กกต.กทม.มีมติให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ 51 ใช้งบหาเสียงไม่เกิน 39 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--8 ก.ค.--กทม.

กกต.กทม.มีมติเห็นควรให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ใช้งบหาเสียงได้คนละไม่เกิน 39 ล้านบาท ตั้งแต่การสมัครรับเลือกตั้ง ค่าแรงงาน ค่าเช่าสำนักงาน วัสดุอุปกรณ์ ก น้ำมันเชื้อเพลิง โฆษณาทุกรูปแบบ สาธารณูปโภค ไปรษณีย์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เริ่มนับ 29 มิ.ย.เป็นต้นไป นายพิงค์ รุ่งสมัย ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ครั้งที่ 24/2551 วันที่ 25 มิถุนายน 2551 มีมติกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของผู้สมัครแต่ละคนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น เป็นคนละไม่เกิน 39 ล้านบาท จากเดิมเมื่อ ปี 2547 กำหนดไว้ไม่เกินคนละ 37 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และหน่วยเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 และข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2546 ข้อ 14 และข้อ 15 โดยในครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากการครบวาระการดำรงตำแหน่ง ค่าใช้จ่ายจะนับรวมตั้งแต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายใน 60 วันก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งหรือวันที่ 29 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไปจนถึงวันเลือกตั้ง สำหรับการใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่จะนำมาคิดเป็นค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง ค่าจ้างแรงงานทุกประเภทเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งต้องไม่ขัดกับสภาพความเป็นจริงของแต่ละท้องถิ่น ค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่ ค่าเช่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง ค่าสาธารณูปโภค และค่าไปรษณียากร ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริต

ข่าวน้ำมันเชื้อเพลิง+พิงค์ รุ่งสมัยวันนี้

กลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมกับ เครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโลและพันธมิตรด้านบริการอาหาร ดันโครงการ Fry to Fly ผสานแนวคิด Sustainable Healthcare ขับเคลื่อนความยั่งยืน

ผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก โดยบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด และบริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด และผู้บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลและพันธมิตรด้านบริการอาหารร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ร่วมผลักดันโครงการ Fry to Fly ของกลุ่มบริษัทบางจาก ผสานแนวคิด Sustainable Healthcare ของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซสฯ และบริษัท โซเด็กซ์โซ่ ฟาซิลิตี้ฯ (ประเทศไทย) เพื่อขับ

คาลเท็กซ์ เดินหน้าขยายทางเลือกด้านพลังงาน... คาลเท็กซ์ ชูดีเซล B20 เสริมทางเลือกภาคขนส่ง รับมือราคาพลังงานผันผวน — คาลเท็กซ์ เดินหน้าขยายทางเลือกด้านพลังงานผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันคาลเท็กซ์ ดีเซ...

BSRC ชี้แจงการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา ในช่วงสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงาน

ตามที่ได้มีการแถลงข่าวของหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการตรวจสอบการบริหารจัดการและการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานที่ผ่านมา บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) (BSRC)...

บางจากฯ ชี้แจงการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ในช่วงสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงาน

ตามที่ได้มีการแถลงข่าวของหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการตรวจสอบการบริหารจัดการและการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานที่ผ่านมา บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)...

บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM... PRM รุกตลาดขนส่งน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) หนุนพลังงานสะอาดสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero — บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM ผู้นำด้านการให้บริการเรื...