กสิกรไทยเปิดตัวบริการใหม่เคแบงก์ อี-คัสโตเดียน - newswit

กรุงเทพฯ--1 ธ.ค.--ธนาคารกสิกรไทย กสิกรไทยบุกตลาดรับฝากทรัพย์สิน (Custodian Service) ออกเคแบงก์ อี-คัสโตเดียนให้ลูกค้าติดตามข้อมูลทรัพย์สินผ่านเวบไซต์ตลอด 24 ชม.เป็นธนาคารแรก ตั้งเป้าเจาะกลุ่มประกัน นักลงทุนตปท.หวังเพิ่มทรัพย์สินในการดูแลเป็น 2.6 แสนล้าน ก้าวเป็นผู้นำตลาดในปี 48 นายบุญทักษ์ หวังเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารมีเป้าหมายที่จะรุกตลาดบริการรับฝากทรัพย์สิน (Custodian Service) ซึ่งเป็นบริการรับฝากทรัพย์สินทั้งจากบริษัทจัดการที่ทำหน้าที่บริหารทรัพย์สินและเจ้าของทรัพย์สินที่เป็นกองทุนส่วนบุคคล คณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและนักลงทุนทั้งสถาบันและบุคคลธรรมดาทั้งในและต่างประเทศ ให้มากขึ้นในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ โดยธนาคารได้ออกบริการ เคแบงก์ อี-คัสโตเดียน (KBANK E-Custodian) ซึ่งธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารแห่งแรกของไทยที่ได้พัฒนาการให้บริการรับฝากทรัพย์สินแก่ลูกค้าให้สามารถดูรายงานข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและข่าวสารสิทธิประโยชน์ของหลักทรัพย์ที่สมบูรณ์ที่สุดผ่านเวปไซต์ของธนาคารตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารคาดว่า การออกบริการเคแบงก์ อี-คัสโตเดียน จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจบริการรับฝากทรัพย์สินและบริการผู้ดูแลผลประโยชน์กองทุนรวมของธนาคาร ซึ่งธนาคารมีเป้าหมายจะเป็นผู้นำทางการตลาดของบริการรับฝากทรัพย์สิน โดยเพิ่มทรัพย์สินภายใต้การดูแลให้ได้อีก 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2548 จากปัจจุบันธนาคารรับฝากทรัพย์สินของลูกค้ามูลค่า 162,649 ล้านบาท นางปรานี บูรณวัฒนาโชค ผู้อำนวยการฝ่ายบริการธุรกิจหลักทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เคแบงก์ อี-คัสโตเดียน จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า 4 ปัจจัย คือ สะดวก รวดเร็ว ถูกต้องและปลอดภัย โดยการให้บริการข้อมูลผ่านเวบไซต์จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งลูกค้าที่เป็นบริษัทจัดการและเจ้าของทรัพย์สินสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังมั่นใจได้ในความถูกต้องของข้อมูล และระบบการรักษาความลับของลูกค้าด้วยรหัสผ่านเฉพาะสำหรับผู้ใช้งาน และมีระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล 128 Bits ธนาคารมั่นใจว่า การออกบริการเคแบงค์ อี-คัสโตเดียน จะกระตุ้นให้นักลงทุนและสถาบันต่าง ๆ เพิ่มการลงทุนและหันมาใช้บริการรับฝากทรัพย์สินมากขึ้นและเป็นการตอบรับเศรษฐกิจขาขึ้น จากตัวเลขการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจจีดีพีจะเติบโตขึ้น 8% และ 10% ในปี 2547 และปี 2548 ตามลำดับและดัชนีตลาดหลักทรัพย์ยังมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมมีอัตราการเติบโตสูงตามไปด้วย ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ธนาคารจะรุกเข้าไปให้บริการมากขึ้นคือ กลุ่มธุรกิจประกันที่มีหลักทรัพย์ลงทุนมากกว่า 300,000 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มที่จะหันมาใช้บริการรับฝากทรัพย์สินจากผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านและมีต้นทุนถูกกว่ามากขึ้น นอกจากนั้นธนาคารยังตั้งเป้ารุกกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยให้หันมาใช้บริการรับฝากทรัพย์สินจากธนาคารกสิกรไทยเพิ่มขึ้น นางปรานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารกสิกรไทยมีนโยบายอย่างเด่นชัดในการรักษาความเป็นผู้นำในการคิดค้นบริการรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยธนาคารตั้งเป้าว่าจะช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดบริการรับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลให้ได้ 50% และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 40% ภายในปี 2548 จากเดิมที่ธนาคารมีอยู่ 28% และ 22% ตามลำดับ รังษี บูรณประภาพงศ์ ฝ่ายสื่อสารองค์การ ธนาคารกสิกรไทย โทรศัพท์ 0 2470 2655 โทรสาร 0 2470 2746 e-mail: [email protected] www.KASIKORNBANK.com--จบ-- -รก-

ข่าว บุญทักษ์ หวังเจริญ ล่าสุด