ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดตั้งโรงเรียนต้นแบบโครงการ “เงินทอง ของมีค่า”

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--14 มิ.ย.--ตลท.

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาการเรียนการสอนในโครงการ “เงินทอง ของมีค่า” อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศกว่า 30,000 โรงเรียน ภายใต้งบประมาณกว่า 80 ล้านบาท โดยในปี 2549 -2551 มุ่งเน้นการสร้างโรงเรียนต้นแบบ “เงินทอง ของมีค่า” ทั่วประเทศ หวังที่จะพัฒนาโรงเรียนให้สามารถจัดการเรียนการสอนด้าน การออมและการบริหารการเงินส่วนบุคคลแก่เยาวชน นายพันธ์ศักดิ์ เวชอนุรักษ์ ประธานระบบการศึกษาตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการ “เงินทอง ของมีค่า” ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2545 ทั้งในรูปแบบการจัดทำหนังสือคู่มือการเรียนการสอน การจัดการอบรมศึกษานิเทศก์และครูทั่วประเทศ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการออม รวมทั้งการจัดการแข่งขันตอบปัญหาทางการเงิน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานใน 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2546-2548) กว่า 50 ล้านบาท และ คาดว่าในปี 2549 จะให้การสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อใช้ในกิจกรรมโครงการ และจัดการอบรมครูเพื่อขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 30,000 โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง อีก 30 ล้านบาท โดยในปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกันจัดโครงการโรงเรียนต้นแบบ “เงินทอง ของมีค่า” เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการ“เงินทอง ของมีค่า” มุ่งดำเนินการพัฒนาให้เป็นเครือข่ายโรงเรียน ที่จะเป็นต้นแบบในด้านการจัดการการเรียนรู้ในหลักสูตร “เงินทอง ของมีค่า” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ ให้กับครู นักเรียน รวมไปถึงผู้ปกครองอย่างครบวงจร รวมทั้งจะมีการส่งเสริมให้จัดทำกิจกรรมต่างๆ ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นต้นแบบ ให้โรงเรียนรอบข้างในชุมชนได้เข้ามาศึกษาและนำไปพัฒนาต่อยอดออกไปอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น สำหรับโครงการโรงเรียนต้นแบบ “เงินทอง ของมีค่า” มีเป้าหมายว่าภายใน 3 ปี (พ.ศ. 2549 –2551) จะดำเนินการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบให้ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด จังหวัดละ 2 โรงเรียน คือ ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาระดับละ 1 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 152 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยในปีนี้ได้ทำการคัดเลือกจังหวัดนำร่องในการดำเนินการจำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อำนาจเจริญ เชียงใหม่ ลำพูน ภูเก็ต สงขลา และสุราษฏร์ธานี รวมทั้งสิ้น 45 โรงเรียน โดยโรงเรียนในโครงการดังกล่าวจะได้รับการอบรมความรู้ด้านการออมและการบริหารการเงินส่วนบุคคล ในหลักสูตร “เงินทองต้องใส่ใจ” หลักสูตร “เงินทอง ของมีค่า” และหลักสูตร “นักธุรกิจรุ่นเยาว์ “ รวมทั้งยังได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) หัวข้อ “การจัดทำแผนการสอน” เพื่อให้สามารถนำความรู้ ที่ได้รับไปบูรณาการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้อย่างแท้จริง” นายพันธ์ศักดิ์กล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้มอบมุมความรู้ตลาดทุน (SET Corner) ให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนต้นแบบ “เงินทอง ของมีค่า” ซึ่งใน SET Corner นี้จะรวบรวมตำราวิชาการ หนังสือสาระความรู้ด้านการออม การบริหารการเงินส่วนบุคคลสำหรับเด็กรวมทั้งสิ้นกว่า 100 เล่ม และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นการให้ความรู้แก่เยาวชนไว้ที่ห้องสมุดของโรงเรียนต้นแบบอีกด้วย” ด้านนางอารีรัตน์ วัฒนสิน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวตอบว่า “สพฐ. พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนโครงการ เพื่อผลักดันให้โครงการประสบผลสำเร็จสูงสุด และเป็นการสร้างเครื่องมือให้โรงเรียนสามารถที่จะพัฒนาความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคลและนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในโรงเรียนได้ในระยะยาว ซึ่งจะส่งเสริมและกระตุ้นให้ ผู้ปกครอง รวมทั้ง ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมโครงการ และร่วมเป็นเครือข่ายช่วยสอนลูกหลานให้เด็กๆ มีทักษะชีวิตที่จำเป็นได้ และเติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศ” รายละเอียดโครงการหรือกิจกรรมการให้ความรู้ภายใต้โครงการ “เงินทอง ของมีค่า” สามารถติดตาม ข้อมูลได้จากทาง Newsletter “กระปุกข่าว” ซึ่งจัดส่งให้โรงเรียนในโครงการ “เงินทอง ของมีค่า” ทุก โรงเรียน และ ทางเว็บไซต์ http://www.tsi-thailand.org ซึ่งจะเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้ใน โครงการดังกล่าวนี้ด้วย ติดต่อส่วนสื่อมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ลดาวัลย์ กันทวงศ์ โทร. 0-2229 – 2036 / กุลวิดา จินตกะวงส์ โทร. 0-2229 – 2037/ ณัฐพร บุญประภา โทร. 0-2229 – 2049 / วรรษมน เสาวคนธ์เสถียร โทร. 0-2229-2797

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด

นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนายพงศกร ประเวศวัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ร่วมนำเสนอผลประกอบการประจำปี 2568 ในงาน (Opportunity Day) ถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมสำหรับปี 2569 อยู่ที่ 1,250-1,320 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตจากปี 2568 ที่ระดับ 12-17% และวางแผนที่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า ด้วยการเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี

พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั... ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท — พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั้น Idol Marketing ...

ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรั... ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร — ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับมาตรฐานองค์กรทุกมิติ ธรรมาภิบาล เพิ่มมูลค่าธุรกิจ...

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริ... SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว — นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเ...

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้า... L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ. — นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร...

นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร (ขวา) ประธานเจ้า... "MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs — นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่สายบัญชีและการเงิน นา...

ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้กองทุนรวม Thai ESG ลงทุนหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนน ขึ้นไปได้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สามารถลงทุน...