ไลก้าพร้อมรุกตลาดกล้องดิจิตอลในไทยเต็มรูปแบบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--16 ธ.ค.--ไอเดียเวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่นส์

ไลก้า (Leica) ผู้นำเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพจากเยอรมนี เตรียมบุกตลาดกล้องดิจิตอลในไทยเต็มสูบ มั่นใจจุดแข็งในฐานะที่เป็นเทคโนโลยีถ่ายภาพระดับโลกที่ได้รับความเชื่อถือมายาวนาน บวกกับดีไซน์เรียบหรูอย่างมีเอกลักษณ์ จะช่วยให้ไลก้าสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดกล้องระดับบนได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุดเปิดตัวพร้อมกันสามรุ่น ได้แก่ Leica M8.2, Leica D-Lux-4 และ Leica C-Lux-3 หวังเจาะกลุ่มผู้ใช้ตั้งแต่ระดับโปรลงไปจนถึงมือสมัครเล่น นายซุนิล คอล ผู้อำนวยการประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริษัท ไลก้า คาเมร่า เอจี เปิดเผยว่า “ไลก้ามุ่งมั่นพัฒนากล้องถ่ายภาพมาอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบหนึ่งศตวรรษ จนได้รับความเชื่อถือจากผู้ใช้ทั่วโลกและถือเป็นสุดยอดนวัตกรรมด้านวิศวกรรมจากเยอรมนี โดยเฉพาะในแง่ของเลนส์คุณภาพสูงและเทคโนโลยีในการประมวลผลภาพที่แม่นยำ ทำให้ได้ภาพสวยคมชัด ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญ รวมถึงฟังก์ชั่นจำเป็นที่ครบครันและใช้งานง่าย ดีไซน์ที่เรียบหรูและมีเอกลักษณ์ ความแข็งแรงทนทาน และคุณค่าที่คงอยู่แม้เวลาจะผ่านไป โดยปัจจุบันกล้องไลก้าได้ผสานประสิทธิภาพด้านออพติคัลและดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อนำเสนอกล้องคุณภาพสูงที่ตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้ ตั้งแต่ระดับช่างภาพมืออาชีพลงไปจนถึงผู้บริโภคทั่วไป” “สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย ที่ผ่านมาเน้นจัดกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ ผู้ใช้กล้องระดับไฮเอนด์ที่นิยมแบรนด์ไลก้าอยู่แล้วและกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ แต่นับจากปลายปีนี้จนถึงปีหน้า จะขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มคอนซูมเมอร์ด้วยกล้องคุณภาพเยี่ยมในราคาที่น่าสนใจ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อเข้าถึงผู้ใช้ในวงกว้างมากขึ้น อาทิ เวิร์กชอปและโร้ดโชว์ เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปได้สัมผัสและเกิดความประทับใจกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยตรง รวมถึงการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ อย่างเข้มข้น พร้อมจัดแคมเปญ CRM เพื่อรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิม ด้านนายแจกกี้ ชาน รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ชมิดท์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้แทนจำหน่ายกล้องไลก้าในประเทศไทย กล่าวว่า "ตลาดกล้องดิจิตอลในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจขาลงบ้าง แต่กล้องดิจิตอลได้กลายเป็นอุปกรณ์พกพาที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว ประกอบกับแบรนไลก้าเป็นที่ใฝ่ฝันของนักถ่ายภาพทุกระดับอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะยากต่อการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคที่ต้องการความเป็นเลิศในการถ่ายภาพ โดยกล้องที่เปิดตัวในครั้งนี้มี 3 รุ่น ได้แก่ Leica M8.2 ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องจาก M8 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ มาพร้อมกับดีไซน์เรียบหรู ทำงานเงียบ และสามารถบันทึกภาพได้รวดเร็วและแม่นยำ ส่วน Leica D-Lux-4 เป็นกล้องคอมแพ็คสมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับดีไซน์สวยคลาสสิก และ Leica C-Lux-3 เป็นกล้องคอมแพ็ค รูปลักษณ์ทันสมัยและบางเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ในปีหน้ามีแผนจะเปิดตัวกล้อง LEICA S2 สำหรับช่างภาพระดับมืออาชีพ และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ความละเอียดสูงรุ่นประหยัดพลังงานอีกด้วย” “สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย จะให้ความสำคัญกับโมเดิร์นเทรดอย่าง ห้างสรรพสินค้าทั่วไปมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น และสะดวกต่อการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย ทั้งนี้ นอกจากคุณภาพ ประสิทธิภาพ วัสดุ และดีไซน์แล้ว จุดขายอีกอย่างกล้องไลก้า คือ การรับประกันถึง 3 ปีเต็ม ในขณะที่แบรนด์อื่นรับประกันเพียง 1 ปีเท่านั้น จึงเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกล้องคอมแพ็ครุ่นใหม่อย่าง Leica D-Lux 4 และ Leica D-Lux 3 ที่จะทำให้ผู้ที่ชื่นชอบในแบรนด์ไลก้าตัดสินใจเป็นเจ้าของกล้องได้ง่ายขึ้น” นายแจกกี้ กล่าวเสริม ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ Leica M8.2 กล้องเรนจ์ไฟน์เดอร์ Leica M8.2 ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องจาก M8 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ โดย Leica M8.2 มีการปรับปรุงขึ้นอีกขั้นในด้านความเงียบ การใช้งานที่ง่ายและเปี่ยมประสิทธิภาพ และยังคงรักษาความเป็นไลก้า "เอ็ม" ไว้ด้วยคุณภาพของผลงานที่ยอดเยี่ยมผ่านเลนส์ Leica M และเซนเซอร์ CCD ที่ออกแบบมาสำหรับเลนส์ M โดยเฉพาะ นอกจากนี้ อุปกรณ์เสริมต่างๆ ยังสามารถใช้ร่วมกับ Leica M8 ได้อย่างสมบูรณ์ และใช้ได้กับเลนส์ M ส่วนใหญ่ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1954 เป็นต้นมา เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้งาน ในด้านรูปลักษณ์ Leica M8.2 เพิ่มความเข้มขรึมเป็นเอกลักษณ์ด้วยสัญลักษณ์ไลก้าสีดำบนตัวกล้อง มีอุปกรณ์พิเศษแผ่นปิดจอภาพที่ทำจากคริสตัลแซฟไฟร์กันการขูดขีด ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้วัสดุคุณภาพสูงนี้กับกล้องระดับโปร Leica D-Lux-4 กล้อง LEICA D-LUX 4 ได้ชื่อว่าเป็นฉบับย่อส่วนของ M8 เป็นกล้องคอมแพ็คสมรรถนะสูงของไลก้าที่ใช้เลนส์ LEICA DC VARIO-SUMMICRON 5.1-12.8 mm f/2.0-2.8 ASPH เทียบได้กับช่วง 24 – 60 มม. ในกล้อง 35 มม. ครอบคลุมการใช้งานส่วนใหญ่ได้ครบถ้วน เลนส์มุมกว้างระดับ 24 มม. และความสว่าง f/2.0 พร้อมคุณสมบัติป้องกันภาพสั่นไหวที่มาพร้อมกับกล้อง ทำให้ D-LUX 4 เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพชั้นเยี่ยมในงานสร้างสรรค์ ให้ผลงานคุณภาพสูงแม้ในสภาพแสงจำกัด LEICA D-LUX 4 มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้งานได้หลากหลายเป็นพิเศษ เช่น ช่องมองภาพสำหรับติดตั้งกับช่องใส่แฟลช มีกรอบแสงขนาด 24 มม. เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจัดองค์ประกอบภาพได้โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ สล็อตสำหรับคอมแพคท์แฟลช LEICA CF 22 และกริปเสริมที่จะช่วยให้จับกล้องได้ถนัดมือยิ่งขึ้น ตลอดจนซองหนังคุณภาพดีสีน้ำตาลและดำ ด้วยอุปกรณ์เสริมมากมาย ระบบออปติกส์คุณภาพสูงและรูปแบบการใช้งานที่ชาญฉลาด ทำให้ LEICA D-LUX 4 เป็นระบบอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ครบวงจร สามารถตอบสนองต่องานสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เทียบชั้นได้กับกล้องระดับมืออาชีพ จึงเหมาะอย่างยิ่งกับมือสมัครเล่นที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการถ่ายภาพไปสู่ระดับโปร Leica C-Lux-3 Leica C-Lux 3 ความละเอียด 10.1 เมกะพิกเซล ใช้เลนส์ LEICA DC VARIO-ELMARIT 4.4-22 มม. f/2.8-5.9 ASPH คุณภาพสูง เทียบเท่าช่วง 25 - 125 มม. สำหรับกล้อง 35 มม. ถ่ายทอดโทนสีเหมือนจริงและให้ความคมชัดที่ยอดเยี่ยม จอภาพสว่างคมชัดขนาด 2.5" 230,000 พิกเซล เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นอัตโนมัติที่ทำงานแบบอัจฉริยะ ระบบป้องกันภาพสั่นไหว O.I.S. การตรวจหาใบหน้า ชดเชยคอนทราสต์อัตโนมัติ และการเลือกโหมดภาพอัตโนมัติ เพื่อการถ่ายภาพที่สนุก ฉับไว โดยไม่กระทบกับคุณภาพของผลงานในแบบฉบับของไลก้า นี่คือมาตรฐานใหม่สำหรับกล้องอัลตร้าคอมแพคท์ ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้า ผสานกับระบบออปติกส์คุณภาพสูงให้ความคล่องตัวสูงสุดและพร้อมสำหรับการถ่ายภาพในทุกจังหวะสำคัญ ภายใต้รูปลักษณ์ที่มีสไตล์และมีโทนสีสดใส กล้อง Leica M8.2, Leica D-Lux 4 และ Leica D-Lux 3 มีจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ Leica ร้าน Cameras and lens, Foto Friend, และ IQ Lab ราคา 250,000, 38,500 และ 26,900 บาท ตามลำดับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณฐาปนี นันทวิสัย บริษัท ไอเดียเวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด โทร. 081-4456238 E-mail :[email protected] สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวเอเชียแปซิฟิก+ไลก้า คาเมร่าวันนี้

ดีลอยท์ เผยเอเชียแปซิฟิกเข้าสู่ยุค "ดาต้าเซ็นเตอร์บูม" พร้อมแนะใช้พลังงานสะอาดขับเคลื่อนการเติบโตโดยไม่กระทบโครงข่ายไฟฟ้า

เอเชียแปซิฟิกเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์สำคัญของโลก ในจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ขณะที่ออสเตรเลีย อินเดีย และมาเลเซีย กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากความต้องการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ในสถานการณ์ที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้งาน การใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคอาจเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ต่ำกว่า 200 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ในปี 2568 เพิ่มเป็นมากกว่า 1,000 TWh ภายในช่วงกลางปี 2573 โดยดาต้าเซ็นเตอร์อาจคิดเป็นร้อยละ 2.3 ของความต้องการไฟฟ้าในภูมิภาค ภายในปี 2573 ซึ่ง

จัดแสดงโมเดลใหม่ปี 2026 พร้อมจัดเวทีประกว... Harley-Davidson(R) ชวนชาวไทยร่วมเฉลิมฉลองในงาน "Harley-Davidson Nights" ทั่วไทยและต่างประเทศ — จัดแสดงโมเดลใหม่ปี 2026 พร้อมจัดเวทีประกวดดนตรี ชิงโอกาสขึ้...

บมจ. ไทยวา (TWPC) เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 256... TWPC เดินหน้าเต็มสูบ - กลยุทธ์ Multicore ปักธงปี 69 เติบโต Double digit ทั่วเอเชียแปซิฟิก — บมจ. ไทยวา (TWPC) เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 เติบโต Double digit...

วันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ซึ่งตรงกั... โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท เฉลิมฉลองวันนอนหลับโลก ประจำปี 2569 (World Sleep Day 2026) — วันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 13 มีนาคมข...

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลปี 2569 นี้ ดร.ภญ... ต้อนรับวันสตรีสากล 2026 ชวนผู้หญิงดูแลสุขภาพแบบ #GiveToGain เริ่มต้นดูแลตัวเองให้ดีกว่าเดิม — เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลปี 2569 นี้ ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู...

Money20/20 งานฟินเทคชั้นนำระดับโลกและเวที... Money20/20 Asia เผยสุดยอดวิทยากรระดับโลกกว่า 250 คน พร้อมขับเคลื่อนอนาคตทางการเงินในเอเชีย — Money20/20 งานฟินเทคชั้นนำระดับโลกและเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมกา...