กฟผ. มั่นใจบริหารต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ ส่งผลดีต่อค่าเอฟทีงวดถัดไป

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--21 พ.ย.--กฟผ.

กฟผ. เผยเดือนตุลาคม 2549 อากาศหนาวและน้ำท่วมส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟลดต่ำลง ระบุบริหารจัดการค่าเอฟทีโดยเน้นเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงราคาต่ำ คือ ถ่านหินและพลังน้ำ มั่นใจควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้า ลดค่าเอฟที ได้ตามมติเรกูเลเตอร์ เชื่อส่งผลดีถึงค่าเอฟทีงวดหน้าที่เข้าสู่ฤดูร้อนและจะมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น นายวินิจ แตงน้อย รองผู้ว่าการควบคุมระบบ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ และประเมินการบริหารจัดการผลิตและซื้อไฟฟ้า เพื่อเป็นการสนองนโยบายของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า (เรกูเลเตอร์) ที่กำหนดให้ปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) งวดเดือน ต.ค. 2549 – ม.ค. 2550 ลง 7.02 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 78.42 สตางค์ต่อหน่วย จากงวดก่อน ที่เรียกเก็บ 85.44 สตางค์ต่อหน่วย กฟผ. ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนตุลาคม 2549 ซึ่งเป็นเดือนแรกของการเรียกเก็บค่า Ft งวดใหม่ พบว่า มีการผลิตและซื้อพลังงานไฟฟ้ารวม 12,037 ล้านหน่วย น้อยกว่าแผนฯ ที่ประมาณการไว้ Z12,198 ล้านหน่วย) 161 ล้านหน่วย ซึ่งมีสาเหตุมาจากอากาศหนาวอุณหภูมิลดต่ำลง และสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางกว่า 46 จังหวัด ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง รองผู้ว่าการควบคุมระบบ กฟผ. กล่าวต่อไปว่า ตามแผนการบริหารจัดการผลิตและซื้อไฟฟ้า กฟผ. ได้ดำเนินการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าให้มีความพร้อม สำหรับการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ และสอดคล้องกันระหว่างเชื้อเพลิงกับโรงไฟฟ้าแต่ละประเภทที่มีอยู่ในระบบ โดยเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตกระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินและลิกไนต์ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนต่ำให้มากที่สุด สำหรับเดือนตุลาคม 2549 กฟผ. ผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินนำเข้า และลิกไนต์ 2,259 ล้านหน่วย มากกว่าแผน ที่กำหนดไว้ (1,835 ล้านหน่วย) ถึง 424 ล้านหน่วย เนื่องจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จ.ระยอง หน่วยที่ 1 ใช้ถ่านหินนำเข้าเป็นเชื้อเพลิง มีความพร้อมสามารถจ่ายไฟได้มากกว่าประมาณการ และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี หน่วยที่ 2 มีการทดสอบการจ่ายไฟฟ้ามากกว่าแผนที่ประมาณการไว้ นอกจากนี้ กฟผ. ยังสามารถผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้ถึง 846 ล้านหน่วยมากกว่าแผนที่กำหนดไว้ (460 ล้านหน่วย) ถึง 386 ล้านหน่วย เนื่องจากมีปริมาณน้ำเข้าเขื่อนสูงกว่าเกณฑ์ปกติมาก สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในเดือนตุลาคม ตามแผนประมาณการว่าจะใช้ ก๊าซธรรมชาติ 1,924 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน แต่ใช้จริงเพียง 1,855 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ส่วนการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตา คาดว่าจะใช้ 167 ล้านลิตร แต่ในความเป็นจริงใช้เพียง 35 ล้านลิตร และใช้นำมันดีเซลเพียง 0.4 ล้านลิตร จากที่ประมาณการไว้ 2.3 ล้านลิตร “เมื่อประเมินจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ และปริมาณเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่นำมาใช้ผลิตไฟฟ้าในเดือนตุลาคม พบว่า กฟผ. สามารถนำเชื้อเพลิงที่มีราคาถูกมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงที่มีราคาแพง โดยเฉพาะน้ำมันเตา และน้ำมันดีเซลลดลง ซึ่งมีปริมาณการ ใช้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ทำให้ กฟผ. มั่นใจว่าในช่วง 3 เดือนที่เหลือ การผลิตและการใช้เชื้อเพลิงจะเป็นไปตามแผน ที่กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้การบริหารค่าเอฟทีงวดเดือน ต.ค. 2549-ม.ค. 2550 ได้ตามที่คณะกรรมการฯ มีมติให้ลดลง 7.02 สตางค์ นอกจากนี้ยังจะส่งผลดีต่อการบริหารค่าเอฟทีของงวดหน้า (เดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคม 2550) ที่จะมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นเพราะย่างเข้าฤดูร้อน อีกด้วย ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับส่วนนี้ จะตกอยู่กับประชาชนผู้ใช้ไฟทั้งหมด” นายวินิจกล่าว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กองประชาสัมพันธ์กลุ่มระบบส่ง โทรศัพท์ 0 2436 2342, 0 2436 8363 โทรสาร 0 2436 2394

ข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย+การไฟฟ้าฝ่ายผลิตวันนี้

ภาครัฐ-เอกชนร่วมเชิดชู 5 โครงงานวิทยาศาสตร์เยาวชน คว้ารางวัลพิเศษ เวที Prime Minister's Science Award 2026

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เป็นประธานเปิดโครงการ Prime Minister's Science Award 2026 รอบชิงชนะเลิศ โดยมี ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ NSM เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลฯ โดยได้คัดเลือกสุดยอดโครงงานวิทย์ฯ ของเยาวชนระดับประเทศที่มีผลงานโดดเด่น โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาตรฐานสากล มอบแสงส... Solar PPM ผนึกกำลัง กฟผ. ขับเคลื่อนโครงการ "หนึ่งพลังงาน สร้างร้อยการเรียนรู้" — ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาตรฐานสากล มอบแสงสว่างแห่งโอกาส ณ โรงเรียนเพียงหลว...

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้... Dow หนุนเวที First Tech Challenge เฟ้นหานักประดิษฐ์หุ่นยนต์ทีมไทย ลุยชิงแชมป์โลก — กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์ (Ma...