สถานการณ์แร่ในปีงบประมาณ 2546

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--9 ธ.ค.--กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานฯ นายอนุสรณ์ เนื่องผลมาก อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรมแถลงว่า ในปีงบประมาณ 2546 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่สามารถดำเนินการบริหารและจัดการด้านทรัพยากรแร่ โดยจัดเก็บค่าภาคหลวงแร่เป็นรายได้แผ่นดินรวมเป็นเงิน 1,146.0 ล้านบาท จากแร่ 39 ชนิด สูงกว่าปี 2545 (1,096.2 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 4.5 โดยรายได้ค่าภาคหลวงแร่ที่เก็บได้มากสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ลิกไนต์ เป็นเงิน 380.1 ล้านบาท หินปูนเป็นเงิน 358.4 ล้านบาท ยิปซัม เป็นเงิน 131.5 ล้านบาท โลหะสังกะสี เป็นเงิน 34.5 ล้านบาท และเฟลด์สปาร์ เป็นเงิน 20.3 ล้านบาท มูลค่าแร่ที่ผลิตได้ 39 ชนิดในปีงบประมาณ 2546 คิดเป็นมูลค่า 29,290 ล้านบาท แร่ที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอุตสาหกรรมภายในประเทศ มูลค่าแร่ที่ผลิตได้ในปี 2546 สูงกว่าปี 2545 คิดเป็นร้อยละ 2.2 แร่ที่มีมูลค่าการผลิตสูง 5 อันดับแรก ได้แก่ ลิกไนต์ มีมูลค่า 9,660.2 ล้านบาท หินปูน มีมูลค่า 8,518.1 ล้านบาท ยิปซัม มีมูลค่า 3,260.6 ล้านบาท ทองคำ มีมูลค่า 2,102.0 ล้านบาท และสังกะสี มีมูลค่า 986.2 ล้านบาท มูลค่าแร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมภายในประเทศปีงบประมาณ 2546 คิดเป็นมูลค่า 26,904 ล้านบาท สูงกว่าปี 2545 คิดเป็นร้อยละ 1.0 แร่ที่มีมูลค่าการใช้สูงสุดในประเทศ 5 อันดับแรก ได้แก่ ลิกไนต์ มีมูลค่า 9,244.6 ล้านบาท หินปูน มีมูลค่า 8,427.0 ล้านบาท โลหะสังกะสี มีมูลค่า 2,372.4 ล้านบาท โลหะผสมสังกะสี มีมูลค่า 1,334.7 ล้านบาท ยิปซัม มีมูลค่า 958.6 ล้านบาท สำหรับการส่งออกแร่ในปีงบประมาณ 2546 มีการส่งออกแร่ไปจำหน่ายต่างประเทศ จำนวน 30 ชนิด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10,478 ล้านบาท มูลค่าแร่และโลหะที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศปี 2546 ลดลงจากปี 2545 คิดเป็นร้อยละ 22.4 แร่ที่มีการส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยิปซัม มีมูลค่า 2,254.3 ล้านบาท ทองคำ มีมูลค่า 2,099.5 ล้านบาท โลหะดีบุก มีมูลค่า 1,863.9 ล้านบาท โลหะแทนทาลัมผง มีมูลค่า 1,369.5 ล้านบาท โลหะผสมสังกะสี มีมูลค่า 485.2 ล้านบาท สำหรับโลหะดีบุกที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศเป็นผลผลิตจากการถลุงแร่ที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย และอังกฤษ และประเทศที่ซื้อโลหะดีบุกจากประเทศไทย คือ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ นอกจากนี้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ให้สิทธิสำรวจและทำเหมืองแร่ จำนวน 82 แปลง โดยแยกเป็นการอนุญาตอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ดีบุก ถ่านหิน เฟลด์สปาร์ เหล็ก รัตนชาติ ดินขาว และบอลเคลย์ จำนวน 20 แปลง และการอนุญาตประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ หินอุตสาหกรรมก่อสร้างยิปซัม เฟลด์สปาร์ แคลไซด์ โดโลไมต์ เหล็ก ดินขาว และทรายแก้ว จำนวน 62 แปลง เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการเหมืองแร่ได้ดำเนินการทำเหมืองต่อไป--จบ-- -วอ/รก-

ข่าวกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่+กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานวันนี้

กพร. ผนึกกำลัง สวทช. เปิดตัวครั้งแรก "Mining 4.0 Index" ดัชนีชี้วัดเหมืองแร่อัจฉริยะของไทย ชู 6 บริษัทต้นแบบขับเคลื่อนเศรษฐกิจนำร่องสู่เหมืองแร่ยุคดิจิทัล

กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานสัมมนาใหญ่ภายใต้แนวคิด "Transform mining, Define the future: เหมืองยุคใหม่ด้วย Mining 4.0 Index" ภายในงานมีการเปิดตัวเครื่องมือประเมินระดับความพร้อมดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่เป็นครั้งแรกของประเทศ พร้อมเผยโฉม 6 บริษัทต้นแบบที่พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานสากล นายอานันท์ ฟักสังข์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้... สภาการเหมืองแร่ — นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นประธานเปิดงาน "การประชุมสามัญประจำปี 2567" พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ ...

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งช... สวทช. ผนึกกำลัง กพร. ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 — สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกรมอุตสาหกรรมพื...

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งช... สวทช. ผนึกกำลัง กพร. ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 — สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกรมอุตสาหกรรมพื...

คุณศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน... TPBI ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานการรับรองแห่งชาติ (มตช.9-2565) — คุณศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) เป็นตัว...