ประชาชน 3 แสนคนแห่ชมงาน SET in the City 2003 - newswit

กรุงเทพฯ--24 พ.ย.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET in the City 2003 ประสบความสำเร็จตามคาด เผยคนแห่ชมงานตลอด 4 วันประมาณ 3 แสนคน เข้าคิวเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกับโบรกเกอร์ และซื้อหน่วยลงทุนกับบลจ.ที่เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงงานมหกรรมการลงทุนครบวงจร ครั้งที่ 2 หรือ SET in the City 2003 : สถานีลงทุน...ตลาดหุ้นใกล้ตัว ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2546 ที่ผ่านมาว่า การจัดงานครั้งนี้ได้รับความสำเร็จอย่างสูง โดยมีประชาชนและนักลงทุนให้ความสนใจเข้าชมงานตลอดทั้ง 4 วันประมาณ 3 แสนคน "จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าชมงาน ปรากฎว่า ส่วนของการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการของสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับความสนใจเป็นอันดับหนึ่ง โดยทางด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) มีผู้เข้าชมงานสมัครเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์เป็นจำนวนมากถึง 6,819 บัญชี ขณะที่ผู้ซื้อหน่วยลงทุนจากบลจ. มีจำนวน 328 บัญชี รวมมูลค่าหน่วยลงทุนที่ขายได้ทั้งสิ้นสูงถึง 27.47 ล้านบาท" นายกิตติรัตน์กล่าว สำหรับกิจกรรมที่ได้รับความสนใจรองลงมาคือ ส่วนกิจกรรมที่ให้ความรู้เรื่องการเงินและการลงทุน ซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนผู้เข้าฟังสัมมนาที่เต็มทุกรอบรวมแล้วประมาณ 50,000 คน ส่วนการแข่งขันตลาดหุ้นจำลอง หรือ Investment Simulation ถือว่าเป็นบูธที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันรวม 5,800 คน ในบรรดาบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนที่มาออกบูธ ปรากฏว่าบูธของ บล. กิมเอ็ง ได้รับความสนใจสูงสุด รองลงมาคือ บูธของบริษัทในกลุ่มธนชาติ ตามด้วยบูธของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์ฯ และบูธของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. นายกิตติรัตน์กล่าวว่า "กิจกรรมที่น่าสนใจอีกกิจกรรมหนึ่งในงาน คือการเชิญชวนผู้ชมงาน บริจาคเงิน 20 บาท เพื่อเลือกรับหนังสือ "กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ" หรือ "ออมก่อนรวยกว่า" ซึ่งปกติจำหน่ายในราคา 120 บาท พบว่าได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานบริจาคเงินสูงถึงประมาณ 800,000 บาท ต้องขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านเป็นอย่างสูง โดยเงินที่ได้รับบริจาคในครั้งนี้ จะนำไปมอบให้กับมูลนิธิดวงประทีป โสสะมูลนิธิแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิครูสร้างสรรค์ และสถานเลี้ยงเด็กครูน้อย ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้" นอกจากนี้ ในส่วนของ e-Investment ที่มานำเสนอบริการการซื้อขายหุ้นผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Mobile Trading มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 30,000 คน ในขณะที่คลีนิคกองทุนรวม ที่มีผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทจัดการกองทุนต่าง ๆ มาให้คำปรึกษาและตอบข้อซักถามไขข้อข้องใจเรื่องกองทุนรวมแบบตัวต่อตัว และกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน หรือ Opportunity Day ที่มีผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนมานำเสนอผลการดำเนินงาน และแนวทางการบริหารงานในปี 2547 ก็มีผู้เข้าชมงานให้ความสนใจเข้าเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน สำหรับสถิติผู้เข้าชมงาน พบว่า ร้อยละ 39.2 เป็นพนักงานบริษัทเอกชน และร้อยละ 27.8ประกอบธุรกิจส่วนตัว, ผู้เข้าชมงานเกินครึ่งหรือร้อยละ 56.6 มีอายุระหว่าง 21-35 ปี และร้อยละ 30.5 มีอายุระหว่าง 36-50 ปี โดยในจำนวนนี้มีถึงร้อยละ 62.2 ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 23.9 จบการศึกษาระดับปริญญาโท หรือสูงกว่า ทั้งนี้ผู้เข้าชมงานประมาณร้อยละ 30 มีรายได้เกินกว่า 15,000 บาทขึ้นไป และร้อยละ 35 มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไปถึงเกินกว่า 100,000 บาท "งานนี้ทั้งประชาชนนักลงทุนที่เข้าชมงานต่างก็ได้รับความรู้และบริการด้านการลงทุนอย่างครบถ้วน ส่วนของบริษัทโบรกเกอร์และบลจ. ที่มาร่วมงานก็ได้ยอดลูกค้าเป็นจำนวนมาก ทางด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการเป็นจุดศูนย์กลางของการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งประชาชนสามารถเข้ามาเรียนรู้และสัมผัสได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและก้าวเข้ามาเป็นผู้ลงทุนในอนาคต โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะยังคงมุ่งจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนในรูปแบบที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องต่อไป" นายกิตติรัตน์กล่าวสรุป--จบ-- -รก-

ข่าว มูลนิธิครูสร้างสรรค์ ล่าสุด