อย.เผยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่กลุ่มอาหารควบคุมน้ำหนักหวั่นผู้บริโภคตกเป็นเหยื่อโฆษณาหลอกขาย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--14 พ.ย.--อย. กระแสผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโฆษณาอวดอ้างลดอ้วนมาแรง อย.เผยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่อาหารควบคุมน้ำหนัก แถมการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างลดอ้วนบางครั้งพบสารต้องห้ามประเภทอีเฟดรีนและเฟนฟลูรามีน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ผู้บริโภคถึงตายได้ เตือนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้ศึกษาข้อมูลบนฉลากอย่างละเอียด อย่าหลงเชื่อผู้ขายอวดอ้างเกินจริง น.พ.สถาพร วงษ์เจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายรายที่โฆษณาเกินจริงว่าช่วยให้ผู้ใช้ลดน้ำหนักลงได้ ซึ่งมีผู้หลงเชื่อจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง และเนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักมีราคาแพง ผู้บริโภคจึงต้องเสียเงินจำนวนมากโดยไม่จำเป็นเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงขอแจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานนอกเหนือจากอาหารหลักตามปกติ มีจุดมุ่งหมายสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วย และยังไม่ใช่อาหารควบคุมน้ำหนักด้วย แต่ในปัจจุบันพบว่ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายรายกล่าวอ้างในทำนองลดหรือควบคุมน้ำหนัก เช่น ใยอาหาร สารสกัดจากผลส้มแขก สารสกัดจากเปลือกสัตว์ทะเล สารสกัดจากชาเขียว ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันดอกคำฝอย คอลลาเจน ไฮโดรไลเซด เป็นต้น โดยใช้ชื่ออาหารทางการค้าต่างๆ กัน จากการตรวจวิเคราะห์พบว่าบางครั้งมีการนำสารต้องห้ามผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น เพื่อให้เกิดผลในการลดน้ำหนักแต่ทำให้เกิดโทษต่อร่างกายมาก ดังตัวอย่างที่พบเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการตรวจพบสารอีเฟดรีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งสารอีเฟดรีนจัดเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท โดยจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการกลัว กระวนกระวายและหายใจเร็วขึ้น เกิดความดันเลือดสูง หัวใจเต้นเสียจังหวะ อาจทำให้หัวใจวาย และอาจถึงแก่ชีวิตในรายที่มีร่ายกายไม่แข็งแรง จากรายงานทางวิชาการของสำนักงานอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (USFDA) ที่ได้เฝ้าระวังผลข้างเคียงจากการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารอีฟีดราเป็นส่วนผสม โดยได้ติดตามวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใช้อาหารนี้กว่า 1.6 หมื่นคน พบกรณีน่าสงสัยว่าจะเป็นสาเหตุของการทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค โดยพบการเสียชีวิต 2 ราย หัวใจวาย 4 ราย เส้นโลหิตในสมองแตก 9 ราย มีอาการชัก 1 ราย และมีอาการทางโรคประสาท 5 ราย รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมีกรณีการพบส่วนผสมของสารเฟนฟลูรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างลดความอ้วน ซึ่งสารนี้เป้นสารที่ อย. เพิกถอนทะเบียนตำรับยาไปแล้ว เนื่องจากพบว่ามีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดภาวะความผิดปกติของลิ้นหัวใจ กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เบื่ออาหารและยังทำให้เกิดอาการข้างเคียง ใจสั่น นอนไม่หลับอีกด้วย รวมทั้งยังมีกรณีของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาว่ามีส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือผสมสมุนไพรจากต่างประเทศ ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่มักคิดว่าสารหรือสมุนไพรจากธรรมชาติเป็นสิ่งดี ปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่โดยความจริงแล้วยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือที่สามารถยืนยันถึงประสิทธิผลได้อย่างแน่ชัด และยังไม่อาจทราบถึงปริมาณการใช้ที่แน่นอน จึงอาจเกิดโทษกับร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้น อย.จึงขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย่าหลงเชื่อเพียงคำโฆษณาอวดอ้างเกินจริงของผู้ขาย แต่ควรอ่านข้อมูลที่ปรากฏบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้วซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช้กลุ่มอาหารลดหรือควบคุมน้ำหนัก จึงไม่อาจหวังผลในการลดความอ้วนได้ สำหรับอาหารควบคุมน้ำหนัก เป้นอาหารอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องมาขอขึ้นทะเบียนกับ อย. โดยขณะนี้มีการขึ้นทะเบียนแล้วรวม 23 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้บริโภคจะสังเกตได้ว่าเป็นอาหารควบคุมน้ำหนักโดยการดูรายละเอียดบนฉลาก จะมีข้อความ "อาหารควบคุมหรือลดน้ำหนัก" ปรากฎอยู่ รวมทั้งมีข้อมูลสำคัญอื่นๆ เช่น เลขสารบบอาหาร ที่แสดงว่าผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้ว ชื่อ/ที่ตั้งของผู้ผลิต กรณีนำเข้าต้องมี ชื่อ/ที่ตั้งของผู้นำเข้าด้วย วันเดือนปีที่ผลิต หรือหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อนเป็นต้น อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และอย่าหลงเชื่อผู้ขายที่โฆษณาแอบอ้างว่าสามารถช่วยรักษาหรือป้องกันโรคได้ รองเลขาธิการฯ น.พ.สถาพร วงษ์เจริญ กล่าวย้ำกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักในตอนท้ายว่า วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการลดน้ำหนัก คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่ควรหวังพึ่งยาหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ เพราะอาจได้ผลในระยะเวลาหนึ่ง เมื่อเลิกกินก็กลับมาอ้วนใหม่ และอาจอ้วนมากกว่าเดิมด้วย ที่ร้ายที่สุด คือ การไปรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตราย อาจทำให้ได้โรคเพิ่มหรือถึงแก่ชีวิตได้--จบ-- -วอ/นห-

ข่าวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร+สถาพร วงษ์เจริญวันนี้

เทพประทานโอสถ ประกาศจุดยืนสนับสนุนแบรนด์ไทย หนุนตลาดอาหารเสริมไทยแตะ 150,000 ล้านบาท พร้อมผลักดันแบรนด์ไทยสู่ความยั่งยืน

ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย โดยจากงานวิจัยจุฬาปี 2567 พบว่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในไทยปี 2567 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 83,330 87,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน จากวิจัย grandviewresearch เนื่องจากอัตราตลาดอาหารเสริมเติบโตขึ้นมากกว่า 10.7% ทุกปี ดร.ปรียนันท์ มงคลสุริยะเดช (หมอจอย) จึงมั่นใจว่า ภายใน 3 ปี ตลาดอาหารเสริมไทยจะทะลุ 150,000 ล้านบาท สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน

วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านค้าปลีกสุขภาพแล... วัตสัน ส่ง 'Beauty Madness' ลดเกินครึ่ง 51.234% เจาะความคุ้มระดับจุดทศนิยม ชูอินไซต์จริงมัดใจนักชอป — วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านค้าปลีกสุขภาพและความงามอัน...

แพทยศาสตร์ จุฬา วิจัยค้นพบโพรไบโอติกแลคโต... "แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34" โพรไบโอติกประจำถิ่น ลดการอักเสบในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง — แพทยศาสตร์ จุฬา วิจัยค้นพบโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ซึ่ง...

ดันผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงในไทยโตแรงถึง 126% ใ... ตลาดอาหารสุขภาพเปลี่ยนเกมด้วยเทรนด์อาหารจากธรรมชาติและแรงกระตุ้นจากผู้บริโภค — ดันผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงในไทยโตแรงถึง 126% ในสองปี ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Fo...