใหม่ และอุบลราชธานี 4.9 ส่งเสริมกิจกรรมที่สนามบิน เรื่อง Catering 4.10 จัดให้มีบริการขนส่งสาธารณะระหว่างท่าอากาศยานกับตัวเมือง/แหล่งท่องเที่ยว/จังหวัดใกล้เคียงอย่างสะดวก ปลอดภัย 4.11 จัดให้มีการเชื่อมโยงเส้นทางบินกับการคมนาคมทางบก 4.12 คิดอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้น/ลงของอากาศยานให้เหมาะสมกับ Slot ที่มี 4.13 พิจารณาให้เครื่องบินที่ต้องการจอดพักค้างระยะยาวเปลี่ยนเส้นทางไปขึ้น/ลง ณ ท่าอากาศยานใกล้เคียงแทนได้ 4.14 เจรจาเพื่อขอปรับปรุงเส้นทางบินผ่านพม่าตรงไปยังประเทศจีน 4.15 พัฒนาเครือข่ายการบินของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภูเก็ต และอุบลราชธานี 4.16 ศึกษาถึงปริมาณความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยว 4.17 รวบรวมข้อมูลแสดงอัตราร้อยละการบรรทุกในแต่ละเส้นทางบิน 4.18 จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาและแก้ปัญหาการใช้ท่าอากาศยานกรุงเทพและท่าอากาศยานภูมิภาค (ยังมีต่อ) -รก-

ข่าว กระทรวงการต่างประเท ล่าสุด