ซีบี ริชาร์ด เผย แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2547

20 Jan 2004

กรุงเทพฯ--20 ม.ค.--ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย)

บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพมหานครในปี 2547 ว่า ภาวะตลาดจะยังคงดีอยู่แม้จะมีการคาดการณ์กันว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บางประเภทจะชะลอตัว

ความต้องการบ้านจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระดับกลางและระดับล่าง ความสำเร็จจากโครงการบ้านเอื้ออาทรของรัฐบาลสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยที่ผ่านมา ทำให้เป็นที่คาดว่าโครงการใหม่ ๆ ของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นคงจะได้รับความสำเร็จเช่นเดียวกัน

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังกล่าว เกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีรายได้และมีความมั่นคงด้านการงานเพิ่มขึ้น ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำซึ่งเป็นที่คาดว่าจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในปี 2547 นี้ และการมีย่านที่พักอาศัยใหม่เกิดขึ้น พร้อมทั้งระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะระบบรถไฟฟ้าได้ดินและถนนสายต่าง ๆ อาทิเช่น ถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ ซึ่งอยู่รอบนอกด้านทิศตะวันตก

แต่อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในด้านต่างๆได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านวัสดุก่อสร้างและที่ดิน รวมทั้งภาษีต่าง ๆ ที่กลับมาใช้ในระดับเดิม ซึ่งจะทำให้ราคาบ้านขยับสูงขึ้นตามไปด้วย ราคาที่เพิ่มสูงขึ้นนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการผ่อนชำระ ซึ่งอาจจะทำให้ความต้องการลดน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดระดับกลางและระดับล่าง ซึ่งราคาเป็นปัจจัยที่มีสำคัญอันดับต้น ๆ และเป็นตลาดของผู้ซื้อส่วนใหญ่

ส่วนความต้องการบ้านราคาระดับบนน่าจะเริ่มชะลอตัวลง เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีโครงการบ้านใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของการตลาดนี้ และเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าบ้านจะขายได้ดี แต่อาจจะต้องใช้เวลานานขึ้นในการปิดการขายในช่วงพรีเซลล์ (Pre-Sale)

โดยทั่วไปแล้ว ความต้องการของตลาดบ้านยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ช่วงที่ตลาดเติบโตถึงขีดสุดในปี 2537 นั้นพบว่า จำนวนบ้านเดี่ยวที่สร้างเสร็จมีมากถึง 49,000 หลังในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ในขณะที่ในปี 2546 จะพบว่ามีบ้านเดี่ยวเพียง 21,883 หลังที่สร้างเสร็จ

มิสเอมี่ โรดิล หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส เชื่อว่า ยังคงมีความต้องการอีกมากสำหรับตลาดบ้าน แต่ควรที่จะสร้างบ้านให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อทั้งในด้านทำเลที่ตั้ง ขนาดของบ้าน การออกแบบ และบริษัท ฯ เชื่อว่าราคาของบ้านคงจะไม่สูงเกินระดับที่ผู้ซื้อบ้านจะสามารถในการผ่อนชำระได้

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียม คาดว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมีโครงการใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในปีที่แล้ว มีคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองเกิดขึ้นมากกว่า 1,000 ห้อง สำหรับในปี 2547 นี้ คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 4,000 ห้อง และอีก 2,400 ห้องในปี 2548 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนโครงการที่จะเปิดตัวด้วย

ณ เดือนมกราคม 2547 มีโครงการคอนโดมิเนียมมากกว่า 50 โครงการที่ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองเปิดตัวและเริ่มดำเนินการก่อสร้าง จากจำนวนดังกล่าว มีถึง 25 โครงการที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ช่วงต้นของถนนสุขุมวิทจนถึงซอยเอกมัย คิดเป็นจำนวน 2,400 ห้อง ซึ่งได้แสดงให้เห็นว่า สุขุมวิทยังคงเป็นย่านที่พักอาศัยใจกลางเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ด้วยการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ซื้อควรที่จะศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบในเรื่องทำเลที่ตั้ง การออกแบบและผังห้อง รวมทั้งเรื่องคุณภาพของโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวก โครงการคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อได้อย่างแท้จริงจะสามารถทำยอดขายได้ดี ทว่า คาดการณ์ว่า จะสามารถทำยอดขายได้ช้าลง

สำหรับตลาดให้เช่าอพาร์ตเมนต์ซึ่งมุ่งไปที่ผู้เช่าชาวต่างชาตินั้นจะยังคงคงที่ เนื่องจากแม้ว่าจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มิได้เพิ่มขึ้นมากนัก โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ จำนวนชาวต่างชาติที่ทำงานในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นน้อยกว่าร้อยละ 5 ต่อปี ทั้งนี้ เมื่อความต้องการมิได้เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันในภาวะที่ตลาดมิได้ขยายตัว ดังนั้น อพาร์ตเมนต์ที่มิได้มีการปรับปรุงจะเกิดความเสียเปรียบ สำหรับความต้องการในการจัดการอาคารในระดับมืออาชีพนั้นจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเจ้าของโครงการพยายามที่จะขยายตลาดของตนเองด้วยการยกระดับการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น

โครงการอพาร์ตเมนต์ในย่านใจกลางเมืองจะต้องแข่งขันกับโครงการคอนโดมิเนียมที่เจ้าของห้องนำมาปล่อยเช่า แต่อย่างไรก็ตาม อพาร์ตเมนต์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เช่าชาวต่างชาติในเรื่องการตกแต่งภายในได้จะสามารถปล่อยเช่าและมีอัตราการเข้าพักในระดับที่สูง

สำหรับตลาดเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์นั้นจะยังคงมีการแข่งขันที่สูงอยู่ เนื่องด้วยจำนวนโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้นในปี 2547

เฉพาะในปีที่แล้ว มีจำนวนเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ในย่านใจกลางเมืองเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 ห้อง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ห้องภายในปีนี้ จากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นดังกล่าว ได้ทำให้เกิดการแข่งขันในเรื่องของราคา โดยเจ้าของโครงการบางแห่งได้เริ่มเสนอราคาห้องพักในอัตราพิเศษเพื่อดึงดูดความสนใจ

สำหรับธุรกิจโรงแรม คาดว่าจะเติบโตมากขึ้นในปี 2547 ทั้งนี้ ในปี 2545 มีผู้เดินทางมาเยือนประเทศไทยมากเกือบ 11 ล้านคน เมื่อเทียบกับสเปนซึ่งมีนักท่องเที่ยวไปเยือนถึง 52 ล้านคน หากประเทศไทยสามารถพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่พักตากอากาศในระดับภูมิภาคได้ เช่นเดียวกับประเทศสเปนซึ่งเป็นแหล่งที่พักตากอากาศที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภูมิภาคยุโรป ก็จะช่วยให้ธุรกิจโรงแรมสามารถขยายตลาดเพิ่มมากขึ้นได้อีกในอนาคต ทว่าทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย 2 แห่งด้วยกัน คือ ประเทศจีน และอินเดีย

บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส เชื่อว่า จะยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาโรงแรมแห่งใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือโรงแรมที่มีชื่อเสียง ซึ่งยังคงจำกัดอยู่เพียงตามสถานที่พักตากอากาศที่สำคัญต่าง ๆ อาทิเช่น ภูเก็ตและสมุย

สำหรับตลาดอาคารสำนักงาน ก็คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเช่นเดียวกัน มิสเตอร์ เจมส์ พิทชอน กรรมการบริหาร บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส เชื่อว่า ตลาดอาคารสำนักงานเป็นตลาดที่มีความสดใสมากที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นของไทย เนื่องด้วยความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นและพื้นที่อาคารสำนักที่มีอยู่อย่างจำกัด ค่าเช่าสำนักงานจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีสาเหตุมาจากอัตราพื้นที่ว่างที่ลดลงและการที่ผู้เช่ามีทางเลือกไม่มากนัก และการที่การก่อสร้างอาคารสำนักงานระดับเกรดเอบางแห่งจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งได้แก่ อาคารเซ็นทรัล เวิร์ล ทาวเวอร์ และอาคารพรพัฒน์ เซ็นเตอร์ จะทำให้อัตราการเติบโตของตลาดลดต่ำลงเล็กน้อย

นอกจากนี้ จะยังคงมีผู้สนใจซื้อห้องชุดสำนักงาน (ออฟฟิศดอนโด) อยู่ เนื่องจากบริษัทบางแห่งต้องการที่จะซื้อเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทเอง

สำหรับความเคลื่อนไหวในตลาดค้าปลีกนั้น จะยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง อันเนื่องมาจากโครงการสยาม พารากอนที่จะแล้วเสร็จ และการปรับโฉมใหม่ของห้างสรรพสินค้าหลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น เซ็นทรัล เวิร์ล พลาซ่า และเอราวัณ แบงคอก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งช้อปปิ้งในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งใกล้เคียงกับฮ่องกงและสิงคโปร์ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม นับได้ว่าการปรับตัวเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะทำให้ตลาดเกิดการแข่งขัน อย่างเช่น การลดภาษีสินค้านำเข้าที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาช้อปปิ้ง

ร้านค้าแบบซุปเปอร์ สโตร์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากการที่ซุปเปอร์ สโตร์ 11 แห่งกำลังจะเกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2547 แม้จะมีมาตรการใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้นในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในย่านชานเมืองก็ตาม ผู้ประกอบการก็ยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการแข่งขันในตลาดก็ยังคงมีสูง

นับได้ว่าปี 2546 เป็นปีที่ดีปีหนึ่งสำหรับนิคมอุตสาหกรรมและสวนอุตสาหกรรมชั้นดี ซึ่งคาดว่าจะยังคงดีอย่างต่อเนื่องในปี 2547 นี้ เพราะมีบริษัทหลายแห่ง โดยเฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ อิเล็คทรอนิคส์ วัสดุก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะแผ่ขยายไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจ ซึ่งรวมไปถึง ธุรกิจการเงินและการธนาคาร และธุรกิจวัสดุก่อสร้าง

บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส คาดว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2547 นี้จะยังคงมีความตื่นตัว แม้ว่าอาจจะมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเพื่อควบคุมมากขึ้นก็ตาม มาตรการด้านผังเมืองที่เข้มงวดมากขึ้นอาจจะมีการนำมาบังคับใช้ในปีนี้ และในปัจจุบัน รัฐบาลเองก็มีการเตรียมพร้อมมากขึ้นในการผลักดันมาตรการเพื่อยับยั้งมิให้เกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นอีกครั้งอย่างเช่นที่อดีตผ่านมา

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติ่ม:

มิสเตอร์ เจมส์ พิทชอนกรรมการบริหาร

02 654 1111 ต่อ 205

[email protected]

มิส เอมี่ โรดิล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา

02 654 1111 ต่อ 602 [email protected]

คุณ งามใจ เจียรจรัส ผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์

02 654 1111 ต่อ 223 [email protected]จบ--

-รก-