“แฮปปี้แลนด์ กรุ๊ป” เปิดตัว บ้านแนวคิดใหม่สไตล์ “Urban Forest” ครั้งแรกในไทย

10 Oct 2007

กรุงเทพฯ--10 ต.ค.--แฮปปี้แลนด์ กรุ๊ป

แฮปปี้แลนด์ ชูแนวคิดใหม่ "Urban Forest" แนวคิดการออกแบบบ้านผสานธรรมชาติและนวัตกรรมประหยัดพลังงานเข้าด้วยกัน ให้บ้านเป็นธรรมชาติเสมือนส่วนหนึ่งในครอบครัว

นายกัณฑสิทธิ์ ยงกฤตมุข ผู้จัดการโครงการแฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์ เปิดเผยถึง การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของแฮปปี้แลนด์ให้ดูทันสมัยขึ้น จึงทำให้เกิดการรวมพลังคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเปิดตัวแนวคิดใหม่ “บ้านผสานธรรมชาติ” สไตล์ "Urban Forest" ที่ แฮปปี้แลนด์ แกรนวิลล์ ลาดพร้าว101 นายกัณฑสิทธิ์ กล่าวว่า ทางบริษัทต้องการปฏิวัติรูปแบบการอยู่อาศัยในประเทศไทย เพื่อตอบสนองกับกระแสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้ทำการ Re-Buildingโครงการแฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนรู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยแนวคิด “Urban Forest" ที่เป็นการผสานการออกแบบบ้านและนวัตกรรมด้านประหยัดพลังงานเข้าด้วยกัน การเพื่อสร้างแนวคิดใหม่ของแฮปปี้แลนด์ ในสไตล์ “Urban Forest” ได้ชูแนวคิดบ้านเป็นธรรมชาติเสมือนส่วนหนึ่งในครอบครัว โดยออกแบบให้เป็น Vertical Green Wall หรือกำแพงสีเขียวที่โอบล้อมบ้านอย่างกลมกลืน และคำนึงถึงแนวคิดเดิมของโครงการ คือความอยู่เย็นเป็นสุขของผู้อยู่อาศัยในโครงการเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมของโครงการทำให้โครงการของแฮปปี้แลนด์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีคุณภาพในตลาด อีกทั้งยังถือว่าทาวน์โฮมสไตล์ “Urban Forest” นี้จะนำมาพัฒนาเป็นต้นแบบของแฮปปี้แลนด์ในโครงการต่างๆต่อไป

สำหรับโครงการแฮปปี้แลนด์แกรนวิลล์ เป็นโครงการทาวน์โฮมตั้งอยู่บนพื้นที่รวม 26 ไร่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1,010 ล้านบาท ตัวโครงการตั้งอยู่ซอยลาดพร้าว 101 บางกะปิ กรุงเทพฯ เชื่อมต่อถนนลาดพร้าว ถนนนวมินทร์ ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนรามอินทรา -อาจณรงค์ โดยโครงการจะประกอบด้วยทาวน์โฮม 3 ชั้น 6 ระดับ จำนวน 251 ยูนิต มี 2 ขนาด คือ 22 ตร.วา “Golden Home”พื้นที่ใช้สอย190 ตร.ม.และ 28 ตร.วา “Diamond Home”พื้นที่ใช้สอย 230 ตร.ม. ทั้ง 2 ขนาดมี 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องพักผ่อน ที่จอดรถ 2 คัน พร้อม มัลติฟังก์ชั่น ให้คุณเลือกได้ตามความต้องการ ในระดับราคาเริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท พร้อมสโมสรขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำฟรีฟอร์มขนาดใหญ่ ฟิตเนส ซาวน่า จากุสซี่ (Jacuzzi) และห้องอบไอน้ำ

ซึ่งขณะนี้โครงการเหลือเฟสสุดท้าย คาดว่าจะขายหมดภายในสิ้นปี50 นี้ และในโอกาสพิเศษนี้ “บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะพัฒนาโครงการ“แฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์” ให้มีความสมบูรณ์แบบตอบสนองแนวคิด "Urban Forest" พื้นที่สีเขียวรอบบ้านรอบโครงการให้เข้ากับการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญของโครงการ รวมทั้งทำเลลาดพร้าว 101 ซึ่งถือเป็นทำเลที่อยู่อาศัยที่มีศักยภาพโดดเด่นของกรุงเทพฯ ด้วยโครงข่ายคมนาคมที่เข้าออกได้หลายทาง ทางด่วนที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว คาดว่าทำเลดังกล่าวจะกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการอยู่อาศัยที่สำคัญในอนาคต” นายกัณฑสิทธิ์ กล่าว

ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต เปิดเผยถึง การออกแบบบ้านผสานธรรมชาติให้กับ “แฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์” ด้วยคอนเซ็ปต์ “Urban Forest” ว่า เป็นแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นและไม่ใช่แค่คุณภาพชีวิตของคนอยู่อาศัยอย่างเดียว แต่เป็นคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยทั้งหมู่บ้านด้วย ซึ่งในที่สุดจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนเมืองดีขึ้น โดยแนวคิดการออกแบบ จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในแนวตั้งและทุกชั้นที่อยู่อาศัย ที่ใช้ได้จริง ซึ่งจะทำให้โครงการ แฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์ มีสวนหรือพื้นที่สีเขียวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อยู่อาศัยในบ้านรู้สึกราวกับว่าอยู่ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” บรรยายกาศรอบๆ เป็นสวนและต้นไม้

สำหรับบริษัทแฮปปี้แลนด์นั้น มีความสนใจในความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้านในโครงการเสมอ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะขายสินค้าอย่างเดียว ซึ่งถือว่ามีความตั้งใจชูภาพลักษณ์ใหม่ สร้างมุมมองของความทันสมัยและห่วงใยสภาพแวดล้อมที่ดีของการอยู่อาศัย และเป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่ร่วมรณรงค์ภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน เนื่องจากวัสดุใช้สร้างอาคารในปัจจุบันดูดซับและสะท้อนความร้อนมาก จึงมีการออกแบบให้เป็น Vertical Green Wall กับที่พักอาศัยเพื่อกันความร้อน จริงๆ แล้ว Vertical Green Wall นั้น ก็คือ การทำให้เกิด “กำแพง” สีเขียวโอบล้อมอาคารในทุกพื้นที่ของโครงการ เพื่อลดการดูดซับความร้อน และให้การสัมผัสกับธรรมชาติเป็นสิ่งใกล้ตัว ผนังต้นไม้นี้เป็นงานฝีมือหัตถกรรม เป็นงานถักทอโดยภูมิปัญญาไทย เลือกเส้นใยธรรมชาติ และลายที่โปร่งพอที่จะให้ใบไม้เติบโตเลื้อยผ่านได้ “เมื่อเข้าบ้านแล้วมองไปทางไหนจะยังอยู่กับธรรมชาติ ต้นไม้จะกลายเป็นเสมือนชีวิตที่เติบโตไปพร้อมๆ กับผู้ที่อยู่อาศัยในบ้าน เป็นบ้านซึ่งมีสวนอยู่ในบ้านด้วย การมีต้นไม้มากจะช่วย ลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน และลดความร้อนโดยรวมของหมู่บ้าน (reducing Heat Island Effect) ภายในบ้านจะเน้นวัสดุที่ใช้งานจริงและโปร่งโล่ง เพื่อให้อยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติมากขึ้น ช่วยลดการใช้พลังงานลง ใช้แสงธรรมชาติมากขึ้น ทั้งหลังจะติดแอร์อยู่ 2 ห้อง คือ ห้องนอน ที่เหลือจะโปร่งเหมือนกับอยู่ชานบ้านไทยแบบดั้งเดิม

ส่วนบริเวณหน้าบ้าน บันไดจะทำเหมือนก้อนหินในสวน พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านชั้นล่างสุดเป็น “ที่ทำงาน” ที่อยู่ในสวนในพื้นที่เปิดโล่งมีลมธรรมชาติ และโอบล้อมด้วยผนังสีเขียว ชั้นสองจะเป็นห้องครัว เป็นชาน มีสวนครัว เช่น พริก สาระแหน่ โหระพา กระเพรา ใบเตย ส่วนชั้นสาม จะเป็นบริเวณส่วนตัว คือ แฟมิลี่รูม (Family room) และห้องนอน (Bedroom and Master bedroom)

สำหรับสวนในบริเวณ Family room จะเป็นสวนประดับมากขึ้น เป็นส่วนที่มีพื้นที่พักผ่อน เน้นไม้ดอก สีเขียว สีขาว และสีส้ม เมื่อขึ้นไปชั้นบนสุด จะเป็นสวนที่มีบ่อน้ำ คือ มีอ่างจากุสซี่ วางบนสนามหญ้า ซึ่งบริเวณผนังจะหุ้มด้วยต้นไม้ทั้งหมด เพื่อให้มีความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศแบบ Outdoor จะเห็นได้ว่าผู้อยู่อาศัยจะเป็นผู้ที่รักต้นไม้ และเอาใจใส่ดูแลรักษา ต้องให้น้ำและตัดแต่ง อยู่ด้วยกันเสมือนหนึ่งคนในครอบครัว ธรรมชาติต้องการการดูแล ถือเป็นการปรับเปลี่ยน Townhouse ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน โครงการแฮปปี้แลนด์จึงเป็นโครงการแรกที่นำมาใช้เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าสำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการ “ ผศ.ดร.สิงห์ กล่าว นายกัณฑสิทธิ์ ยงกฤตมุข ผู้จัดการโครงการแฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการที่อยู่อาศัยประเภททาวน์โฮมเป็นรูปแบบของที่อยู่อาศัย อีกประเภทที่ได้รับความนิยมจากตลาด โดยบริษัทได้นำเสนอแนวคิด "Urban Forest" ถือเป็นแนวคิดที่ตอบสนองการอยู่อาศัยในเมืองได้อย่างแท้จริง เสมือนอยู่อาศัยท่ามกลางป่าอันเขียวขจี ซึ่งคาดว่าโครงการ“แฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์” จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองในบรรยากาศธรรมชาติจริงๆ

ทั้งนี้คอนเซ็ปใหม่ของโครงการยังมุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ของคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิด การทำงานและรสนิยมการอยู่อาศัยที่ไม่ซ้ำแบบใคร ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเพื่อสุขภาพที่ดี รวมถึงการ ออกแบบที่เน้นการจัดสรรพื้นที่ภายในโปร่ง แต่ยังเน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุด นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่ครบสมบูรณ์สำหรับการอยู่อาศัยของคนทำงานยุคใหม่ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญ คือ ทำเลที่ตั้งที่สามารถเข้าออกศูนย์กลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามบริษัทฯได้เข้าร่วมงาน มหกรรมบ้านและคอนโดฯ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 ตุลาคม 2550 นี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนำโครงการของบริษัทฯ ทั้งโครงการแฮปปี้แลนด์แกรนวิลล์ และแฮปปี้แลนด์ ซีวิวไปร่วมงานที่ บูธ C59-61,C68-70 โซน C2 รวมทั้งยังได้นำโครงการ H-Cape (อ่อนนุช) โครงการใหม่ของแฮปปี้แลนด์ในรูปแบบThe New Hip Life Style Complex อยู่บนถนน สุขาภิบาล2 เชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก โดยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งพร้อมจะเปิดตัวในเร็วๆนี้ ไปร่วมออกบูธในงานครั้งนี้ด้วย

ประวัติ แฮปปี้แลนด์ กรุ๊ป

พัฒนาโครงการจัดสรรเพื่อขาย ประเภทบ้าน อาคารที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชยกรรม ฯลฯ

พัฒนาที่ดินเป็นตลาดสด ศูนย์อาหาร ศูนย์การค้าเพื่อเช่าประกอบธุรกิจในระยะยาว

พัฒนาที่ดินเป็นอาคารสำหรับห้องพักให้เช่า หอพักให้เช่ารายวัน รายเดือน

จัดสรรพื้นที่ให้เช่าสำหรับประกอบการค้าเบ็ดเตล็ดทั่วไป

กลุ่มบริษัทแฮปปี้แลนด์ เป็นกลุ่มบริษัทที่ประกอบกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานานเกือบ 40 ปี ชื่อของ " แฮปปี้แลนด์ " เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2516 จากธุรกิจสวนสนุกบนพื้นที่ 20 ไร่ ย่านบางกะปิ และพื้นที่อีก 60 ไร่ ที่ต่อมาได้พัฒนาเป็นศูนย์การค้า ตลาดสด และอาคารพาณิชย์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง จากนั้น บริษัท ฯ ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการจัดสรรเพื่อขาย และพัฒนาศูนย์การค้า ตลาดสด ศูนย์อาหาร อาคารเพื่อพักอาศัย พื้นที่ให้เช่าตราบจนปัจจุบัน ลักษณะกิจการเป็นทั้งโครงการเพื่อขายและเช่า ภายใต้การบริหารงานของคุณชยวีร์ คีตวรนาฏ และ คุณปรัญญา คีตวรนาฏ

ปัจจุบันมีโครงการเพื่อขายจำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการแฮปปี้แลนด์ แกรนด์วิลล์ เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น 6 ระดับ โครงการแฮปปี้แลนด์ ซีวิว เป็นโครงการบ้านเดี่ยว.. ติดทะเล โครงการบ้านสวนแหลมทองรังสิต เป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น และโครงการแฮปปี้แลนด์ วิลล์ ลาซาล

สำหรับโครงการเพื่อเช่า ปัจจุบันประกอบด้วย ตลาดกลางแฮปปี้แลนด์ ศูนย์อาหาร แฮปปี้แลนด์ ไอที พลาซ่า รวมถึงพื้นที่ให้เช่าสำหรับประกอบการค้าเบ็ดเตล็ด และอาคารเพื่อพักอาศัย แฮปปี้แลนด์ แมนชั่น แฟลตแฮปปี้แลนด์ และแหลมทองกรีนเพลส

ในปี พ.ศ. 2550 บริษัท ฯ มีแผนพัฒนาโครงการบนที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของ บริษัท ฯ ควบคู่ไปกับการสำรวจหาที่ดินแปลงใหม่ เพื่อดำเนินการจัดสรรโครงการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หนึ่งในที่ดินแปลงดังกล่าว อันเป็นทรัพย์สินของบริษัท ตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 2 เชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ซึ่งทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยบริษัท ฯ ได้ทำการศึกษา วิจัยพัฒนาอย่างรอบคอบเพื่อให้แผนการพัฒนาโครงการบรรลุผลตามเป้าหมาย และให้ผลตอบแทนสูงสุด

สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net