ธ.กสิกรไทยรณรงค์ ช่วยหนูด้วยภาคสอง ระดมทุน 100 ล้าน ขอให้ช่วยช้างด้วย - newswit
กรุงเทพฯ--9 ก.ค.--ธ.กสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทยรณรงค์ รับบริจาค 50 ล้าน ธนาคารสมทบอีก 50 ล้าน มอบให้ 10 มูลนิธิ เพื่อช่วยเด็กติดเอดส์และช้างบาดเจ็บ เริ่มโครงการ 8 กรกฎาคมนี้ นายบัณฑูร ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย แถลงว่า จากโครงการช่วยหนูด้วยที่ธนาคารได้ดำเนินการในปีที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบสนองจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาอย่างมากมาย จนโครงการสามารถระดมเงินได้ 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาทในเวลาเพียง 38 วัน ในปีนี้ธนาคารจึงได้สานต่อโครงการช่วยหนูด้วยอีกปีหนึ่ง โดยจะมุ่งเน้นระดมทุนให้แก่มูลนิธิ 7 แห่ง ที่ทำงานสงเคราะห์เด็กที่ติดเชื้อเอดส์ กำพร้าหรือไร้ที่พึ่ง และในโอกาสเดียวกันนี้ จะได้รณรงค์ช่วยเหลือมูลนิธิที่ดูแลรักษาช้างที่บาดเจ็บด้วยอีก 3 แห่ง นายบัณฑูร กล่าวว่า ปัญหาเรื่องโรคเอดส์ เป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งของสังคมไทย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างร่วมมือร่วมแรงกันป้องกัน ต่อสู้ เพื่อขจัดปัญหานี้มายาวนาน มีองค์กร มูลนิธิต่างๆ ที่เข้าช่วยเหลือทำงานสงเคราะห์ในเรื่องนี้ในประเทศมากกว่า 150 หน่วยงาน บ้างก็พยายามรณรงค์ในการให้ความรู้ป้องกันการเกิดโรค บ้างก็ช่วยเหลือในเรื่องการรักษาพยาบาล ในจำนวนผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ในไทย ในขณะนี้ 1,033,500 ราย เป็นเด็กแรกเกิดถึงอายุ 10-15 ขวบ มากถึง 30,000 คน ที่เป็นเหยื่ออันบริสุทธิ์ของโรคร้าย เกิดมาพร้อมกับเคราะห์กรรมที่รับเชื้อเอดส์จากแม่ ส่วนใหญ่เกิดมาได้ไม่นาน ก็จะกลายเป็นเด็กกำพร้า เด็กบางคนยังโชคดีอยู่บ้างที่ปู่ย่าตายายหรือญาติรับเลี้ยงไว้ด้วยความเมตตา แต่ก็เพียงประทังชีวิตไว้ให้ระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะครอบครัวเหล่านี้ เกือบทั้งสิ้นจะยากจนเกินกว่าที่จะจัดหายาต้านไวรัส มายืดเวลาอายุให้ลูกหลานกำพร้าเหล่านี้ได้ ส่วนใหญ่ของเด็กกำพร้าเหล่านี้มักถูกรังเกียจ ถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างน่าเวทนา จนกว่าจะสิ้นกรรม ซึ่งช่วงเวลาอายุของเด็กที่ได้รับเชื้อเอชไอวีนี้ หากได้รับการดูแลรักษา ได้รับยาต้านไวรัส แท้จริงแล้วอาจจะมีชีวิตอยู่รอดยืนยาวได้ การเข้าช่วยเหลือสงเคราะห์และดำเนินการแก้ไขเรื่องโรคเอดส์ดังที่กล่าวมาแล้วว่า มีกว่า 150 หน่วยงานนั้น มี 7 มูลนิธิที่ได้ทำงานสงเคราะห์เด็กติดเอดส์มายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นมูลนิธิที่ได้ให้การโอบอุ้มเอาเด็กเหล่านี้เข้ามาดูแล มีบ้านพัก มีอาหาร มีเสื้อผ้า และมียาต้านไวรัสให้แก่พวกเขา และที่สำคัญอย่างยิ่งมูลนิธิเหล่านี้ มีอาสาสมัครซึ่งเสียสละเวลาของชีวิตส่วนหนึ่งมาดูแลเด็กๆ เหล่านี้อย่างไม่รังเกียจ แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานของอาสาสมัครในมูลนิธิเหล่านี้ ไม่อาจอาศัยเพียงน้ำใจ เวลา และแรงกาย ที่ได้อุทิศให้เท่านั้น มูลนิธิต้องมีปัจจัยที่จะใช้ซื้อหาอาหารให้เด็กและที่สำคัญคือ ยา ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง โดยเฉลี่ยค่ายาต้านไวรัสจะอยู่ที่ 1500 – 3000 บาท ต่อคนต่อเดือน มูลนิธิเหล่านี้อาศัยเพียงเงินสงเคราะห์ เงินบริจาค ซึ่งไม่เพียงพอต่อการนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในทุกด้านของการดูแลรักษาพยาบาลเด็กติดเอดส์ที่อยู่ในความดูแลได้ อาสาสมัครบางท่านในมูลนิธิบางครั้งต้องสละทรัพย์ส่วนตัวมาซื้ออาหารให้เด็กๆ เพื่อให้พวกเขา อยู่รอดถึงวันพรุ่งนี้ก็มี ธนาคารกสิกรไทยจึงขอร้องและเรียกร้องน้ำใจจากพี่น้องประชาชนได้ร่วมบริจาคให้แก่มูลนิธิต่างๆ เหล่านี้ เพื่อส่งต่อไปถึงเด็กติดเอดส์ ให้ชีวิตที่เหลืออยู่ไม่ยาวนานนักของพวกเขาได้มีที่อยู่อาศัย ได้ใช้ชีวิตตามสมควรที่ต้องเกิดมาแต่ทว่าประสบเคราะห์กรรม ให้เขาได้มีชีวิตเยี่ยงคนๆ หนึ่งที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยร่วมกันกับเราบนแผ่นดินที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์และเปี่ยมล้นด้วยความเมตตากรุณา ในโอกาสเดียวกัน บัณฑูรกล่าวต่อไปว่า มีอีกปัญหาหนึ่ง คือปัญหาเรื่องช้างซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ แต่โครงการนี้จะขอรับบริจาคเพื่อไปช่วยเหลือเฉพาะมูลนิธิที่ดูแลรักษาช้างเจ็บป่วยเท่านั้น เพราะพี่น้องประชาชนคนไทยคงได้รับข่าวสารเป็นระยะๆ เกี่ยวกับช้างที่ต้องประสบเคราะห์กรรมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเหยียบกับระเบิด ตกเหว บาดเจ็บจากการถูกใช้งานอย่างทารุณ สัตวแพทย์ หรือโรงพยาบาลที่จะดูแลเฉพาะเรื่องนี้ ก็มีเพียงน้อยแห่ง เงินทุนมีจำกัด แต่กับช้างซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ก็ใหญ่และแพงตามตัว รวมถึงยาและการเอาใจใส่ดูแลก็เป็นเรื่องต้องดำเนินการเป็นพิเศษ จึงขอเรียกร้องให้ช่วยช้างไทยที่ได้รับบาดเจ็บ ในฐานะที่เราคนไทย ได้อาศัยช้างมาแต่โบราณ ไม่ว่าจะช่วยทำงานหรือเป็นยานขนส่งของเรามาแต่ในอดีตกาลจนปัจจุบันเหลือช้างไทยเพียง 5,000 เชือก แต่ต้องบาดเจ็บล้มตาย ขาดการรักษา ปีละถึง 150 เชือก ถ้าเราไม่ช่วยกัน ช้างไทยคงจะเหลืออยู่แต่เพียงภาพในหนังสือแบบเรียน ก เอ๋ย ก ไก่ และ ช ช้างวิ่งหนีเท่านั้น สำหรับการบริจาคร่วมโครงการ “ช่วยหนูและช้างด้วย” เพื่อมอบให้แก่มูลนิธิที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ธนาคารกสิกรได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้บริจาคผ่านบริการ KBANK Cash Management Collection Services ซึ่งให้บริการได้ถึงเจ็ดช่องทาง กล่าวคือ เงินสดที่เคาน์เตอร์สาขา, จ่ายเป็นเช็ค, บริจาคที่ตู้เอทีเอ็ม, ทางโทรศัพท์ หมายเลข 0-2888-8888, ผ่านทางอินเตอร์เน็ต, ผ่านบัตรเครดิต, และผ่าน e-commerce ที่ www.KASIKORNBANK.com รายชื่อมูลนิธิที่เข้าร่วมโครงการ “ช่วยหนูและช้างด้วย” 1. มูลนิธิเกื้อดรุณ *โทร.053-214-795-6 FAX 053-408-424 2. มูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทย (ระยอง)*โทร.038-685-480,691-480 FAX 038-687-480 3. มูลนิธิบ้านชีวิตใหม่ โทร.053-774-145-6 FAX 053-774-151 4. มูลนิธิบ้านแห่งความเมตตา โทร.043-334-262 5. มูลนิธิพระกิตติคุณสมบูรณ์สัมพันธ์ (บ้านอากาเป้)โทร/FAX 053-800-946 6. มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เมอร์ซี่) โทร.02-671-5313 FAX 02-672-4532 7. มูลนิธิสิทธิเด็ก - วัดพระบาทน้ำพุ (บ้านแกร์ด้า) โทร/FAX 036-426-535 8. กองทุนเพื่อรักษาช้างและสัตว์ป่า โรงพยาบาลสัตว์มก. กำแพงแสน* โทร.034-351-901 ต่อ 201-3 9. มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทยโทร.02-653-7431-2 FAX 02-653-7432 กด 0 10. มูลนิธิเพื่อนช้าง โทร.01-914-6113 *ใบเสร็จรับเงินใช้ลดหย่อนภาษีได้ แนวทางในการบริจาค โครงการจะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาให้มากที่สุด โดยผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคารดังต่อไปนี้ 1. บริจาคเป็นเงินสดหรือเช็คขีดคร่อม สั่งจ่ายโครงการ “ช่วยหนูและช้างด้วย” ได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ 2. เช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายโครงการ “ช่วยหนูและช้างด้วย” ส่งไปที่ตู้ปณ. 8 ปณจ.ราษฎร์บูรณะ กทม.10140 3. บริจาคผ่านเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยทุกเครื่องทั่วประเทศ ด้วยบัตรของธนาคารกสิกรไทย 4. บริจาคผ่านบริการธนาคารทางโทรศัพท์ KBANK e-Phone ได้ที่หมายเลข โทร.0 2888 8888 5. บริจาคผ่าน KBANK e-Internet Banking สำหรับสมาชิกที่ใช้บริการ 6. บริจาคผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย และบัตรเครดิตวีซ่า มาสเตอร์การ์ด ของทุกสถาบันทั่วโลก ด้วยการกรอกรายละเอียดในแผ่นพับ แล้วส่งไปที่ตู้ปณ. 8 ปณจ.ราษฎร์บูรณะ กทม.10140 7. บริจาคผ่าน e-Commerce ที่ www.KASIKORNBANK.com ด้วยบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย และบัตรเครดิตวีซ่า มาสเตอร์การ์ด ของทุกสถาบันทั่วโลก--จบ-- -รก-