วางศิลาฤกษ์โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--7 พ.ค.--กระทรวงพลังงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วางศิลาฤกษ์โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 แหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าใจกลางเมือง ที่ช่วยลดการลงทุนและความสูญเสียในระบบส่ง รวมถึงลดโอกาสไฟตก-ไฟดับ พร้อมเสริมความมั่นคงในการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นของประเทศ วันนี้ (7 พฤษภาคม 2551) พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 โดยมีนายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ. ) พร้อมคณะผู้บริหาร กฟผ. ให้การต้อนรับ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และชุมชนจังหวัดนนทบุรี ให้เกียรติร่วมในพิธี โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 มีสถานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี อยู่ในบริเวณโรงไฟฟ้าพระนครเหนือเดิมที่หมดอายุลง และได้รื้อถอนออกไปเมื่อปี 2548 เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ขนาดกำลังผลิตติดตั้งรวม 704 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันแก๊ส จำนวน 2 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 221 เมกะวัตต์ และเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ จำนวน 1 เครื่อง ขนาดกำลังผลิต 262 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติจากสหภาพพม่าเป็นเชื้อเพลิง เป็นโรงไฟฟ้าที่ถูกบรรจุในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2547-2558 หรือ PDP 2004 และได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2549 เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นตามความเจริญเติบโตด้านสังคม เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม โดยมีบริษัทคู่สัญญาผู้รับจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้า ได้แก่ The Consortium of Sumitomo Corporation, Hitachi Ltd. และ บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดิเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ด้วยงบลงทุน17,545 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 39 เดือน กำหนดแล้วเสร็จและสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในเดือนมีนาคม 2553 จุดเด่นของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 อยู่ใกล้ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า จึงสามารถช่วยลดการลงทุนด้านระบบไฟฟ้า และลดความสูญเสียในระบบส่ง รวมถึงลดโอกาสการเกิดปัญหาไฟตก-ไฟดับ อีกทั้งเป็นโรงไฟฟ้าที่ถูกออกแบบให้สอดรับกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม รวมถึงมีมาตรการควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมเรื่องคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และคุณภาพเสียง ทั้งระยะก่อนก่อสร้าง ระยะก่อสร้าง และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ สำหรับการสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนรอบโรงไฟฟ้า กฟผ. ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาด้านการส่งเสริมอาชีพ อาชีวอนามัย ศาสนา การศึกษา การจ้างแรงงานท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภค นอกจากนั้นเมื่อโรงไฟฟ้าก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถจ่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ปี 2553 จะมีการคืนกลับสิ่งดี ๆ ให้ชุมชนในรูปแบบกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า 1 สตางค์ต่อทุกหน่วยที่ขายไฟฟ้าได้ หรือประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องต่อไป

ข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย+พลโทหญิง พูนภิรมย์วันนี้

ภาครัฐ-เอกชนร่วมเชิดชู 5 โครงงานวิทยาศาสตร์เยาวชน คว้ารางวัลพิเศษ เวที Prime Minister's Science Award 2026

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เป็นประธานเปิดโครงการ Prime Minister's Science Award 2026 รอบชิงชนะเลิศ โดยมี ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ NSM เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลฯ โดยได้คัดเลือกสุดยอดโครงงานวิทย์ฯ ของเยาวชนระดับประเทศที่มีผลงานโดดเด่น โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาตรฐานสากล มอบแสงส... Solar PPM ผนึกกำลัง กฟผ. ขับเคลื่อนโครงการ "หนึ่งพลังงาน สร้างร้อยการเรียนรู้" — ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาตรฐานสากล มอบแสงสว่างแห่งโอกาส ณ โรงเรียนเพียงหลว...

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้... Dow หนุนเวที First Tech Challenge เฟ้นหานักประดิษฐ์หุ่นยนต์ทีมไทย ลุยชิงแชมป์โลก — กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์ (Ma...