AMD ควบ ATI เสร็จสมบูรณ์ เปิดฉากผู้นำเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์อันดับ 1 ของโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--30 ต.ค.--พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง

- มุ่งคิดค้นนวัตกรรม เพิ่มทางเลือก และกระตุ้นการเติบโตในอุตสาหกรรมด้วยแพลตฟอร์มโซลูชั่นแรกในปี 2550 - - เปิดตัวโครงการ "Fusion" โปรเซสเซอร์ตัวแรกของโลกที่รวม CPU และ GPU ไว้บนซิลิคอนชิ้นเดียวกัน - บริษัท เอเอ็มดี (NYSE:AMD) เปิดเผยว่า ขณะนี้การควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท เอเอ็มดี กับบริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ (ATI Technologies) มูลค่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ลงแล้ว การควบรวมในครั้งนี้เป็นการรวมจุดแข็งของสองผู้นำเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน นับแต่นี้ไปเอเอ็มดีรุ่นใหม่จะเปิดกว้างสำหรับทุกธุรกิจ ในฐานะผู้นำการออกแบบและพัฒนาโปรเซสเซอร์ ที่มุ่งคิดค้นนวัตกรรม, เพิ่มทางเลือก และกระตุ้นให้เกิดการเติบโตในอุตสาหกรรมซิลิคอน ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 15,000 คน และนี่คือการรวมตัวครั้งสำคัญของสองผู้นำเทคโนโลยี ได้แก่ ผู้นำเทคโนโลยีไมโครโปรเซสเซอร์ของเอเอ็มดี และผู้นำเทคโนโลยีกราฟฟิก, ชิปเซ็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเอทีไอ "การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนี้จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ และในความทรงจำของพนักงาน, พาร์ตเนอร์ และลูกค้า และเรายินดีอย่างยิ่ง ที่เอทีไอได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอเอ็มดี" เฮกเตอร์ รูอิซ (Hector Ruiz) ประธานและประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเอเอ็มดี กล่าวและว่า "สิ่งแรกที่เราจะทำคือ การเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ เทคโนโลยีที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมยุคหน้าและเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรม ขอขอบคุณพนักงานของเราที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม นับจากนี้ไปเอเอ็มดีจะมีสินทรัพย์ทางปัญญาครบถ้วนและครอบคลุม ทั้งไมโครโปรเซสเซอร์, กราฟฟิก, ชิปเซ็ต และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของการคิดค้น พัฒนา และการนำเสนอโอเพ่นแพลตฟอร์มและอินทิเกรตเต็ดโซลูชั่นสู่มือผู้บริโภคทั่วโลกนั้น ในระยะสั้น ลูกค้าจะได้พบกับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนในระยะยาว เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ามีความเป็นไปได้สูงสำหรับนวัตกรรมใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด" รายละเอียดข้อตกลง ภายใต้ข้อตกลง เอเอ็มดีจะเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของเอทีไอโดยแบ่งชำระเป็นเงินสดจำนวน 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหุ้นสามัญของเอเอ็มดีมูลค่า 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงตามจำนวนหุ้นสามัญของเอทีไอ ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2549 (รวมออปชั่นและอาร์เอสยู (Restricted Stock Units; RSU)) การควบรวมกิจการของเอทีไอในครั้งนี้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงตามราคาหุ้นสามัญของเอเอ็มดี ณ เวลาปิดตลาดของวันที่ 24 ตุลาคม 2549 ที่ 20.32 ดอลลาร์ต่อหุ้น (ไม่รวมมูลค่าของ assumed equity awards) และในส่วนของเงินสดที่เอเอ็มดีจะจ่ายให้กับเอทีไอนั้น จะเป็นเงินสดที่มีอยู่ในมืออยู่แล้วรวมกับหนี้ใหม่ ซึ่งเอเอ็มดีได้ขอกู้จากมอร์แกนสแตนเลย์ซีเนียร์ฟันดิ้ง (Morgan Stanley Senior Funding) เป็นมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปของเงินสด, รายการเทียบเท่าเงินสด และหลักทรัพย์มูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เอเอ็มดีได้เปิดเผย อัตราส่วนที่จะนำมาใช้สำหรับการชำระค่าหุ้นสามัญให้กับผู้ถือหุ้นของเอทีไอด้วย โดยคณะกรรมการพิจารณามีมติสุดท้ายออกมาว่ามูลค่าที่จะจ่ายให้ต่อ 1 หุ้นสามัญของเอทีไอ ซึ่งคำนวณตาม Parent Closing Stock Price (ตามที่ได้นิยามไว้ใน Plan of Arrangement) อยู่ที่ 21.36 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราส่วนการจ่ายชำระดังนี้ - ผู้ถือหุ้นเอทีไอที่เลือกรับเป็นเงินสด จะได้รับเงินสดจำนวน 18.59 ดอลลาร์ และหุ้นของเอเอ็มดีจำนวน 0.1245 หุ้น - ผู้ถือหุ้นเอทีไอที่เลือกรับเป็นหุ้น จะได้รับหุ้นสามัญของเอเอ็มดีจำนวน 0.9596 หุ้น - ผู้ที่ถือหุ้นเอทีไอที่ไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับหุ้นสามัญของเอเอ็มดีจำนวน 0.9596 หุ้น ทั้งนี้ อัตราส่วนการชำระค่าหุ้นดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากจำนวนเงินสดที่ต้องจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นเอทีไอมีปริมาณมากกว่าจำนวนเงินสดที่เอเอ็มดีจ่ายให้กับเอทีไอ ส่วนเศษหุ้นอื่นๆจะได้รับชำระเป็นเงินสด แผนเปิดตัวอินทิเกรตเต็ดแพลตฟอร์มใหม่ ในปี 2550 ลูกค้าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด จากแพลตฟอร์มที่พัฒนาร่วมกันของเอเอ็มดีและเอทีไอ รวมถึงจากทีมเทคนิคอล ซัพพอร์ต ซึ่งจะปฏิบัติงานในออฟฟิศที่ไทเป, เซี่ยงไฮ้, ออสติน และโตรอนโต้ ออฟฟิศดังกล่าวจะรับผิดชอบงานวิจัยและพัฒนา และซัพพอร์ตลูกค้าด้วยโซลูชั่นที่ครบวงจรสำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์มตามที่ลูกค้าต้องการ เอเอ็มดีมีแผนจะส่งอินทิเกรตเต็ดแพลตฟอร์มใหม่ลงตลาดหลักทั่วโลกภายในปี 2550 ซึ่งมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักๆ ได้แก่ คอมเมอร์เชียลไคลเอนต์, โมบายคอมพิวติ้ง เกมและมีเดียคอมพิวติ้ง ผู้ใช้พีซีจะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้แพลตฟอร์ม AMD TurionTM 64 โมบายเทคโนโลยีสามารถรันบนแบตเตอรี่ได้นานขึ้น และเพื่อเสริมความสามารถให้กับ AMD LIVE!TM ซึ่งเป็นดิจิตอลมีเดียพีซีแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า ไม่ว่าจะรูปภาพ, เพลง หรือวีดีโอก็ตาม เอเอ็มดีเชื่อว่าอินทิเกรตเต็ดแพลตฟอร์มเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความพึงพอใจสูงสุดจากความเสถียรของระบบ, ช่วงจังหวะการทำตลาดที่เหมาะสม, สมรรถนะที่สูงขึ้น, ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่สูงขึ้น และโดยภาพรวมทั้งหมดที่ดีขึ้น "ด้วยการมุ่งที่นวัตกรรมและการอินทิเกรตเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกราฟิกโปรเซสเซอร์ซิ่ง เอเอ็มดียุคใหม่จะมีศักยภาพเหนือกว่าในทุกๆด้านสำหรับการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยและล้ำหน้าที่สุดเพื่อผู้ใช้ Windows(R) Vista,TM" จิม อัลชิน (Jim Allchi) ประธานร่วม แผนกแพลตฟอร์มและเซอร์วิสเซส บริษัทไมโครซอฟท์ กล่าวและว่า "เราตื่นเต้นกับศักยภาพใหม่ที่เราได้รับจากการควบรวม อันจะนำไปสู่ประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ Windows Vista" เอเอ็มดียังเห็นโอกาสในการทำตลาดโปรเซสซิ่งโซลูชั่นในตลาดคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย บริษัทตั้งใจเสริมความแข็งแกร่งของเอทีไอในตลาดคอนซูเมอร์ด้วยการเร่งลงทุนในตลาดคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์และไฮเอนด์กราฟิก และด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เอเอ็มดีจึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับการก้าวสู่ยุคดิจิตอลคอนเวอร์เจนซ์ด้วยการนำสินทรัพย์ทางปัญญาที่มีอยู่มาคิดค้นนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะทำให้การเชื่อมต่อและนำเสนอคอนเทนต์แบบ end-to-end เป็นไปได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่าสำหรับเอนด์ยูสเซอร์ "Fusion" ผสมผสานอย่างกลมกลืน CPU/GPU ครั้งแรกของโลกสำหรับลูกค้า เอเอ็มดีมีแผนพัฒนาโปรเซสเซอร์ x86 รุ่นใหม่ซึ่งอินทิเกรต CPU (central processing unit) และ GPU (graphics processing unit) ไว้ด้วยกันบนซิลิคอนชิ้นเดียว ภายใต้โค้ดเนม "Fusion" เอเอ็มดีตั้งใจออกแบบ "Fusion" ให้มีตัวเลขสมรรถนะต่อวัตต์ดีขึ้นกว่าโปรเซสเซอร์รุ่นปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ต้องให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าด้วยในด้านกราฟิก 3 มิติ, ดิจิตอลมีเดีย และสมรรถนะการประมวลผล "Fusion" จะทำให้เอเอ็มดีสามารถโปรโมทโอเพ่นแพลตฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการกระตุ้นบริษัทต่างๆทั่ววงการให้พัฒนาโคโปรเซสซิ่งโซลูชั่นรุ่นใหม่สำหรับงานเฉพาะออกสู่ตลาดด้วย และแน่นอน "Fusion" ยังคงซัพพอร์ตไฮเอนด์กราฟิกการ์ด, แอคเซลเลอเรเตอร์ และโซลูชั่น PCI Express อื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทุกวันของผู้ใช้ที่เน้นเรื่องสมรรถนะและเกมเมอร์ "Windows Vista, กราฟฟิก 3 มิติ, ดิจิตอลมีเดีย และการคอนเวอร์เจนซ์ของเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งหมดคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความต้องการด้านสมรรถนะการประมวลผล, ความสามารถด้านกราฟิก และระยะเวลาการใช้งานบนแบตเตอรี่มีสูงขึ้น" ฟิล เฮสเตอร์ (Phil Hester) รองประธานอาวุโสและประธานฝ่ายเทคโนโลยี บริษัทเอเอ็มดี กล่าวและว่า "ภายใต้สภาพแวดล้อมที่หลากหลายของระบบ x86 แค่การเพิ่มคอร์โปรเซสเซอร์คงไม่พอ สถาปัตยกรรม x86 ถูกใช้งานอย่างหลากหลายในอุปกรณ์ตั้งแต่เครื่องปาล์มไปจนถึงเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วในการประมวลผลระดับเพตะฟล็อป (Peraflops) ดีไซน์ใหม่ที่รวมซีพียูและจีพียูเข้าด้วยกันจึงเป็นนวัตกรรมหนึ่งเดียวที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในปี 2551 และในอนาคตได้" คาดว่าโปรเซสเซอร์ Fusion จะออกสู่ตลาดได้ในปลายปี 2551 หรือต้นปี 2552 เป็นอย่างช้า และเชื่อว่าบริษัททั่วโลกจะให้การต้อนรับเป็นอย่างดีในหลายแพลตฟอร์มทั้งโน้ตบุ๊ค, เดสก์ท็อป, เวิร์คสเตชั่น และเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นที่พัฒนาขึ้นสำหรับความต้องการเฉพาะในตลาดใหม่ คำกล่าวของผู้สนับสนุน เกี่ยวกับการควบรวมกิจการบริษัทเอทีไอของเอเอ็มดี เอ็นวิเดีย (NVIDIA) "เอ็นวิเดียและเอเอ็มดีได้ร่วมกันสร้างนวัตกรรมมานานกว่าทศวรรษ ผลที่ได้รับก็คือการที่ NVIDIA GeForce และโปรเซสเซอร์ nForce ได้สร้างมาตรฐานขึ้นสำหรับระบบเอเอ็มดี นโยบายโอเพ่นแพลตฟอร์มของเอเอ็มดีช่วยให้เราสามารถร่วมงานกันได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือการทำให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น" แดน วิโวลี่ (Dan Vivoli) รองประธานบริหาร บริษัทเอ็นวิเดีย กล่าว เดลล์ (DELL) "เดลล์ต้องการให้ลูกค้าของเดลล์ทั้งทั่วไปและองค์กรได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าจากผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นมาตรฐาน เอเอ็มดีก็เห็นในสิ่งเดียวกัน การรวมธุรกิจของเอทีไอเข้ามาทำให้เอเอ็มดีมีโอกาสที่ดีกว่าสำหรับการสร้างนวัตกรรม รวมถึงโอกาสใหม่สำหรับลูกค้าของเดลล์" เจฟฟ์ คลาร์ก (Jeff Clarke) รองประธานอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัทเดลล์ กล่าว เอชพี (HP) "เอเอ็มดีและเอทีไอเป็นพันธมิตรกับเอชพีและร่วมสร้างและนำเสนอโซลูชั่นแก่ลูกค้าของเอชพีด้วยกันมานาน การรวมกันของทั้งคู่จะช่วยให้วงการมีแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าสำหรับลูกค้าและองค์กรทั่วโลก" เชน โรบินสัน (Shane Robison) รองประธานบริหารและประธานฝ่ายกลยุทธ์และเทคโนโลยี บริษัทเอชพี กล่าว เลอโนโว (LENOVO) "การรวมกันของเอเอ็มดีและเอทีไอทำให้มีโซลูชั่นใหม่และหลากหลายมากขึ้น นัยหนึ่งคือผู้ผลิตโออีเอ็มมีทางเลือกมากขึ้นสำหรับนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด" เจอร์รี่ สมิธ (Gerry Smith) รองประธานอาวุโส แผนกโกลบอลซัพพลายเชน บริษัทเลอโนโว กล่าว อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ASUSteK Computer) "เราตื่นเต้นกับวิสัยทัศน์ของบริษัทใหม่ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและศักยภาพในการออกแบบและพัฒนาโซลูชั่นใหม่ที่เกี่ยวข้องกับโน้ตบุ๊คและเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ ภาพที่เราเห็นคือศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม หรือฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่" เจอร์รี่ เฉิน (Jerry Shen) รองประธาน บริษัทอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ กล่าว บรอดคอม (Broadcom) "บรอดคอมมีผลงานที่ยอดเยี่ยมและมุ่งมั่นนำเสนอเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสู่ตลาดเซิร์ฟเวอร์มาโดยตลอด" ฟอร์ม เทมเมอร์ (Ford Tamer) รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเอนเตอร์ไพรซ์เน็ตเวิร์ค บริษัทบรอดคอม กล่าวและว่า "เรายินดีที่ได้ร่วมงานกับเอเอ็มดี และในฐานะที่เอเอ็มดีเป็นหนึ่งในผู้นำเทคโนโลยี เราจะยังร่วมกันนำเสนอผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงสู่มือลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอีเธอร์เน็ตคอนโทรลเลอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ อินพุต/เอาต์พุต แพลตฟอร์มโซลูชั่น ก็ตาม" เกี่ยวกับ AMD เอเอ็มดี (NYSE:AMD) คือผู้ออกแบบและผลิตไมโครโปรเซสเซอร์, แฟลชเมมโมรี่ และโลว์เพาเวอร์โปรเซสเซอร์สำหรับระบบคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์สื่อสาร และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เอเอ็มดีคือผู้นำเสนอโซลูชั่นมาตรฐานที่มุ่งตอบสนองทุกๆ ความต้องการของผู้ใช้เทคโนโลยีทุกระดับ ตั้งแต่องค์กรธุรกิจและหน่วยงานรัฐบาล ไปจนถึงผู้บริโภคระดับคอนซูเมอร์ทั่วไa ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.amd.com หมายเหตุ ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ บางข้อความเป็นการคาดการณ์ถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและเป็นไปตามกฎหมาย Private Securities Litigation Reform Act of 1995 ซึ่งข้อความที่เป็นการคาดการณ์จะมีคำเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย เช่น "แผน", "อาจจะ", "คาดว่า" และคำอื่นๆ ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน การคาดการณ์ถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นการประเมินจากสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบัน ณ วันที่ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกเผยแพร่ออกไป นักลงทุนพึงระลึกอยู่เสมอว่าข้อความเหล่านี้มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการควบรวมกิจการระหว่างเอเอ็มดีและเอทีไอให้ต่างไปจากที่คาดการณ์ไว้ก็ได้ ความเสี่ยงหรือปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ได้แก่ รายได้, ค่าใช้จ่าย, อัตราการเติบโต และตัวแปรอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในแผนอาจไม่เป็นจริง 100% หรืออาจต้องใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้; ตัวเลขการดำเนินงานต่างๆ อาจไม่เติบโตตามที่คาดไว้; เอเอ็มดีหรือบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการกับเอทีไออาจไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จ สำหรับเป้ากำไรขั้นต้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว, ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา, ค่าใช้จ่ายทั่วไปหรือค่าใช้จ่ายในการบริหาร, กำไรจากการดำเนินงาน, โครงสร้างต้นทุนหรืออัตราส่วนหนี้ต่อทุน; เอเอ็มดีหรือบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการกับเอทีไออาจต้องการเงินทุนเพิ่มเติมหรืออาจไม่สามารถหาเงินทุนเพิ่มเติมได้ในบางช่วงหรือตลอดเวลา; ความล่าช้าอันเกิดจากการรวมคนและการทำงานของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน; การเสื่อมค่าของกู๊ดวิลล์และสินทรัพย์ถาวรอื่นๆ จากการดำเนินงานและผลของมันส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์และกำไรของบริษัทใหม่; ปัจจัยกระทบอื่นๆ ที่คาดไม่ถึงจากการขยายตัวของตลาดและระดับความต้องการผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของบริษัทใหม่; การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีในกลุ่มคอมพิวติ้งและคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์; ความสามารถในการพัฒนา, เปิดตัว และทำตลาดผลิตภัณฑ์ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด; ต้นทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของการควบรวม ดังที่ได้อธิบายไว้ในเซ็กชั่น "Risk Factors" ในรายงานผลการดำเนินงานที่ส่งถึงผู้ถือหุ้นของเอทีไอและในรายงานที่เอทีไอและเอเอ็มดียื่นให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (U.S. Securities and Exchange Commission) รายละเอียดที่ http://www.sec.gov และในเซ็กชั่น “Risk Factors” ในรายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสของเอเอ็มดี แบบฟอร์ม 10-Q สิ้นสุดวันที่ 26 มีนาคม 2006 และเซ็กชั่น “Risks and Uncertainties” ในรายงานผลการดำเนินงานของเอทีไอ แบบฟอร์ม 40-F ปีสิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2005 โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ 3.12 “Narrative Description of the Business – Risks and Uncertainties” ในรายงานผลประกอบการประจำปี 2005 ของเอทีไอ และเซ็กชั่น Risks and Uncertainties ในรายงานผลประกอบการประจำปี 2005 หน้า 30 ของเอทีไอที่ยื่นให้กับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แคนาดา รายละเอียดที่ http://www.sedar.com เราแนะนำให้ผู้อ่านอ่านหมายเหตุในรายงานดังกล่าวอย่างละเอียดประกอบด้วย และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับแก้ข้อความที่เป็นการคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งปรากฏในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ มิส ลิน ยอง ผู้จัดการการตลาดคอนซูมเมอร์ บริษัท เอเอ็มดี ฟาร์อีส จำกัด (65) 6559 9951 [email protected] ประชาสัมพันธ์ข่าวโดย บริษัท พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง จำกัด สุชาย เฉลิมธนศักดิ์ 0 2971 3711 [email protected] สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวเอทีไอ เทคโนโลยีส์+โปรเซสเซอร์วันนี้

COLORFUL ประกาศเปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง EVOL P15 มาพร้อมกราฟิก NVIDIA GeForce RTX 50 Series

บริษัท Colorful Technology จำกัด แบรนด์ชั้นนำด้านส่วนประกอบเกมมิ่งพีซี แล็ปท็อปเกมมิ่งและผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงไฮไฟ ประกาศเตรียมเปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นใหม่ COLORFUL EVOL P15 ขยายไลน์อัป EVOL ด้วยกราฟิกเจเนอเรชันใหม่ NVIDIA GeForce RTX 50 Series โดยซีรีส์ EVOL P15 ถูกออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ ครีเอเตอร์ และผู้ใช้งานที่เน้นประสิทธิภาพ ผสานโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ หน้าจอรีเฟรชเรตสูง และงานออกแบบอุตสาหกรรมที่เรียบหรู ลงตัวในขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว ซีรีส์ EVOL P15 จะวางจำหน่ายใน 2 รุ่นย่อย มาพร้อมกราฟิก NVIDIA

ชูโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI 400 Series ครบ... ASUS จับมือ AMD เปิดตัวโน้ตบุ๊ก AI PC ล่าสุดจาก CES 2026 พร้อมวางจำหน่ายในไทย — ชูโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI 400 Series ครบไลน์อัป Zenbook, Vivobook และ Pro...

สรุปสาระสำคัญ ในปี 2025 AWS, Azure, Googl... AMD - มาตรฐานใหม่ของการประมวลผลบนคลาวด์ — สรุปสาระสำคัญ ในปี 2025 AWS, Azure, Google Cloud และ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) ได้ขยายกลุ่ม...

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 "Thailand Smart ... การมอบรับรางวัล dSURE บริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ จำกัด — วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 "Thailand Smart City Expo 2023" จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์...

บริษัท ไทย แอดวานซ์ อินโนเวชั่น จำกัด (ไท... ไทยคม จับมือ เออาร์วี จัดตั้งบริษัทร่วมทุน “เอทีไอ เทคโนโลยีส์” รุกธุรกิจโดรน — บริษัท ไทย แอดวานซ์ อินโนเวชั่น จำกัด (ไทย เอไอ) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ...

AMD ควบ ATI เสร็จสมบูรณ์ เปิดฉากผู้นำเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์อันดับ 1 ของโลก

บริษัท เอเอ็มดี (NYSE:AMD) เปิดเผยว่า ขณะนี้การควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท เอเอ็มดี กับบริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ (ATI Technologies) มูลค่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ลงแล้ว การควบรวมในครั้งนี้เป็นการรวมจุด...

AMD ควบ ATI ไม่มีปัญหา ศาลสูงออนตาริโอให้ผ่านฉลุย

บริษัท แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ เอเอ็มดี (NYSE: AMD) และบริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ (TSX: ATY, NASDAQ: ATYT) เปิดเผยว่า ศาลสูงออนตาริโอ (Ontario Superior Court of Justice) อนุมัติให้เอเอ็มดีสามารถควบรวมกิจกรรมกับเอทีไอผ่านทางการซื้อขายหลักทรัพย์ได้...