ILCT: กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนธุรกิจอินเตอร์เน็ท (1)

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--19 มิ.ย.--ที่ปรึกษากฎหมายสากล โดย ประดิษฐ์ สหชัยยันต์ [email protected] ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ [email protected] ไอที กรุ๊ป บริษัท ที่ปรึกษากฎหมายสากล จำกัด เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศหลักเกณฑ์ในเรื่องการกำหนดให้ผู้ประกอบการค้าด้านอินเตอร์เน็ทต้องขึ้นทะเบียนพาณิชย์กับกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ซึ่งผลจากกฎหมายฉบับนี้ ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเว็บไซท์และอินเตอร์เน็ททุกประเภทต้องขึ้นทะเบียนพาณิชย์กับกรมธุรกิจการค้าตามกฎหมาย เมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดของประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับดังกล่าว ทำให้ผมนึกถึงกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจเว็บไซท์โดยทั่วไปอาจหลงลืมไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ นั่นคือ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2545 วันนี้ เราจะมาคุยถึงประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับดังกล่าวและกฎหมายขายตรงกันว่า ผู้ประกอบธุรกิจอินเตอร์เน็ทควรต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ถูกต้องตามที่กฎหมายทั้งสองฉบับระบุไว้ เริ่มจาก ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านอินเตอร์เน็ทก่อน ประกาศฉบับนี้มีผลทำให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยที่ทำธุรกิจดังต่อไปนี้ ต้องขึ้นทะเบียนธุรกิจพาณิชย์ 1) ผู้ประกอบการที่ซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ท 2) ผู้ประกอบการที่ให้บริการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ท 3) ผู้ประกอบการที่ให้เช่าพื้นที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครือข่ายหรือเซิฟเวอร์ (Server) 4) ผู้ประกอบการที่ให้บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ท เมื่อดูจากรายละเอียดของประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการในธุรกิจอินเตอร์เน็ทเกือบทุกประเภทต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ประกอบการด้านอินเตอร์เน็ท ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านทางอินเตอร์เน็ท การให้ดาว์นโหลดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ การให้บริการดาว์นโหลดริงโทน เอ็มเอ็มเอส (MMS) หรือระบบอื่นใดผ่านระบบอินเตอร์เน็ท รวมถึงการเป็นตลาดกลางในลักษณะที่เป็นการจัดให้มีการประมูลขายสินค้าหรือบริการผ่านทางอินเตอร์เน็ท ก็ล้วนแล้วแต่เข้าขอบเขตของการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้แทบทั้งสิ้น วัตถุประสงค์ของการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้เป็นการตอบสนองนโยบายกระทรวงไอซีที ในการควบคุมธุรกิจอินเตอร์เน็ทเพื่อจะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ประกอบการในภายหลังได้ โดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2546 หากผู้ประกอบการรายใดไม่ดำเนินการตามประกาศฉบับนี้อาจมีโทษตามมาตรา 19 ของพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 คือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติถูกต้อง โดยผู้ประกอบการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ททั้งหมดจะต้องขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2546 นี้ นอกจากกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้ว มีกฎหมายอีกหนึ่งฉบับที่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ททั่วไปมักจะหลงลืมหรือคิดว่าไม่เข้าเงื่อนไขของกฎหมาย จึงไม่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจอินเตอร์เน็ท คือ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งเนื้อหาโดยสรุปของกฎหมายฉบับนี้ โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการขายตรงกับตลาดแบบตรง ซึ่งมีการกำหนดคำจำกัดความของคำว่า การขายตรง และ ตลาดแบบตรง ไว้ในมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "ขายตรง" หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนำเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภคหรือของผู้อื่น หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ โดยผ่านตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระขั้นเดียวหรือหลายชั้นแต่ไม่รวมถึงนิติกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง "ตลาดแบบตรง" หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผุ้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น "ผู้บริโภค" หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ เมื่อพิจารณาถึงนิยามคำว่า "ขายตรง" "ตลาดแบบตรง" แล้ว ผู้ประกอบการโดยทั่วไปมักเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้ควบคุมเฉพาะธุรกิจขายตรง อาทิเช่น การทำธุรกิจของ Mistine, Amway, UStar ฯลฯ แต่ความเป็นจริงแล้ว กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมถึงการทำธุรกิจอินเตอร์เน็ทด้วย จากการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและการตีความของสำนักงานกฎษฎีกามีความเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่า การประกอบธุรกิจอินเตอร์เน็ทโดยทั่วไปอาจถือได้ว่าเป็นการทำธุรกิจในตลาดแบบตรงในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภค ซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทาง (Distance Selling) และมีเจตนาให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับให้ซื้อสินค้าหรือบริการ เมื่อพิจารณาจากนิยามตลาดแบบตรง หากธุรกิจอินเตอร์เน็ทของท่านมีการให้ข้อมูลของข่าวสารในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ และมีเจตนาให้ผู้บริโภคตอบกลับในการซื้อสินค้าหรือบริการก็ถือได้ว่าเป็นการทำธุรกิจในตลาดแบบตรง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น เว็บไซท์ amazon.com มีการให้บริการซื้อขายหนังสือและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผ่านทางอินเตอร์เน็ทโดยที่มีเจตนาให้ผู้บริโภคทำการตอบกลับเพื่อซื้อขายสินค้าหรือบริการ เจ้าของเว็บไซท์ amazon.com ก็ต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคตามที่กฎหมายระบุไว้ในมาตรา 27 ของพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เว้นแต่จะได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 47 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 หรือมาตรา 27 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ มาตรา 54 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคลให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น เมื่อดูจากรายละเอียดของข้อกฎหมายดังกล่าว จะเห็นได้ว่า กฎหมายขายตรงระบุให้ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต้องขึ้นทะเบียน ซึ่งหากบริษัทใดที่อยู่ในขอบข่ายของกฎหมายฉบับนี้และไม่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย อาจถือว่าบริษัทดังกล่าวฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้และมีโทษปรับหรือโทษจำคุกตามกฎหมาย โดยที่กรรมการของบริษัทดังกล่าวอาจได้รับโทษหากไม่ดำเนินการตามที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ ในครั้งหน้า เราจะมาคุยกันต่อเกี่ยวกับรายละเอียดของการขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการธุรกิจตลาดแบบตรง ตามกฎหมายฉบับนี้ ว่าต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง รวมถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภคตามกฎหมายฉบับนี้ อย่าลืมติดตามนะครับ--จบ-- -นห-

ข่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้า+กรมธุรกิจการค้าวันนี้

LINE จับมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสภาหอการค้าไทย จัดงาน UPSKILL SME ดันธุรกิจโตไว สร้างกำไรด้วย AI และ LINE Solutions

LINE ประเทศไทย เดินหน้าผนึกความร่วมมือกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (TCC) จัดงานสัมมนา "UPSKILL SME ธุรกิจโตไว ทำกำไร ด้วย AI และ LINE Solutions" เวทีความรู้ที่รวมพลังจากภาครัฐ ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพให้ผู้ประกอบการ SME ไทย สามารถปรับตัว ยืนหยัด และต่อยอดสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายในโลกธุรกิจ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า "ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME มากกว่า 3.25 ล้านราย ถือเป็นหัว

มาสเตอร์เชฟ นูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ (กลาง) ... Blue Elephant คว้ารางวัล Thai SELECT Award 2025 ระดับ 3 ดาว ยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก — มาสเตอร์เชฟ นูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ (กลาง) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนทำอา...

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เร่งเ... โค้งสุดท้าย 'เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2' ลุ้นโชคสุดฟิน ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย หมดเขต 15 ตุลาคมนี้ — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เร่งเครื่องลุยโค้...