ไทยแลนด์โฟกัส 2007 ประสบความสำเร็จ ผู้ลงทุนขานรับ เผยได้ข้อมูลครบ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และข้อมูลบริษัทจดทะเบียนชั้นนำ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--14 ก.ย.--ตลท.

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจัดงานไทยแลนด์ โฟกัส 2007 ซึ่งร่วมจัดโดยบริษัทหลักทรัพย์เมอร์ริล ลินช์ และบล.ภัทร จำกัด (มหาชน) ว่า ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ถึงแม้จะมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการเมือง และเศรษฐกิจของประเทศต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยในช่วง 2 วันแรกของการจัดงาน (12-13 ก.ย.2550) ได้มีการนำเสนอข้อมูลรวม 6 หัวข้อสัมมนา ในประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสถาบันต่างประเทศ ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวนโยบายของภาครัฐ ภาพรวมและแนวโน้มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ อาทิ การท่องเที่ยวและการบิน ยานยนต์ แอนิเมชั่น และการสื่อสารโทรคมนาคม รวมไปถึงแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ดังนั้น ภาพรวมของงานที่จัดขึ้น จึงถือได้ว่าตอบสนองความต้องการของสถาบันที่ต้องการรับทราบข้อมูลปัจจุบันของไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ในวันแรกนั้น ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ปาฐกถาพิเศษให้ความมั่นใจแก่ผู้ลงทุนและแนวทางที่จะกระตุ้นการเติบโตด้านเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านสังคมและการพัฒนาหลักการประชาธิปไตย รวมทั้ง ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งน่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือนมกราคม ปี 2551 สำหรับการพบบริษัทจดทะเบียนเพื่อหาข้อมูลเพื่อการลงทุนแบบรายต่อรายนั้น ผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากโดยตลอด 2 วันที่ผ่านมามีการพบปะกันรวมถึงกว่า 600 ครั้ง โดยเมื่อครบ 3 วันจะมีการพบปะกันรวมประมาณ 1,000 ครั้ง โดยบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมพบปะผู้ลงทุน 63 บริษัทนั้น มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันประมาณร้อยละ 70 ของทั้งตลาด และเป็นตัวแทนจาก 15 หมวดธุรกิจ ซึ่งคาดว่าตลอด 3 วันของงานจะมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียนถึง 151 คนเข้าร่วม ทั้งนี้ จำนวนผู้ลงทุนสถาบันที่เข้าร่วมงานทั้งหมด 270 รายนั้น มีผู้ลงทุนสถาบันที่เข้าร่วมพบปะกับบริษัทจดทะเบียน มีจำนวนสูงถึง 203 ราย แบ่งเป็นต่างประเทศ 91 ราย และ 112 รายจากไทย รวมจำนวนผู้บริหารของผู้ลงทุนสถาบันที่เข้าร่วมพบปะบริษัทจดทะเบียนถึง 538 คน กลุ่มที่ผู้ลงทุนสถาบันให้ความสนใจมากเป็นพิเศษได้แก่ กลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม และกลุ่มบริการทางการแพทย์ โดยสนใจที่จะพบกับบริษัทที่เป็นผู้นำในแต่ละธุรกิจ (leading player) เนื่องจากต้องการติดตาม ผลการดำเนินงาน และแนวโน้มของการดำเนินธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลกระทบจากการที่เศรษฐกิจโลกเริ่มชลอตัวเริ่มส่งผลในบางอุตสาหกรรม โดยผู้ลงทุนเชื่อว่าจะเริ่มมีการฟื้นตัวของการบริโภคในปีหน้า สำหรับคำถามที่ผู้ลงทุนสถาบันสอบถามจากบริษัทจดทะเบียน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องกลยุทธ์การดำเนินงาน แนวโน้มการเติบโตของบริษัท และการบริหารเงินทุนของบริษัท (Capital Management) โดยให้ความสนใจเกี่ยวกับการเติบโตของบริษัท ข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลว่าสมดุลกับการเติบโตของบริษัทหรือไม่ รวมทั้ง ยังสนใจเรื่องบรรษัทภิบาล โดยสอบถามถึงการดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นด้วย ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนบางแห่งมีคิวพบผู้ลงทุนสถาบันตลอดทั้งวัน จนกระทั่งต้องจัดให้มีการร่วมรับประทานอาหารกลางวันไปพร้อมกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ลงทุนสถาบันได้พบปะกับบริษัทขนาดกลางที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อหาบริษัทที่มีศักยภาพเพื่อเข้าลงทุน โดยในปีนี้มีบริษัทใน mai เข้าร่วมงาน 3 บริษัท และได้พบปะกับผู้ลงทุนโดยเฉลี่ย 4 – 5 ครั้งต่อ 1 บริษัท ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดี นายแอนเดอร์ส วิลห์บอร์น กรรมการผู้จัดการกลุ่มงานบริหารลูกค้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บล. เมอร์ริล ลินช์ (เอเชีย แปซิฟิก) จำกัด กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ลงทุนสถาบันที่เข้าร่วมงานบางรายเห็นว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยการมาร่วมงาน Thailand Focus 2007 ทำให้ได้รับข้อมูล และได้พบบริษัทที่สนใจจะเข้าลงทุน ทั้งนี้ เห็นว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้น นับเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่จะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยจะมีผลต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุน รวมทั้ง ความเชื่อมั่นด้านการบริโภค ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ และให้ความสำคัญกับคุณค่าและผลตอบแทนจากการลงทุน ได้ให้ความเห็นว่าหลังมีความชัดเจนทางการเมืองแล้ว อาจให้ความสนใจที่จะลงทุนในบางบริษัทในกลุ่มโทรคมนาคม และสาธารณูปโภค และผู้ลงทุนรายหนึ่งได้ให้ความเห็นว่า ในระยะสั้น อาจมีการลงทุนในสถาบันการเงินขนาดกลางบางแห่ง โดยเฉพาะที่ทำธุรกิจประกันชีวิต กองทุนรวม และธุรกิจเงินทุน ในขณะที่นักลงทุนบางรายสนใจที่จะเข้าลงทุนในบริษัทที่ได้รับผลดีจากการเลือกตั้ง เช่น บริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น สำหรับการสัมมนา 4 หัวข้อในวันที่ 13 กันยายน ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมาก โดย ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการและผู้จัดการ ประธานสายงานวิจัย บล.ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หัวข้อแรกในวันนี้ คือเรื่อง Policy Option for Future Government นั้น ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เสนอข้อมูลที่ชี้ให้เห็นชัดว่าในอนาคตประเทศไทยมีความต้องการในด้านใด สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อคืออะไร การสัมมนาในหัวข้อนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า ทั้งผู้นำของประเทศและนักการเมืองรู้ว่าประเทศต้องการอะไร และจะต้องทำอะไร ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าหลังการเลือกตั้ง ประเทศไทยมีแนวทางชัดเจนว่าจะต้องทำอะไรต่อไป แต่สิ่งที่ต้องมีการติดตามคือจะสามารถนำนโยบายต่าง ๆ ไปดำเนินการให้เห็นผลได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต ในการเสวนาหัวข้อนี้ ผู้นำพรรคและกลุ่มการเมืองทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชาชน ได้ให้ความสำคัญกับการดึงความเชื่อมั่นกลับมา การสร้างความมั่นคงทางการเมือง รวมทั้ง ความโปร่งใสในการบริหารงาน รวมถึง ความชัดเจนในนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในอนาคต โดยส่วนใหญ่ชูนโยบายผลักดันเศรษฐกิจ โดยมีการให้ความสำคัญกับระบบการออมภาคบังคับเพื่อความมั่นคงหลังเกษียณอายุ การสร้างความสามารถในการแข่งขัน อาทิ การลดต้นทุน การวางระบบโลจิสติกส์ซึ่งปัจจุบันไทยยังมีค่าใช้จ่ายด้านนี้ที่สูงกว่าประเทศอื่น การพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาด้านการศึกษา สำหรับการสัมมนาหัวข้อ Thailand’s Productivity & Competitiveness หรือความสามารถด้านการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยนั้น วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิให้ความสำคัญกับความสามารถในการผลิต และแนวทางการจัดการการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวทางการใช้ทรัพยากรทดแทน การส่งเสริมเทคโนโลยีชีวภาพ รวมทั้งแนะนำว่า ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสามารถในการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ในตลาดโลก รวมถึงการเน้นจุดขายที่คุณภาพของสินค้าเป็นหลักด้วย ดร.ศุภวุฒิ กล่าวเสริมว่า ในด้านการเกษตรและภาคการผลิตซึ่งดูที่ภาคการเกษตรนั้น ในช่วงหลังมีการชลอตัวลง ดังนั้น รัฐบาลจะต้องมีนโยบายในการจัดการที่ชัดเจน ภาคที่น่าเป็นห่วงคือภาคอุตสาหกรรมซึ่งเรามีอันดับที่ลดลงเรื่อย ๆ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องมีการจัดการเช่นกัน และหวังว่ารัฐบาลใหม่จะต้องสานต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อไป ด้านอนาคตของธุรกิจโทรคมนาคมในการสัมมนาหัวข้อ Telecommunications: Future Directions ซึ่งผู้บริหารจากผู้ประกอบธุรกิจเอกชน 3 รายได้แก่ บมจ. โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชัน บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และบมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส มาร่วมแสดงความคิดเห็นถึงทิศทางในอนาคต โดยทางเอกชนเห็นว่า ประเทศไทยจะก้าวไปสู่วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น รวมถึงการใช้อินเทอร์เน็ตในภาคครัวเรือนที่แพร่หลายมากขึ้น อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องรอให้มีรัฐบาลใหม่ และมีกฎหมายรองรับการจัดตั้ง คณะกรรมการกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) เสียก่อน จึงจะเห็นความชัดเจนของการนำวิวัฒนาการต่างๆ มาพัฒนาในตลาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการเสวนาเกี่ยวกับศักยภาพของธุรกิจแอนิเมชั่นของไทยในหัวข้อ “Thailand’s Animation Industry” ประธานสมาคมส่งเสริมธุรกิจคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมด้านแอนิเมชั่น คอมพิวเตอร์ กราฟฟิค และเกมส์มีการเจริญเติบโตสูงมากในช่วงสามปีที่ผ่านมา และปัจจุบัน ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ โดยยกเว้นภาษีให้กับบริษัทที่ประกอบการด้านแอนิเมชั่นเป็นระยะเวลา 8 ปี และยังเปิดเสรีให้กับการลงทุนของชาวต่างชาติด้วย จึงเชื่อว่าธุรกิจนี้ยังจะสามารถเติบโตจาก 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในเวลาห้าปี

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

"SAPPE" ร่วมงาน Opp Day กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 15% เร่งดัน 'Mogu Mogu' สู่ Global Brand

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE นำโดย นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายอเนก ลาภสุขสถิต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,253 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 776 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก พร้อมกันนี้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกั... KFENFIX คว้า Morningstar Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงศรี — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) ได้รับรางวัลก...

พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั... ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท — พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั้น Idol Marketing ...

ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรั... ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร — ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับมาตรฐานองค์กรทุกมิติ ธรรมาภิบาล เพิ่มมูลค่าธุรกิจ...

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริ... SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว — นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเ...

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้า... L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ. — นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร...