ชาวใต้ใช้พลังงานกระฉูด เร่งสร้างเครือข่ายชุมชน หนุนพัฒนาพลังงานทดแทน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--10 ก.ค.--สสส.

นักวิชาการ สสส. ระบุแนวโน้มการใช้พลังงานในภาคใต้เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง คาดอีก 12 ปีข้างหน้าคนใต้ใช้ไฟฟ้าทะลุ 4 พันเมกกะวัตต์ แนะชุมชนควรสร้างแหล่งพลังงาน ขณะที่กระทรวงพลังงานขานรับ หนุนสร้างเครือข่าย พร้อมพัฒนาศักยภาพชุมชน ดร.เดชรัต สุขกำเนิด นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการพลังงานทางเลือกเพื่อสุขภาพในชุมชน สนับสนุนโดยแผนเปิดรับทั่วไป สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในภาคใต้ ประมาณ 2,000 เมกกะวัตต์ โดยไฟฟ้าในภาคใต้ ปัจจุบันหลักๆมาจากโครงการโรงพลังความร้อนร่วมจากก๊าซธรรมชาติจะนะ 800 เมกกะวัตต์ พลังความร้อนร่วมจากก๊าซธรรมชาติขนอม 800 เมกกะวัตต์ พลังความร้อนจากถ่านหิน ประทิว 2,800 เมกกะวัตต์ และคาดว่าในปี พ.ศ. 2564 ความต้องการใช้อยู่ที่ประมาณ 4,000 เมกกะวัตต์ ดร.เดชรัต กล่าวต่อไปว่า จะเห็นได้ว่าแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานในพื้นที่ภาคใต้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการพึ่งตนเองด้วยพลังงานทดแทนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องตื่นตัวตั้งแต่วันนี้ เช่นการให้ความเข้าใจพลังงานหมุนเวียน อาทิ การใช้ก๊าซหุงต้ม ด้วยก๊าซชีวภาพ ที่แปรสภาพจากน้ำเสีย และขยะอินทรีย์ หรือการทดแทนเตาประสิทธิภาพต่ำด้วยเตาประสิทธิภาพสูง ทดแทนน้ำมันดีเซล ด้วยไบโอดีเซลให้ได้ หรือการทดแทนไฟฟ้าจากซากดึกดำบรรพ์ โดยใช้พลังงานหมุนเวียนกังหันลมและพลังน้ำ ขนาดเล็ก เป็นต้น ดังนั้นหัวใจสำคัญที่จะนำภาคใต้ไปสู้การสร้างแหล่งพลังงานชุมชนได้ จะต้องเร่งให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างลึกซึ้งและทั่วถึงเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้ยังไม่แพร่กระจายครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด “การทำความเข้าใจอย่างละเอียดลึกซึ้งถือเป็นสิ่งสำคัญ เช่นชี้ให้เห็นว่าก๊าซชีวภาพ ไม่ได้มาจากแหล่งผลิตที่เป็นมูลสุกรเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาได้จากชีวะมวลที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเลี้ยงแพะจำนวนมา ก็สามารถผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลแพะได้เช่นกัน ขณะเดียวกันการเพิ่มขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยีให้กับชุมชนจะช่วยให้สามารถต่อยอดการพัฒนาพลังงานชุมชนได้เป็นอย่างดี”ดร.เดชรัต ระบุ ส่วน รศ.ดร.ชาคริต ทองอุไร นักวิชาการสถานวิชาการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า การสร้างพลังงานชุมชนอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการพึ่งตนเองก่อน โดยเฉพาะศึกษากระบวนการดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาพทางสังคมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งชุมชนต้องรู้ว่ามีดีในด้านไหน แล้วนำจุดแข็งมาต่อยอด เพื่อนำไปสู่กระบวนการสร้างพลังงานในชุมชน ส่วนการสร้างเครือข่าย ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ในระดับชุมชน และท้องถิ่นขนาดเล็ก สามารถดำเนินการได้ง่าย เริ่มต้นด้วยการพูดคุย ขยายแนวคิด กระจายอุดมการณ์ให้ขยายตัวออกเป็นวงกว้างให้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการบอกต่อโครงการที่สัมฤทธิ์ผลในพื้นที่ใดๆ ก็ตาม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และศึกษาหรือใช้เป็นต้นแบบแก่พื้นที่อื่น “การสร้างเครือข่ายในลักษณะขยายความคิดให้เป็นไปในลักษณะเดียวกันได้มากเท่าไรจะยิ่งเป็นผลดีในแง่จิตวิทยาและขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความเข้าใจและเชื่อมั่นในเรื่องของพลังงานทดแทนว่าแม้จะไม่เห็นผลเด่นชัดในวันนี้แต่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในวันหน้า” รศ.ดร.ชาคริต กล่าว ด้านนายสมชัย ถาวรวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ สำนักงานพลังงานเขต 12 กล่าวว่าสิ่งสำคัญที่กระทรวงพลังงาน คาดหวังมากที่สุดนั้น คือการเกิดขึ้นของชุมชน สามารถสร้างหรือผลิตแหล่งพลังงาน เพื่อใช้ได้เองในชุมชน โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอก ที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน ได้เข้าไปสร้างศักยภาพชุมชน เริ่มจากสำรวจ ก่อนนำเทคโนโลยีเข้าไปสนับสนุนการแปรสภาพวัตถุดิบที่มีอยู่ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนและกระบวนการพัฒนา นอกจากนี้กระบวนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือยังเป็นสิ่งสำคัญ โดยจากนี้ไปจะเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมนอกเหนือการมุ่งเน้นสนับสนุนเฉพาะภาคประชาชน ด้วยการขยายเครือข่ายไปยังสถานศึกษาเพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้พลังงานงานในชุมชนด้วย “ทุกชุมชนไม่ควรรีรอ เพื่อรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล อะไรที่เริ่มต้นได้ก่อนควรดำเนินการทันที เช่น การไปศึกษาดูชุนชนต้นแบบ หรือชุมชนข้างเคียงที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแหล่งพลังงานทดแทนเพื่อใช้ในชุมชนตัวเอง” นายสมชัย กล่าว สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์+เดชรัต สุขกำเนิดวันนี้

เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เดือนพฤษภาคมนี้

เวทีการแสดงเพื่อเด็กและเยาวชน นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เดือนพฤษภาคมนี้ พบกับการแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด น้ำตาย้อยอาบภูษา พระแม่ฟ้าลาล่วงสรวงสวรรค์ โดย โรงเรียนวัดศรีเขตนันทาราม จังหวัดนนทบุรี การแสดงนาฏศิลป์ ระบำไกรลาสสำเริง โดย โรงเรียนรัตนบัณฑิตวิทยา จังหวัดนนทบุรี การแสดงผลสัมฤทธิ์การเรียนนาฏศิลป์ โดย โครงการ "ยุวศิลป์แผ่นดินไทย โดย สำนักงานพระคลังข้างที่" ประจำปี 2569 และการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ โดย กลุ่มเด็กไทย ใจรักโขน (บ้านโขนครูแหลม) โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ

บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หร... STECH สนับสนุนงบพัฒนารถแข่ง Student Formula 2026 ให้กับนักศึกษา ม.เกษตรศาสตร์ — บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH นำทีมโดย คุณเจษฎ์กรณ์ มง...

Pingu's English ชวนน้องๆ ป.1-4 มาร่วมเรีย... ค่ายภาษาอังกฤษสำหรับน้องๆ ป.1-4 ปิดเทอมซัมเมอร์นี้ — Pingu's English ชวนน้องๆ ป.1-4 มาร่วมเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนด้วยการลงมือปฏิบัติผ่านการทำกิจก...

จันทบุรีผงาด! ม.รำไพฯ ผนึกกำลัง ม.เกษตรฯ ... ม.รำไพฯ ผนึกกำลัง ม.เกษตรฯ เปิดตัวศูนย์ Class Forecast — จันทบุรีผงาด! ม.รำไพฯ ผนึกกำลัง ม.เกษตรฯ เปิดตัวศูนย์ "Class Forecast" ติดอาวุธเทคโนโลยีขั้นสูง ส...

แอร์บัสได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับมหา... แอร์บัสผนึกกำลังมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย สร้างบุคลากรการบินสู่เวทีโลก — แอร์บัสได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยจำนวน 2 แห่ง เพื...