ข้าว "หงษ์ทอง" กวาดรางวัลสุดยอดซุปเปอร์แบรนด์ไทยและเอเชีย 3 ปีซ้อน พร้อมโกอินเตอร์เปิดศูนย์กระจายสินค้าและรุกตลาดข้าวกล้องผัดธัญพืช Ready to Eat รายแรกของไทย

09 May 2006

กรุงเทพฯ--9 พ.ค.--เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง

กลุ่มบริษัทในเครือเจียเม้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย "ข้าวหงษ์ทอง" ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำกวาดรางวัลสุดยอดซุปเปอร์แบรนด์ 'Trusted Brand Thailand Award 2006' ประเทศไทย ฮ่องกงและสิงคโปร์ถึง 3 ปีซ้อน และ 'รางวัลผู้ประกอบการข้าวถุงที่ผลิตข้าวหอมมะลิได้มาตรฐาน ประจำปี 2006' จากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พร้อมประกาศบุกตลาดอินเตอร์เปิดศูนย์กระจายสินค้าและนำร่องข้าวกล้องผัดธัญพืชพร้อมบริโภค Ready to Eat นวัตกรรมใหม่รายแรกของไทย

นายวัลลภ มานะธัญญา กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทในเครือเจียเม้ง เปิดเผยว่า "ปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวไปต่างประเทศในนาม Golden Phoenix หรือ กิมหงษ์ และจัดจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงภายในประเทศ ภายใต้ชื่อตราสินค้า"หงษ์ทอง" โดยมีโรงสีข้าว โรงปรับปรุงและบรรจุขนาดใหญ่ถึง 4 แห่ง คือ บางซื่อ, นนทบุรี, นครราชสีมา และศรีสะเกษ โดยมีกำลังการผลิตรวมกันถึง 500,000 ตัน ต่อปี โดยในส่วนของบริษัทฯ จะเน้นในส่วนของตลาดข้าวหอมมะลิเป็นหลัก ทั้งนี้จากนโยบายของบริษัทในการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นเรื่องคุณภาพสินค้าและมาตรฐานการผลิตข้าวขาวหอมมะลิแท้ของไทยมาโดยตลอด จนทำให้ปีนี้บริษัทฯ ได้รับรางวัลสุดยอดซุปเปอร์แบรนด์ในประเทศไทย "Trust Brand Thailand Award 2006" และ "Trusted Brand Asia Award 2006" ของประเทศไทย ฮ่องกง และสิงคโปร์ติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน (2204-2006) ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้มาจากการโหวตของผู้บริโภค ผ่านทางนิตยสารรีดเดอร์ ไดเจสต์ จากทุกประเทศทั่วเอเชียกว่า 250,000 ราย นอกจากนี้ยังได้รับ "รางวัลผู้ประกอบการข้าวถุงที่ผลิตข้าวหอมมะลิได้มาตรฐาน ประจำปี 2549" สำหรับข้าวหอมมะลิ 100% จาก กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อีกด้วย รางวัลแห่งความสำเร็จที่ได้รับนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จและความนิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีต่อแบรนด์ข้าว "หงษ์ทอง" ได้เป็นอย่างดี"

"สำหรับนโยบายการตลาดต่างประเทศในปีนี้ บริษัทจะเร่งปรับภาพลักษณ์และสร้างแบรนด์"Golden Phoenix" ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และจะทำการตลาดเชิงรุก พร้อมทำการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ รวมทั้งขยายตลาดใหม่ๆอย่างต่อเนื่องในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง โดยการพิจารณาร่วมทุนกับต่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทจะเร่งพัฒนาระบบ Logistics ที่บริษัทได้เริ่มมาแล้วในปีก่อนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สามารถทำการขนส่ง ได้อย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุน อาทิเช่น การปรับเปลี่ยนการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ทางรถยนต์มาใช้รถไฟแทน รวมทั้งการพัฒนารูปแบบการจัดวางสินค้าและอุปกรณ์สายรัด (Presling) ที่ช่วยในการขนส่งสินค้าได้คราวละหลายๆตัน เพื่อประหยัดเวลาขึ้นลงสินค้าและสามารถช่วยลดต้นทุนด้านขนส่งได้กว่า 20%

"ส่วนการตลาดในประเทศ บริษัทฯ ได้วางแผนการตลาดเต็มรูปแบบโดยใช้กลยุทธ์ Integrated Marketing Communication (IMC) ใช้เครื่องมือการตลาดครบวงจร ทั้งการโฆษณา ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย Sale Promotion & Trade Promotion ซึ่งในปีนี้จัดงบประมาณไว้ถึง 50 ล้านบาท รวมถึงแผนการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทฯ เคยประสบความสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่ง จากบรรจุภัณฑ์ของข้าวขาวหอมมะลิ 100% ข้าวใหม่ต้นฤดูที่บรรจุในถุงพลาสติกหนาเคลือบ Metalic ที่สร้างความโดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด และให้ภาพลักษณ์เป็นสินค้าข้าวระดับพรีเมี่ยม ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปถึงคุณภาพข้าวในถุง ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับที่ดีมาก และสินค้าชนิดนี้ยังได้รับรางวัลล่าสุดในปีนี้ จากกรมการค้าภายใน เพื่อยืนยันคุณภาพข้าวได้มาตรฐานตามที่กระทรวงกำหนดอย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวอย่างแท้จริง"

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า "จากการที่อาหารไทยได้รับความนิยมและชื่นชอบไปทั่วโลก กลุ่มเจียเม้งจึงได้ขยายธุรกิจจากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสาร มาผลิตและจำหน่ายอาหารไทยทุกรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องปรุง เครื่องเทศ เครื่องแกงสำเร็จรูป และอาหารพร้อมบริโภค ที่มีรสชาติไทยแท้แต่ไม่เผ็ด โดยจัดตั้ง 'บริษัท ซีเอ็ม เวิล์ด คิทเช่น จำกัด' มาดำเนินการ และเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล "ครัวไทยสู่ครัวโลก" บริษัทฯ ได้ทำการลงทุนเปิดร้านอาหารชื่อ "ใบตอง" พร้อมทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตเต็มรูปแบบที่ดูไบ ประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นแห่งแรก เพื่อจำหน่ายอาหารไทยและเครื่องปรุงไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กระจายสินค้าอาหารไทยในภูมิภาคนี้ ซึ่งการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ และมีแผนที่จะทำการขยายร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตไปยังประเทศใกล้เคียงต่อไปเร็วๆนี้"

"และล่าสุดบริษัทได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ "ข้าวกล้องผัดธัญพืชพร้อมบริโภค" Ready to Eat ซึ่งเป็นข้าวกล้องผัดผสมธัญพืชที่มีรสชาติอร่อย ใช้หลักเพื่อสุขภาพและความสะดวกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถฉีกซองรับประทานได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเก็บไว้ได้ในอุณหภูมิปกติโดยไม่ต้องแช่เย็น ได้นานถึง 1 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ห่วงใยในสุขภาพ โดยเน้นเจาะตลาดกลุ่มบนทั้งชาย หญิง และเด็ก ซึ่งเป็นสินค้านำร่องในกลุ่มอาหารพร้อมบริโภครายแรกของไทยที่จะทำการจำหน่ายไปทั่วโลก สำหรับประเทศไทยได้เริ่มวางจำหน่ายแล้วที่วิลล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ฟู้ดแลนด์, ตั้งฮั่วเส็ง, เดอะมอลล์ ทุกสาขา และสยามพารากอน โดยมีเป้าหมายวางจำหน่ายทุกห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะพัฒนาสินค้าอื่นๆในรูปแบบเดียวกันอีกประมาณ 4-5 ชนิด ซึ่งคาดว่าจะพร้อมจำหน่ายได้ในปีนี้"

"สำหรับผลประกอบการของกลุ่มเจียเม้ง ในปีที่ผ่านมามีการเติบโตกว่า 60% จากเดิมที่มียอดการจำหน่าย 250,000 ตันในปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 400,000 ตันในปี 2548 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการบุกตลาดใหม่ อาทิเช่น ตลาดในทวีปแอฟริกา และ ตะวันออกกลางบางประเทศ และเพิ่มชนิดสินค้าที่ส่งออกต่างประเทศด้วยจากเดิมที่ส่งออกแต่ข้าวหอมมะลิเป็นหลัก มาทำการส่งสินค้าประเภทข้าวขาว และข้าวนึ่ง รวมถึงปลายข้าวเพิ่มขึ้น ด้วยชื่อเสียงด้านคุณภาพสินค้าและมาตรฐานรวมถึงศักยภาพในการผลิต ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจในคุณภาพสินค้าและตัวบริษัท เราจึงเปิดตลาดได้ไม่ยากนัก ส่วนในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโต ทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้น ประมาณ 20%"

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

เบญจมาภรณ์ บำราพรักษ์

มือถือ 04-681-3134

สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net