นิด้าชี้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25-0.50% ไม่ช่วยสกัดเงินเฟ้อ เตือนรับมือหนี้เน่าพุ่ง-คนชะลอซื้อบ้านฉุดอสังหาฯทรุด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--15 ก.ค.--มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์

นักวิชาการนิด้า ชี้แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%-0.50% ไม่ช่วยสกัดเงินเฟ้อพุ่ง เชื่อสิ้นปีมีสิทธิแตะ 10% พร้อมส่งสัญญาณเตือนกลุ่มอสังหาฯ เจอ 2 เด้ง ทั้งต้นทุนการเงินสูง และผู้บริโภคชะลอการซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่กลุ่มสถาบันการเงินต้องเตรียมรับมือเอ็นพีแอลที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ CFA, FRM ผู้อำนวยการ หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการลงทุน และการจัดการความเสี่ยง หรือ FIRM คณะบริหารธุรกิจ นิด้า (NIDA Business School) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ว่า ขณะนี้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) ระยะ 1 วัน ซึ่งเป็นดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น 0.25% และคาดว่าจะปรับขึ้นในการประชุมเดือนสิงหาคมหรือเดือนตุลาคมอีก 0.25% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะไม่สามารถหยุดยั้งภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในขณะนี้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดเงินมีการซึมซับข่าวเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่งผลให้การปรับดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้จะเป็นเพียงการชะลอการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงถึง 10% หรือเป็นตัวเลขสองหลัก จนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศได้ ผู้อำนวยการหลักสูตร FIRM กล่าวด้วยว่า ต้องยอมรับว่า การเลือกแนวทางปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ในครั้งนี้ ยังต้องชั่งน้ำหนักถึงผลกระทบในเรื่องของเงินเฟ้อกับ การเติบโตเศรษฐกิจของประเทศด้วย เพราะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในแต่ละครั้ง จะส่งผลต่อความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย “หากมีการปรับดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกรกฎาคมนี้ เชื่อว่าจะยังไม่ส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนและภาคธุรกิจบริการมากนัก แต่หากมีการปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.25% ในการประชุมเดือนสิงหาคมหรือตุลาคม ทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.50% ภายในสิ้นปีนี้ ต้องจับตาดูกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุด” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพลกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยลบในเรื่องของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อนำมาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ขณะที่ผู้บริโภคจะชะลอการซื้อที่อยู่อาศัย ทำให้การเปิดขายที่อยู่อาศัยโครงการใหม่ๆ จะชะลอตัวลง นอกจากนี้ ยังต้องจับตาในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลของสถาบันการเงิน ที่มีความเป็นไปได้ว่าหนี้เอ็นพีแอลจะเพิ่มขึ้น เพราะประชาชนจะมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลงเช่นกัน “หากมองในมุมกลับกัน ถ้า กนง.ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ก่อน ก็จะสะท้อนให้เห็นว่าให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า และเชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อในขณะนี้ยังพอรับมือได้ เพราะหากมีการปรับดอกเบี้ยย่อมหนีไม่พ้นที่จะส่งผลต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศที่จะชะลอตัวลงไปอย่างแน่นอน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพลกล่าว สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : ศิริขวัญ ธรรมชัยพิเนต (หยิง PR) บริษัท มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด โทร: 0-86321-7018 e-mail : [email protected] สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวจัดการความเสี่ยง+คณะกรรมการนโยบายวันนี้

Ai-First University: UTCC จับมือ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ยกระดับความมั่นคงแห่งชาติด้วย AI

ในยุคที่ เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) กำลังเปลี่ยนสมดุลอำนาจทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทั่วโลก การพึ่งพา AI ต่างชาติ โดยปราศจากยุทธศาสตร์การบริหารจัดการความเสี่ยง อาจหมายถึงการสูญเสีย อธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ของประเทศไทย ทั้งในมิติเศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และความสามารถในการแข่งขันของชาติในระยะยาว สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) ตระหนักถึงความเร่งด่วนนี้ จึงเชิญ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) สถาบันที่ประกาศวิสัยทัศน์ AI First University และเป็น มหาวิทยาลัยด้าน

มาพร้อมกับคุณสมบัติในการปกป้อง AI ขององค์... พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัวนวัตกรรมปกป้อง AI Agent ด้วย Prisma AIRS 2.0 — มาพร้อมกับคุณสมบัติในการปกป้อง AI ขององค์กรในทุกระดับ ตั้งแต่เอเจนต์อัตโนมั...

คณะกรรมการบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท ... SAM ประกาศแต่งตั้ง "สุวรรณี เจษฎาศักดิ์" รองผู้ว่าการ ธปท. นั่งประธานบอร์ดคนใหม่ — คณะกรรมการบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM มีมติแต่...