ตลาดหลักทรัพย์เพิกถอน ROYNET จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน mai

ข่าวประชาสัมพันธ์ »
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพิกถอนบริษัทรอยเนท จำกัด (มหาชน) (ROYNET) จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai) ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2548 เป็นต้นไป โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 (4) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เนื่องจากบริษัทฝ่าฝืนไม่นำส่งงบการเงินภายในกำหนดเวลา ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืน ละเลย ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์อย่างร้ายแรง โดยจะอนุญาตให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 4 มีนาคม 2548 ก่อนสิ้นสภาพจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2546 ตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศให้ ROYNET เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนอันเนื่องมาจากบริษัทไม่นำส่งงบการเงินประจำปี 2545 ซึ่งล่าช้าเกินกว่า 180 วัน อีกทั้งยังไม่นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 และ 2 ปี 2546 โดยกำหนดให้บริษัทนำส่งงบการเงินที่ล่าช้าทั้งหมดภายในวันที่ 1 มีนาคม 2547 มิฉะนั้นตลาดหลักทรัพย์อาจพิจารณาเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท แต่บริษัทไม่สามารถนำส่งงบการเงินดังกล่าวได้ คณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์จึงได้ผ่อนผันระยะเวลาให้ 2 ครั้ง คือให้นำส่งภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2547 และครั้งสุดท้ายผ่อนผันให้นำส่งงบการเงินประจำปี 2545 งบการเงินรายไตรมาสและประจำปี 2546 รวมทั้งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2547 ภายในวันที่ 15 กันยายน 2547 ตามที่บริษัทร้องขอ ทั้งนี้ งบการเงินที่บริษัทนำส่งต้องไม่ปรากฏว่ารายงานของผู้สอบบัญชีเข้าลักษณะประเภทใดประเภทหนึ่งดังต่อไปนี้ 1. ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไขเกี่ยวกับข้อบกพร่องในระบบควบคุมภายในหรือระบบบัญชีไม่สมบูรณ์ หรือบริษัทไม่ปฏิบัติตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป หรือ 2. ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน หรือ 3. ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง ต่อมาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2547 บริษัทได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2545 และ 2546 ฉบับที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว โดยรายงานความเห็นของผู้สอบบัญชี เป็นแบบไม่มีเงื่อนไขแต่มีข้อสังเกตที่อาจมีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญอย่างมากต่องบการเงิน แต่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไม่รับงบการเงินดังกล่าว และแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ได้สั่งการให้บริษัทแก้ไขงบการเงินดังกล่าว เนื่องจากงบการเงินของบริษัทไม่เป็นไปตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และสำนักงานได้ขอให้ผู้สอบบัญชีของบริษัทชี้แจงเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งแจ้งให้บริษัทแก้ไขงบการเงินดังกล่าวให้ถูกต้อง นอกจากนี้บริษัทยังมิได้นำส่งงบรายไตรมาส 1 และ 2 ปี 46 ซึ่งล่าช้ากว่า 360 วัน คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จึงสั่งเพิกถอน ROYNET จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai) ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2547 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ยื่นหนังสือขออุทธรณ์การเพิกถอนหลักทรัพย์มายังตลาดหลักทรัพย์โดยให้คำรับรองต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทจะจัดทำและนำส่งงบการเงินที่ถูกต้องและครบถ้วนและจะนำส่งแผนธุรกิจที่มีสาระสำคัญในการเพิ่มทุนใหม่และธุรกิจใหม่ที่สามารถปฏิบัติได้ทันทีให้กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ 6 ตุลาคม 2547 โดยหากบริษัทไม่สามารถดำเนินการได้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดทางบริษัทยินดีและยินยอมรับตามคำสั่งเพิกถอนหลักทรัพย์ ในระหว่างการพิจารณาคำขอตามหนังสือของบริษัท ตลาดหลักทรัพย์จึงได้เลื่อนกำหนดการเพิกถอนหลักทรัพย์ออกไปก่อน เมื่อวันที่ 8 ถึง 9 ธันวาคม 2547 บริษัทนำส่งงบการเงินประจำปี 2545 และ 2546 ฉบับแก้ไขตามคำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต.และนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 2 และ 3 ปี 2546 และ 2547 โดยผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ยังคงมีข้อสังเกตบางประการ จากงบการเงินฉบับแก้ไขตามคำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อเปรียบเทียบกับฉบับก่อนแก้ไขปรากฏว่า - งบการเงินปี 2545 บริษัทมีสินทรัพย์รวมและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 10.08 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นในจำนวน 10.08 ล้านบาท เท่ากัน - งบการเงินปี 2546 บริษัทมีสินทรัพย์รวมและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 16.39 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 6.31 ล้านบาท รายการบัญชีที่สำคัญที่ถูกสั่งการให้แก้ไขได้แก่ กรณีที่บริษัทบันทึกรายการสินทรัพย์ถาวรที่สูญหายไปจากทะเบียนและรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจและไม่มีเอกสารประกอบ ให้เป็นลูกหนี้กรรมการ (ชุดเดิม) ทั้งที่ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะใช้สิทธิเรียกร้องให้อดีตกรรมการชดใช้ความเสียหายดังกล่าวได้หรือไม่ ส่วนผู้สอบบัญชีของบริษัทคือนายอนุรักษ์ ลีลาปิยมิตรสังกัดบริษัท บีดีโอ ริชฟิลด์ จำกัด นั้น สำนักงาน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดการปฏิบัติงาน และจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2548 ครบกำหนด 3 เดือนตามที่บริษัทร้องขอผลปรากฎว่าบริษัทไม่สามารถดำเนินการได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้ให้คำรับรองไว้ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวคือ บริษัทได้นำส่งข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดในการปรับปรุงการดำเนินงาน แต่แผนการเพิ่มทุนที่แจ้งไว้ยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนในการดำเนินการและไม่มีข้อมูลที่แสดงว่าจะมีความเป็นไปได้จริง ไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเข้าร่วมทุนของผู้ร่วมทุนใหม่ นอกจากนี้ ธุรกิจใหม่ของบริษัทที่นำเสนอตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นและยังไม่สามารถปฏิบัติได้ทันที อีกทั้งไม่มีกำหนดการในการดำเนินการ จึงไม่อาจถือได้ว่าบริษัทได้จัดทำแผนธุรกิจที่มีสาระสำคัญในการเพิ่มทุนใหม่และธุรกิจใหม่ที่สามารถปฏิบัติได้ทันทีตามเงื่อนไขที่ได้แจ้งไว้ ตลาดหลักทรัพย์จึงยังคงเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท รอยเนท จำกัด (มหาชน) จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่(mai) โดยมีกำหนดการดังนี้ 1. ประกาศสั่งเพิกถอนหลักทรัพย์ ROYNET ระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 2. อนุญาตให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 4 มีนาคม 2548 3. หลักทรัพย์ของบริษัทจะสิ้นสภาพจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2548 เป็นต้นไป พร้อมนี้ ตลาดหลักทรัพย์ขอให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปได้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท เนื่องจากตามข้อมูลที่ปรากฏในงบการเงินของบริษัทฉบับที่แก้ไขตามคำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต. แสดงว่า ณ 30 กันยายน 2547 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจนติดลบถึง 59.34 ล้านบาท และมีผลการดำเนินงานขาดทุนอย่างต่อเนื่องในระดับที่มีนัยสำคัญ มีภาระหนี้สินเป็นจำนวนมาก บริษัทอยู่ระหว่างแก้ไขการ ดำเนินงาน และไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัท การตัดสินใจลงทุน และการเปลี่ยนแปลงในราคาหลักทรัพย์ของบริษัท เนื่องจากกรณีดังกล่าวนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ได้ ดังนั้น เพื่อให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถมีการซื้อขายต่อไปได้ตามสภาพความเป็นจริงตลาดหลักทรัพย์ จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 24(3) และ (6) แห่งข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อขาย การชำระราคา และการส่งมอบหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ.2542 กำหนดให้ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทดัง กล่าวบนกระดานหลักในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2548 ไม่มีกำหนดราคาสูงสุดและต่ำสุด รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อส่วนสื่อมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร : ลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร. 0-2229 - 2036 / กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร. 0-2229 - 2037 / ณัฐพร บุญประภา โทร. 0-2229 - 2049--จบ--

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้กองทุนรวม Thai ESG ลงทุนหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนน ขึ้นไปได้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป เพื่อสนับสนุนให้ บจ. ยกระดับด้านธรรมาภิบาล ควบคู่กับการดำเนินงานตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัทที่มีคุณภาพ และรายงานความคืบหน้าให้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง

บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวปรากฏชื่อบริษัทเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา

กลุ่มบริษัท ALT ("บริษัทฯ") มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจให้บริการด้านโทรคมนาคม ได้แก่ ให้เช่าโครงข่าย โทรคมนาคม และเคเบิลใยแก้วนำแสง (ไฟ...

นายสุชาติ ก่อคุณากร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าท... DEMCO นำเสนอแผน Jump+ ปักหมุดรายได้-กำไร 3 ปี เติบโตเฉลี่ย 10% — นายสุชาติ ก่อคุณากร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานปฏิบัติการ และนายโชคชวาล ยังถาวรตระกูล...

บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ธุ... "ธนพิริยะ" หรือ TNP ค้าปลีกภาคเหนือเข้าพบพาณิชย์จังหวัดพะเยา ตอกย้ำความร่วมมือภาครัฐ — บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นที่เติบ...

ก.ล.ต. สั่ง STELLA เปิดเผยข้อมูลการเข้าทำธุรกรรมรับความช่วยเหลือทางการเงินจากบริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) (STELLA) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการ...

ก.ล.ต. ขยายระยะเวลานำส่งผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้ MVP เป็นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขยายระยะเวลานำส่งรายงานผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) (MVP) ซึ่งครบกำหนดส่งวันที่ 23...

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (... บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย "ES-EQDIV" 0.94 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บ...

ก.ล.ต. สั่งการให้ TL ชี้แจงข้อมูลในการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) (TL) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าลงทุนในบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด (Nestifly) ต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 20 มกราคม 2569 พร้อมให้...