EXIM BANK ปรับปรุงบทบาท “ธนาคารเพื่อการพัฒนา” พร้อมดำเนินธุรกิจตาม พ.ร.บ. เพื่อผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และนักลงทุนไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--17 ธ.ค.--EXIM BANK

EXIM BANK เดินหน้าปรับปรุงบทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อการพัฒนา” ดำเนินธุรกิจตาม พ.ร.บ. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และนักลงทุนไทยทั้งในและต่างประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน ผู้แทนการค้า และสถาบันการเงินอื่นๆ นายคนิสร์ สุคนธมาน กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงนโยบายการดำเนินธุรกิจปี 2554 ว่า EXIM BANK จะทำหน้าที่ “ธนาคารเพื่อการพัฒนา” โดยอาศัยความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ผู้แทนการค้า สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอื่นๆ และธนาคารพาณิชย์ โดย EXIM BANK จะดำเนินธุรกิจหลัก 3 ประการ ประกอบด้วย 1) สินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการส่งออกและการนำเข้า 2) สินเชื่อโครงการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และ 3) บริการประกันการส่งออก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของ EXIM BANK ในการทำหน้าที่องค์กรรับประกันการส่งออก (Export Credit Agency) โดย EXIM BANK จะปรับปรุงการบริหารจัดการภายในเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้าและขยายธุรกิจของธนาคารในอนาคต กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยต่อไปว่า จุดแข็งของ EXIM BANK คือ ความสามารถในการระดมทุนในต่างประเทศ ธนาคารจึงพร้อมเป็นเครื่องมือทางการเงินของรัฐในการทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการที่ขยายธุรกิจหรือขยายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศในโลกการค้าไร้พรมแดนปัจจุบัน ทั้งนี้ ASEAN จะกลายเป็นหนึ่งเดียวหรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ภายในปี 2558 EXIM BANK พร้อมสนับสนุนและเตรียมความพร้อมให้ผู้ส่งออกไทยแข่งขันได้กับธุรกิจต่างชาติที่จะเข้ามาทำการค้าและลงทุนในแถบนี้มากขึ้นเพื่ออาศัยประโยชน์จากความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักบริหาร โทร. 0 2271 3700, 0 2278 0047, 0 2617 2111 ต่อ 1140-7

ข่าวธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย+ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าวันนี้

EXIM BANK ขานรับนโยบาย ธปท. ออกมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" วงเงิน 10,000 ล้านบาท เติมทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ตลอดจนต้นทุนด้านพลังงานและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจ ภายใต้กรอบหลักการ "มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง" (SMEs Secure+) ของ ธปท. ด้วยการออกมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" กรอบวงเงิน 10,000

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาค... EXIM BANK ออกมาตรการอัดฉีดสินเชื่อหมุนเวียน หนุนผู้ส่งออกไทยฝ่าวิกฤต — นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EX...

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ( ที่ 2 จากขวา )ประธา... SUPER ร่วมแสดงความยินดี EXIM Bank ครบรอบ 32 ปี ตอกย้ำพันธมิตรพลังงาน-การเงิน — นายจอมทรัพย์ โลจายะ ( ที่ 2 จากขวา )ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์...