11 ปี เท็ดดี้เฮ้าส์โตต่อเนื่อง เล็งขยายสาขาเพิ่มทั้งใน-ต่างประเทศ

14 Dec 2009

กรุงเทพฯ--14 ธ.ค.--เท็ดดี้เฮ้าส์

ผลประกอบการเติบโตจากปีก่อนราว 20% ยอดส่งออกยังฉลุยเพราะเน้นตลาดเอเชีย- ยุโรปเป็นหลัก สาขาสยามสแควร์ดันยอดโตและขยายฐานสมาชิกเพิ่มจากกลุ่มวัยรุ่น เตรียมเปิดสาขาเพิ่มที่งามวงศ์วาน, รัชโยธิน, เชียงใหม่ และฮ่องกงในปีหน้า มุ่งสยายปีกรุกตลาดเอเชียโดยจับมือห้างดังของญี่ปุ่น พร้อมออกคอลเลคชั่นเทียร่า เซียร่า เพื่อการกุศล โดย ม.ล. จิราธร จิรประวัติ ให้เกียรติวาดภาพในคอลเลคชั่นพิเศษนี้

นายปิตุภูมิ หิรัณยพิชญ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เท็ดดี้เฮ้าส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะฉลองครบ 11 ปี ด้วยการจัดงาน “Teddy House 11th Anniversary Celebration: Welcome Teira Zeira” ที่ชั้น 7 เซ็นทรัลชิดลม ระหว่างวันที่ 11 ธันวาคม 2552 – 5 มกราคม 2553 โดยจะเริ่มจำหน่าย “เทียร่า-เซียร่า คอลเลคชั่น” ที่ออกแบบโดย แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์ และเวียร์ - ศุกลวัฒน์ คณารศ ในเท็ดดี้เฮ้าส์ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา, ห้างสรรพสินค้าเซ็น ที่เซ็นทรัลเวิลด์พลาซา และสาขาต่างจังหวัด พร้อมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการ “Young Designer Contest”, โครงการประกวดภาพถ่ายภายใต้หัวข้อ “Me and My Bear” ตลอดจนเปิดจำหน่ายตุ๊กตาหมี “Mohair Bear Limited Edition” เพียง 100 ตัว ที่ ไม่ซ้ำแบบ นอกจากนี้แพนเค้กและเวียร์ยังร่วมฉลอง 11 ปีของเท็ดดี้เฮ้าส์ โดยเชิญ ม.ล. จิราธร จิรประวัติ ให้เกียรติออกแบบลายเส้นสำหรับ “Teira Zeira Charity Collection” จัดทำผลิตภัณฑ์เพื่อการกุศล มอบรายได้ให้โรงพยาบาลศิริราช

“ตลอดระยะเวลา 11 ปีของการดำเนินธุรกิจ เท็ดดี้เฮ้าส์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงการรับจ้างผลิต โดยปัจจุบันดำเนินการผลิตภายใต้แบรนด์เท็ดดี้เฮ้าส์ 90% และรับจ้างผลิตสำหรับ แบรนด์อื่น 10% แบ่งสัดส่วนการขายแบรนด์เท็ดดี้เฮ้าส์ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การขายภายในประเทศ 45% การส่งออก 45% และการขายออนไลน์ 10% โดยเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มตุ๊กตาหมีโดยเฉพาะ มีคอนเซ็ปต์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือตุ๊กตาหมีทุกตัวสามารถเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรืออุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ที่หลากหลายให้เลือกได้ตามสไตล์ของผู้ซื้อ โดยมีโต๊ะให้นั่งเปลี่ยนทั้งร้านในประเทศและต่างประเทศ นับเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งเนื่องจากมีโรงงานผลิตและทีมงานดีไซเนอร์ของตนเอง สามารถออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ในแต่ละปี โดยผลประกอบการในปีที่แล้วรวมประมาณ 70 ล้านบาท และในปี 2552 นี้ คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากปีก่อนราว 20%

ในส่วนของการส่งออก ปัจจุบันยังมีผลประกอบการเป็นบวก เนื่องจากตลาดหลักอยู่ที่ เอเชียและยุโรป ไม่ใช่สหรัฐอเมริกา และกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง บริษัทฯ ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นคอลเลคชั่นที่หลากหลายในทุกฤดูกาลและทุกเทศกาลสำคัญ ทั้ง Summer, Spring, Winter, Christmas และ Valentine’s โดยมีผู้จัดจำหน่ายหลักของยุโรปอยู่ที่ประเทศสวีเดน ส่วนในภูมิภาคเอเชียนั้นเราดำเนินการทำตลาดทั้งในรูปแบบตัวแทนจำหน่ายและผู้ร่วมธุรกิจ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย และในรูปแบบแฟรนไชส์ เช่น ที่เวียดนาม อินโดนีเซีย และฮ่องกง โดยประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงและรวดเร็วมากคืออินโดนีเซีย ซึ่งในปีนี้เปิดถึง 3 สาขา สำหรับปีหน้ามีโครงการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ที่ฮ่องกง และเตรียมรุกตลาด เอเชียเพิ่มขึ้นด้วยการร่วมธุรกิจกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค สำหรับในประเทศไทยมีโครงการขยายสาขาเพิ่มที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนในกรุงเทพฯ จะเปิดที่งามวงศ์วานและรัชโยธิน ซึ่งทั้ง 2 สาขานี้ดำเนินการโดยครอบครัวของแพนเค้กและเวียร์” นายปิตุภูมิกล่าว

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาเท็ดดี้เฮ้าส์มี 8 สาขาในกรุงเทพฯ ที่เซ็นทรัล: ชิดลม, ลาดพร้าว, บางนา, ปิ่นเกล้า, พระราม 2, พระราม 3, แจ้งวัฒนะ และเซ็น ที่เซ็นทรัลเวิลด์พลาซา ส่วนต่างจังหวัด มี 5 สาขา ที่ลีการ์เดนพลาซา หาดใหญ่, ตึกคอมโฆษะ ขอนแก่น, เซ็นทรัลแอร์พอร์ต เชียงใหม่, โรบินสัน จันทบุรี และเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี

สำหรับปีนี้ เท็ดดี้เฮ้าส์ได้ขยายสาขาในประเทศเพิ่มอีก 4 สาขา คือที่โรบินสัน ศรีราชา, เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น, เดอะมอลล์ นครราชสีมา และที่สยามสแควร์ซอย 11 ซึ่งสาขานี้เป็นฟูลคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกและเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในระบบแฟรนไชส์ ที่ดำเนินการโดยครอบครัวของแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ และเวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ซึ่งจะมุ่งพัฒนาให้สาขานี้เป็นแฟลกชิพสโตร์ที่สมบูรณ์แบบต่อไปในอนาคต

ด้าน แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ และ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ กรรมการบริหาร เท็ดดี้เฮ้าส์ สยามสแควร์ ให้รายละเอียดว่า “สาขาสยามสแควร์เพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จมากในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา อายุ 15 – 25 ปี เพิ่มขึ้นจากกลุ่มหลักที่เป็นคนทำงาน อายุ 25 - 35 ปี ทั้งยังทำให้ ‘เท็ดดี้เฮ้าส์เม็มเบอร์คลับ’ มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นราว 3,000 คน รวมเป็น 20,000 กว่าคน ในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 20% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งนับว่าเป็นไปตามความคาดหวัง เพราะเรามุ่งเน้นให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางสำหรับผู้ที่รักและชื่นชอบตุ๊กตาหมี โดยมีผลตอบรับที่ดี ทั้ง ในส่วนของ ‘เท็ดดี้เฮ้าส์ คิทเช่น’ ที่บริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม, ‘เท็ดดี้ คลินิก’ ศูนย์บริการซ่อมแซมตุ๊กตาหมีโดยผู้เชี่ยวชาญ, รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ห้องกิจกรรม เช่น เวิร์คชอปเกี่ยวกับศิลปะและงานประดิษฐ์ ตลอดจนเรียนทำตุ๊กตาหมีและออกแบบตกแต่งห้องตุ๊กตาหมีด้วยตนเองตามสไตล์ที่ชอบ ซึ่งมีผู้สนใจติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมเกินกว่าจำนวนที่รับได้ทุกครั้ง

ในส่วนของ ‘เทียร่า-เซียร่า คอลเลคชั่น’ ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยจะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มไปยังสาขาอื่นๆ ของเท็ดดี้เฮ้าส์ในเซ็นทรัลด้วย จากเดิมที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สยามสแควร์เท่านั้น และสำหรับการต่อยอดทางธุรกิจให้คอลเลคชั่นนี้ไปสู่ระบบไลเซ็นซิ่ง ที่จะเปิดโอกาสให้นำลิขสิทธิ์ไปใช้ในการผลิตสินค้าและบริการต่างๆ นั้น ขณะนี้ทางบริษัทฯ ก็กำลังสรุปข้อตกลงกับผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเรา

และในโอกาสที่เท็ดดี้เฮ้าส์ครบ 11 ปี เราก็จัดทำคอลเลคชั่นพิเศษ ‘Teira Zeira Charity Collection’ โดยได้รับเกียรติจาก ม.ล. จิราธร จิรประวัติ วาดภาพลายเส้นสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นกิจกรรมการกุศลร่วมกัน โดยจะนำรายได้มอบให้โรงพยาบาลศิริราช เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารสยามินทราธิราช

สำหรับแผนการขยายสาขาในกรุงเทพฯ เพิ่มอีก 2 แห่งที่งามวงศ์วานและรัชโยธินนั้น จะดำเนินการในรูปแบบแฟรนไชส์เช่นกัน แต่ไม่ถึงระดับฟูลคอนเซ็ปต์สโตร์เหมือนที่สยามสแควร์ โดยคาดว่าจะเปิดได้ภายในช่วงต้นปีหน้า”

www.teddyhouse.com

สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net