นายกฯ ทักษิณเน้นจุดแข็งเศรษฐกิจไทยในงาน “ไทยแลนด์ โฟกัส 2004”

ข่าวประชาสัมพันธ์ »
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ตอกย้ำถึงความสำเร็จในการบริหารประเทศตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและผู้บริหารกองทุนจากต่างประเทศในความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ สังคม และประกาศว่าจะเป็นรัฐบาลชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งจะอยู่ครบวาระ 4 ปี ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่องาน “ไทยแลนด์ โฟกัส 2004” ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เครดิตสวิส เฟริ์ส บอสตัน และเอบีเอ็น แอมโร ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ในวันนี้ (20 กันยายน 2547) นายกฯ ทักษิณได้เน้นผลงานและจุดแข็งในการบริหารโดยเฉพาะการฟื้นตัวของตลาดหลักทรัพย์กำไรของบริษัทจดทะเบียนรวมมากกว่า 4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ความแข็งแกร่งในพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยโดยรวม ซึ่งพร้อมจะรับกับความผันผวนในสถานการณ์โลก เช่นปัญหาราคาน้ำมันแพง การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการก่อการร้าย แม้ปัญหาต่างๆ นี้จะเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยง เพราะหลายๆ ประเทศก็ต้องเผชิญด้วยเช่นกัน แต่นายกฯ ทักษิณก็ย้ำให้นักลงทุนมั่นใจว่ารัฐบาลมีขีดความสามารถด้านการวางแผน กำหนดนโยบาย การบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน และรักษาอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในปีนี้จะยังคงสูงกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ “ไทยแลนด์ โฟกัส 2004” ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน ผู้จัดการกองทุน และนักธุรกิจการเงิน การธนาคาร ทั้งในและนอกประเทศกว่า 200 คน และรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยเหมาะสำหรับเป็นแหล่งลงทุน เนื่องจากมีความพร้อมทุกด้าน นายกฯ ทักษิณได้ชี้ให้เห็นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2546 ซึ่งคึกคักอย่างมากเพราะดัชนีของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 117 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 148 เปอร์เซ็นต์ และเป็นการเพิ่มที่สูงที่สุดในโลกทั้ง 2 ด้าน นายกฯ ทักษิณเน้นถึงความสำคัญของตลาดทุนและศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาตราสารการเงิน และไทยพร้อมจะเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมทั้งภาคพื้นดิน การขนส่งสินค้าทางเรือ และธุรกิจการบิน ในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการปี 2548 “ช่วงที่รัฐบาลเริ่มทำงานและแนะนำนโยบายใหม่ๆ หลายอย่าง ก็มีคำตัดสินล่วงหน้าว่าจะล้มเหลว แต่ใน ที่สุดรัฐบาลก็สามารถบริหารจัดการได้สำเร็จแม้จะต้องเผชิญปัญหาหนักๆ หลายอย่างเช่น โรคซาร์ส ไข้หวัดนก สงครามในอิรัก และที่สำคัญคือปัญหาการก่อการร้าย ซึ่งเป็นเครื่องวัดความสามารถของรัฐบาล” นายกฯ ทักษิณกล่าว นายกฯ ทักษิณชี้ให้เห็นความสำเร็จด้านการมุ่งส่งสินค้าออก และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดก็คือ ประเทศไทยไม่ได้เน้นเฉพาะด้านค่าแรงถูก หรือสินค้าราคาต่ำอีกต่อไป แต่แสดงให้เห็นการปรับปรุง คุณภาพการออกแบบของสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก นอกจากนั้น นายกฯ ทักษิณยังกล่าวอีกว่าปัญหาด้านหนี้ต่างประเทศและภายในประเทศก็ยังคงอยู่ในระดับไม่น่าเป็นห่วง และกล่าวอีกว่าผู้ที่มักวิพากษ์ วิจารณ์รัฐบาลด้านเศรษฐกิจน่าจะไปหางานอื่นทำจะดีกว่า “หนี้ซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศได้ลดจาก 80 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อ 3 ปีก่อน จนเหลือน้อยกว่า 50 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้จะจ่ายหนี้คืนต่างประเทศ รวมทั้งไอเอ็มเอฟ ประเทศไทยก็ยังมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 43 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่ากับมูลค่าสินค้านำเข้าในระยะเวลา 5 เดือน” นายกฯ ทักษิณกล่าว สิ่งที่นายกฯ ทักษิณตอกย้ำให้นักลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารการเงินก็คือ เอสแอนด์พี ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ปรับระดับสำหรับประเทศไทยจาก BBB เป็น BBB บวก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศเป็นอย่างมาก “รัฐบาลสามารถใช้จ่ายเงินงบประมาณจนถึงระดับ 89.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีการใช้เงินงบประมาณแบบขาดดุลในปีที่ผ่านมา” นายกฯ ทักษิณกล่าว ในประเด็นอื่นๆ ที่สำคัญ นายกฯ ทักษิณยังชี้ให้เห็นถึงการจัดเก็บภาษีจากภาคชนบทซึ่งมีอัตราเพิ่ม 18 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับภาคในตัวเมืองซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการยืนยันว่า การใช้นโยบายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศมิได้ล้มเหลว นอกจากนั้นก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ และการขยายตัวของเศรษฐกิจแบบมีความมั่นคง และรัฐบาลได้เตรียมการลงทุนอีกมากมายในด้านการพัฒนาสาธารณูปโภค มาตรการเพิ่มผลผลิต การเพิ่มขีดความสามารถในภาคอุตสาหกรรม เครือข่ายการคมนาคม และการขนส่งมวลชน รวมทั้งการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน นายกฯ ทักษิณยังชี้ว่ารัฐบาลคาดว่าจะชนะสงครามกับความยากจนในปี 2552 หลังจากได้ดำเนินการขั้นต้น เช่นการลงทะเบียนคนจน และนโยบายให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประเด็นอื่นๆ ซึ่งนายกฯ ทักษิณบอกกล่าวผู้เข้าร่วมงานก็คือ บรรยากาศเหมาะสมสำหรับการลงทุน ความสามารถในการจัดการ นโยบายที่แน่นอน และการบริหารโดยยึดหลักธรรมาภิบาล การมีวินัยด้านการเงิน การคลัง การควบคุมกำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ ด้านตลาดเงินและตลาดทุน นับว่าจะเป็นจุดแข็งของประเทศไทยในการดึงดูดนักลงทุน ติดต่อส่วนสื่อมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร. 0-2229 – 2036 / กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร. 0-2229 – 2037/ ณัฐพร บุญประภา โทร. 0-2229 – 2049--จบ-- --อินโฟเควสท์ (นท)--

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้กองทุนรวม Thai ESG ลงทุนหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนน ขึ้นไปได้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป เพื่อสนับสนุนให้ บจ. ยกระดับด้านธรรมาภิบาล ควบคู่กับการดำเนินงานตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัทที่มีคุณภาพ และรายงานความคืบหน้าให้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง

บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวปรากฏชื่อบริษัทเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา

กลุ่มบริษัท ALT ("บริษัทฯ") มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจให้บริการด้านโทรคมนาคม ได้แก่ ให้เช่าโครงข่าย โทรคมนาคม และเคเบิลใยแก้วนำแสง (ไฟ...

นายสุชาติ ก่อคุณากร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าท... DEMCO นำเสนอแผน Jump+ ปักหมุดรายได้-กำไร 3 ปี เติบโตเฉลี่ย 10% — นายสุชาติ ก่อคุณากร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานปฏิบัติการ และนายโชคชวาล ยังถาวรตระกูล...

บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ธุ... "ธนพิริยะ" หรือ TNP ค้าปลีกภาคเหนือเข้าพบพาณิชย์จังหวัดพะเยา ตอกย้ำความร่วมมือภาครัฐ — บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นที่เติบ...

ก.ล.ต. สั่ง STELLA เปิดเผยข้อมูลการเข้าทำธุรกรรมรับความช่วยเหลือทางการเงินจากบริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) (STELLA) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการ...

ก.ล.ต. ขยายระยะเวลานำส่งผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้ MVP เป็นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขยายระยะเวลานำส่งรายงานผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) (MVP) ซึ่งครบกำหนดส่งวันที่ 23...

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (... บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย "ES-EQDIV" 0.94 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บ...

ก.ล.ต. สั่งการให้ TL ชี้แจงข้อมูลในการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) (TL) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าลงทุนในบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด (Nestifly) ต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 20 มกราคม 2569 พร้อมให้...