BEX เปิดใช้ระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ “ เฟิร์สท์ (Firsts) ” ต้นปี 2549 รองรับการขยายฐานนักลงทุนสถาบัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »
ตลาดตราสารหนี้ BEX มุ่งขยายฐานนักลงทุนสถาบัน เปิดให้บริการระบบซื้อขายตราสารหนี้อิเล็กทรอนิกส์ “เฟิร์สท์ (Firsts)” รองรับการทำธุรกรรมซื้อขายตราสารหนี้ ผ่านระบบโดยตรงระหว่าง -คู่ค้ากันเอง พร้อม ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการซื้อขายตราสารหนี้เป็นร้อยละ 30 ของมูลค่าการซื้อขายทั้งตลาด เพิ่มมาตรการกระตุ้นการซื้อขายด้วยกิจกรรมการซื้อขายตราสารหนี้จำลอง (Bond Trading Simulation) และเพิ่มช่องทางซื้อขายผ่านระบบ Internet Trading ดร. สันติ กีระนันทน์ ผู้จัดการตลาดตราสารหนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Bond Electronic Exchange หรือ BEX) เปิดเผยว่า ตลาดตราสารหนี้ BEX จะเริ่มเปิดใช้ระบบซื้อขายตราสารหนี้อิเล็กทรอนิกส์ หรือ ระบบ-เฟิร์สท์ ซึ่งเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อขายแก่ผู้ค้าตราสารหนี้ นักลงทุนสถาบัน และ นายหน้าค้า จัดจำหน่ายหน่วยลงทุน ระบบเฟิร์สท์ หรือ Firsts ( Fixed Income and Related Securities Trading System) ได้รับการพัฒนาให้เป็นระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้บริการอย่างครบวงจร ทั้งการส่งคำสั่งซื้อขาย การเจรจาต่อรอง อีกทั้งระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลราคาซื้อขายแบบเรียลไทม์ และสามารถใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ตราสารหนี้ เช่น คำนวณราคา ดัชนีตราสารหนี้ เป็นต้น นอกจากนี้ระบบการซื้อขาย เฟิร์สท์ ยังเชื่อมโยงกับระบบการชำระราคาและส่งมอบ ของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) จึงทำให้ธุรกรรมการซื้อขายตราสารหนี้ของนักลงทุนสถาบัน และผู้ค้าตราสารหนี้ สามารถทำธุรกรรมได้โดยตรงผ่านระบบ จึงทำให้ผู้ใช้ระบบได้รับความสะดวกรวดเร็ว และลดค่าใช้จ่าย “คาดว่าการให้บริการระบบซื้อขายที่อำนวยความสะดวกในการซื้อขายตราสารหนี้ของระบบเฟิร์สท์ จะมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายตราสารหนี้ โดยในปี 2549 นี้ ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการซื้อขายตราสารหนี้เป็น ร้อยละ 30 ของมูลค่าการซื้อขายทั้งตลาด ” ดร. สันติกล่าว “สำหรับเป้าหมายในการดำเนินงานในปี 2549 เพื่อให้สอดรับการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายตราสารหนี้ของประเทศนั้น นอกเหนือจากการเพิ่มปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 แล้ว ยังมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ตราสารหนี้ ของหุ้นกู้ภาคเอกชน เข้าจดทะเบียนในตลาดตราสารหนี้เพิ่มเป็นร้อยละ 50 ของหุ้นกู้เอกชนทั้งหมด ในขณะที่จะผลักดันให้มีการนำพันธบัตรภาครัฐเข้าจดทะเบียนทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ” ดร.สันติกล่าว ปัจจุบันมีตราสารหนี้ภาคเอกชนที่จดทะเบียนใน BEX ทั้งหมด 78 รายการ โดยมีมูลค่าคงค้าง เท่ากับ 733,452.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2547 จำนวน 42 รายการหรือคิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 500,231 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 828 เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตในปี 2547 ทั้งนี้ มูลค่าคงค้างตราสารหนี้ทั้งหมดแบ่งเป็นตราสารหนี้ภาคเอกชนเข้าจด 23 รายการ มูลค่ารวม 83,454 ล้านบาท ตราสารหนี้ภาครัฐจดทะเบียน ทั้งหมด 19 รายการ มูลค่ารวม 466, 7477.9 ล้านบาท แบ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาล 10 รายการ มูลค่า 343,190 ล้านบาท พันธบัตรออมทรัพย์ 4 รายการ มูลค่า 90,187 ล้านบาท พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ 2 รุ่น มูลค่า 7,000 ล้านบาท และ พันธบัตรหน่วยงานรัฐ 3 รุ่น 26,400 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการเป็นนายหน้าค้าตราสารหนี้ ทั้งสิ้น 13 บริษัท “ในปี 2549 BEX ได้เตรียมจัดโครงการ” การซื้อขายตราสารหนี้จำลอง (Bond Trading Simulation)” เพื่อจำลองวิธีการซื้อขายและลงทุนในตราสารหนี้ให้นักลงทุน ประชาชนทั่วไป นักศึกษาได้เข้ามาฝึกฝนเสริมทักษะ และเข้าใจถึงวิธีการซื้อขายตราสารหนี้มากขึ้น และมองว่าการลงทุนในตราสารหนี้ ไม่ใช่เรื่องยากและไกลตัวอีกต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 2” ดร.สันติกล่าว ทั้งนี้ เป้าหมายของการพัฒนาที่สำคัญของ BEX ในปี 2549 คือการพัฒนาระบบซื้อขายให้เข้าถึงและเพิ่มความคล่องตัวแก่ผู้ลงทุนโดยสามารถซื้อขายผ่านระบบ Internet Trading ได้อีกด้วย นอกจากนี้ BEX จะพัฒนาด้านระบบสารสนเทศ โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูล ข้อมูลซื้อขาย ข้อมูลสถิติ และข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ เพื่อให้การเผยแพร่และการนำข้อมูลไปใช้มีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ยังวางเป้าหมายสำหรับปี 2549 ที่จะพัฒนาระบบเพื่อรองรับการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ สำหรับตลาดซื้อคืนตรา สารหนี้ภาคเอกชน หรือ Private Repo ในประเทศไทยร่วมกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ อีกด้วยสำหรับมาตรการกระตุ้นการเพิ่มธุรกรรมด้านตราสารหนี้ ในปี 2549 BEX ได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เช่น ผู้ออกตราสารหนี้ ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการการจัดจำหน่าย และองค์กรกำกับดูแล ในการประชาสัมพันธ์ตลาดตราสารหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพิ่มขึ้นด้วยการจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้ออกตราสารหนี้ ให้เข้าใจถึงประโยชน์และวิธีการระดมทุนด้วยการออกตราสารหนี้ รู้จักตราสารหนี้ประเภทใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการออกตราสารหนี้ นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับตราสารหนี้ แก่นักลงทุนผ่านช่องทางสื่อต่างๆ อาทิ การจัดนิทรรศการออกบูธ ในงาน Investor Day, Money Expo เผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ รายการวิทยุ เช่น คลื่น FM 101 รายการโทรทัศน์ “ก้าวทันตลาดทุน” ทางช่อง 9 รายการ SET in The City UBC 7 และ สถานีโทรทัศน์ Money Channel UBC 97 รวมทั้งเว็บไซต์ www.bex.or.th นอกจากบทบาทการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของไทยให้เติบโตและมีเสถียรภาพทัดเทียมกับสากลแล้ว BEX ยังตระหนักถึงความสำคัญต่อการช่วยเหลือสังคมด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เช่น การบริจาคและมอบทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมแก่องค์กรและมูลนิธิเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ติดต่อส่วนสื่อมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร. 0-2229 – 2036 กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร. 0-2229 – 2037 ณัฐพร บุญประภา โทร. 0-2229 – 2049 วรรษมน เสาวคนธ์เสถียร โทร. 0-2229-2797--จบ--

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัล Money & Banking Awards 2026 หมวดธุรกิจการแพทย์ 3 ปีซ้อน สะท้อนความสำเร็จบนพื้นฐานแห่งความไว้วางใจ

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 หมวดธุรกิจการแพทย์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในพิธีมอบรางวัล Money & Banking Awards 2026 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร เพื่อยกย่องบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีผลประกอบการรวมยอดเยี่ยมในรอบปี โดยมีคุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล และคุณสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร เป็นประธานจัดงาน ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.อาทิรัตน์

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บ... บล.พาย เปิดเกมรุก DR03 คัดหุ้นเมกะเทรนด์โลก ชู AI-Space Tech พร้อมเทรด 16 ก.ค.นี้ — บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บล.พาย เดินหน้าขยายทางเลือกการ...