บลจ.กสิกรไทย คาดเศรษฐกิจไทยปี 47 โต 6.7%

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--29 ต.ค.--นิโอ ทาร์เก็ต บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด จัดงานสัมมนาเรื่องมองทิศทางเศรษฐกิจไทยและการลงทุนในปี 2547 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชนจากหลายอุตสาหกรรม อาทิ โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค การลงทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ เข้าร่วมเป็นวิทยากร ในวันที่ 29 ต.ค.46 ณ โรงแรมเมอร์ชั่น คอร์ท ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2547 คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวถึงร้อยละ 6.7 ซึ่งเป็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปี 2546 ที่บลจ.กสิกรไทย มองว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 6 โดยการขยายตัวที่เกิดขึ้นมาจากการส่งออก และการบริโภคของภาคเอกชนที่มีการขยายตัวเพิ่มจากการที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ภาวะการแข่งขันของภาคธุรกิจที่มีการส่งเสริมการขาย รวมทั้งนโยบายของภาครัฐเช่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์และเอสเอ็มอี และการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินที่ผ่อนปรนมากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการในธุรกิจและอุตสาหกรรมหลายสาขาในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน "ธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยหลายประเภทมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งในรูปของการปรับปรุงโรงงานเดิมและการลงทุนใหม่ในเครื่องจักร อุปกรณ์และโรงงานที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน วัสดุก่อสร้าง ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ อุตสาหกรรมกระดาษ ปิโตรเคมี ธุรกิจน้ำมัน อุตสาหกรรมเซรามิค อุตสาหกรรมเหล็ก และการผลิตไฟฟ้า ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมและธุรกิจไทยอยู่ในฐานะที่แข็งแกร่งมากที่จะแข่งขันในตลาดโลกในระยะต่อไป นอกจากนั้น การขยายการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนจะเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพราะกำลังการผลิตส่วนเกินของอุตสาหกรรมหลายประเภทลดลงมากและบริการด้านโครงสร้างพื้นฐานหลายชนิดจะเริ่มขาดแคลน โดยเฉพาะถนน ระบบขนส่งมวลชน และพลังงาน" ดร.ปิยสวัสดิ์ กล่าว ประธานกรรมการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ปี 47 เชื่อว่ายังมีความสดใสอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะพิจารณาจากกระแสเงินหรือปัจจัยพื้นฐาน เช่นคาดว่ากำไรสุทธิของธุรกิจจะขยายตัวอีก 20% สำหรับค่า P/E ของตลาดเพื่อนบ้านส่วนใหญ่จะสูงกว่าตลาดไทย โดยอยู่ในช่วง 10.6-17.5 เท่า ขณะที่ตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 9 ถึง 10 เท่า นอกจากนี้นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2546 เป็นต้นไป คาดว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและการเข้าจดทะเบียนของบริษัทเอกชนจะทยอยออกมาให้พิจารณาเลือกลงทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสำคัญของขนาดตลาดและส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีความน่าสนใจลงทุนมากขึ้น จึงประเมินว่าดัชนีสิ้นปีหน้าจะอยู่ที่ระดับ 770 จุด ขณะที่สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 640 จุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด (ที่ปรึกษาทางด้านประชาสัมพันธ์) วรรณี ลีลาเวชบุตร, สุจิรา วิโรจนะ โทร. 0-2861-0881 ต่อ 17-20 โทรสาร. 0-2438-4426-7--จบ-- -พห-

ข่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน+หลักทรัพย์จัดการกองทุนวันนี้

บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก

ผ่าน 4 กองทุน ES-GCORE, ES- ES-JPNAE , ES-USBLUECHIP และES-GAINCOME บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง จัดสัมมนา 2026 Mid-Year Outlook : Turning Global Challenges into Strategic Opportunities เพื่อถ่ายทอดมุมมองการลงทุนครึ่งปีหลัง พร้อมแนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน และความผันผวนของตลาดทุน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก Eastspring Investments

ตอกย้ำความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลย... 'กลุ่มเอสซีบีเอกซ์' คว้า 3 รางวัลเกียรติยศ จากเวที Money & Banking Awards 2026 — ตอกย้ำความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศ ก...

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด... บลจ.ทิสโก้คว้ารางวัลกองทุนรวมยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ปลื้มกองทุน TNEXTGEN-A เข้าตาคณะกรรมการ — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ได้รับรางวัล กองทุนย...