รายได้ไอพีสตาร์แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น 38.0% หนุนรายได้ไทยคมรวม 6,700 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--21 ก.พ.--ไทยคม

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) แจ้งผลประกอบการประจำปี 2553 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 6,700 ล้านบาท โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้งานแบนด์วิดท์บนดาวเทียมไทยคม 4 ร้อยละ 38.0 และรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ ร้อยละ 21.3 และมีส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมโตขึ้นร้อยละ 36.0 จากปีก่อน แม้ว่ารายได้จากธุรกิจโทรศัพท์จะลดลงจากปี 2552 รายได้จากการให้บริการดาวเทียมไทยคม 2 และ 5 และบริการที่เกี่ยวเนื่อง จำนวน 2,238 ล้านบาท ลดลง 4.3% จาก 2,338 ล้านบาท ในปี 2552 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตามปริมาณเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมยังคงเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจการแพร่สัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยจำนวนช่องรายการโทรทัศน์บนไทยคมเพิ่มขึ้นจาก 283 ช่องรายการเมื่อปี 2552 เป็น 358 ช่องรายการในปี 2553 ขณะที่รายได้จากการให้บริการดาวเทียมไทยคม 4 จำนวน 2,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 192 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.9 จาก 2,168 ล้านบาทในปี 2552 เนื่องจากรายได้จากการบริการที่เพิ่มขึ้น 449 ล้านบาทหรือร้อยละ 38.0 ตามปริมาณการใช้งานแบนด์วิดท์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจบริการโทรศัพท์ในกัมพูชาและลาว 1,453 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 32.3 จากปีก่อน เนื่องจากมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นปี 2553 มียอดผู้ใช้บริการในระบบของทั้งสองประเทศรวมทั้งสิ้น 2,382,214 ราย โดยมียอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ prepaid ของ LTC เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้ใช้บริการรวมของ LTC เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 22.2 จากปีก่อน สำหรับธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อมีรายได้ 649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114 ล้านบาทหรือร้อยละ 21.3 เมื่อเทียบกับปี 2552 โดยมียอดจำหน่าย DTV ในประเทศไทย กัมพูชาและลาว ณ สิ้นปี 2553 แล้วทั้งสิ้นประมาณ 945,164 ชุด เพิ่มขึ้น 352,278 ชุด จาก ณ สิ้นปี 2552 และ บมจ. ซีเอส ล็อกซอินโฟ (“CSL”) ประกาศจ่ายเงินปันผล จำนวน 0.50 บาท/หุ้น โดยเป็นเงินปันผลระหว่างกาลและจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วจำนวน 0.25 บาท/หุ้น บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 1,976 ล้านบาท และมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 789 ล้านบาท บริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินกู้ยืมสุทธิต่อส่วนทุน 0.57 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.56 เท่า ณ สิ้นปี 2552 มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานในปี 2553 ทั้งสิ้น 1,835 ล้านบาท และมีเงินสดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 เป็นเงินทั้งสิ้น 1,272 ล้านบาท สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวผลประกอบการประจำปี+ดาวเทียมไทยคมวันนี้

กองทรัสต์ WHART เคาะจ่ายปันผล Q4 อีก 0.1960 บาท ดัน DPU ทั้งปีแตะ 0.7735 บาท โชว์กำไรปี 68 แกร่ง 2,645 ล้านบาท

นายศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ และนางสาว อธิกา มหาสุวรรณ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (กองทรัสต์ WHART) กองทรัสต์อุตสาหกรรมชั้นนำในกลุ่ม WHA Group เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิจากการลงทุนแตะ 2,645.15 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลไตรมาส 4/2568 ตอกย้ำการ

คณะผู้บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด... โตชิบา พร้อมทะยานขึ้นสู่ที่ 1 — คณะผู้บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด นำโดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร (กลาง) ประธานกรรมการบริหาร ร่วมด้วยนางสาวเสาวณีย์...